เสือคาบดาบ-โป๊ยก่วย-แก้ฮวงจุ้ย

สิงโต ต่างหาก ไม่ใช่ เสือคาบดาบ เข้าใจเบ๊าะ


เสือคาบดาบ-โป๊ยก่วย-แก้ฮวงจุ้ย


เอานะ วันนี้จะยอมเขียนเรื่องที่มันออกมาเชิงไสยศาสตร์จีนสักหนนึงนะครับ  จริงๆตามนโยบายส่วนตัวผม ซึ่งมันก็คือกติกาของสำนักที่ผมได้รับมอบมาจากอาจารย์ ก็คือ เราจะไม่ใช้วิชาไสยศาสตร์ใดๆในการมาช่วยทำให้ดวงคนดีขึ้นแม้นว่าจะได้ผลหรือไม่ได้ผลในทางที่ใช้จริงก็ตาม เราจะไม่เข้าไปยุ่งทางนี้

หากแต่บทความนี้ผมเขียนให้ท่านทราบไว้เป็นความรู้ และเพื่อลด เพื่อละ การใช้ไสยศาสตร์ต่างๆ ที่ท่านอาจมองว่า นี้เป็นเพียงแค่ของมงคลเอามาแขวนกันแขวนแก้สิ่งไม่ดีเฉยๆ ไม่ได้ใช้เวทมนต์คุณไสยใดๆหรอก ผมจึงอยากบอกเล่าว่า เสือคาบดาบ ที่ท่านเรียกกัน หรือเรียกว่า ยันต์เสือ หรือเรียกว่า โป๊ยก่วย อะไรก็แล้วแต่จะเรียก ที่ปรากฎเป็นภาพสัตว์ดุร้ายชนิดหนึ่งมีเขี้ยวแล้วคาบดาบในปากนั้นนะครับ ความเป็นจริงแล้ว มีพิธีกำหนดเรื่อง ฤกษ์ เรื่อง การตอก เรื่องตำแหน่ง เอาไว้ ก็แปลว่า จริงๆเขาให้ทำให้ครบตามขั้นตอนทางพิธีกรรมพวกนี้จึงสำเร็จผล  ถ้าท่านทำครบ ก็แปลว่า ครบไสยศาสตร์ แต่ถ้าท่านบอกงั้นไม่อยากไสยศาสตร์ ขอทำให้ไม่ครบละกัน ก็แปลว่า ไม่ครบสูตร ก็ไม่เกิดผล ตามตำรา ส่วนจะเกิดผลจากประสบการณ์หรือปัจจัยอื่นๆนั้นไม่ทราบ  อนึ่งขอกล่าวว่า ผมไม่ได้ไม่เชื่อไสยศาสตร์ ตรงข้ามผมกลับเชื่อด้วยซ้ำ เพียงแต่แนวทางสวนทางกับพุทธศาสตร์ เพราะการใช้คาถาอาคม เราต้องใช้กิเลสเป็นตัวจูน และใช้ตัวกูของกูเป็นตัวตั้งสมถกรรมฐานให้เกิด เพื่อให้คาถามีอำนาจขึ้นมา  แต่ว่าพุทธเราเน้น วิปัสสนา มองเห็นความดับ ความไม่มีตัวมีตน ความเป็นอนัตตาครับ  ทำแบบนี้เรียกว่า ปล่อยความสุขเล็กน้อยเพื่อจะคว้าความสุขที่ใหญ่กว่า แน่นอนว่า ได้ยากกว่า ใช้เวลานานกว่าครับ

เสือคาบดาบ-โป๊ยก่วย-แก้ฮวงจุ้ย

เริ่มเลยนะ ป้ายหรือกระจกที่ท่านเรียก เสือคาบดาบ ความจริงแล้ว มีชื่อเรียกเฉพาะตามตำรา หลู่ปานจิง (คัมภีร์แม่บทของการสร้างบ้านเรือน ตกแต่งภายในของจีน สืบมาแต่คนชื่อหลู่ปานภายหลังถูกยกย่องว่าเป็นเทวดาที่เคารพของทางช่างเขา หลายพันปีตั้งสมัยราชวงศ์หยวน ราวๆนั้น ถ้าจะเคยได้ยินอีกผลงานหนึ่งก็คือ ไม้บรรทัด หลู่ปาน ที่ใช้วัดว่า เฟอร์นิเจอร์ก็ดี บ้านก็ดี สุสานก็ดี กี่นิ้ว กี่เซ็นถึงเป็นมงคล ราวๆนั้น) กล่าวว่า ป้ายนี้หนะ เรียก 兽牌 โซ่วไผ  โซ่ว หมายถึงสัตว์สี่เท้าที่ดุร้ายหรือมีพละกำลังมาก ป้ายนี้จึงมีภาพสัตว์หลายประเภท เช่น เสือ  สิงโต  กิเลน เราไม่นับมังกรรวมด้วย เพราะมังกรไม่ได้มีอุ้งเท้า มังกรมีแต่กรงเล็บ และมังกรไม่ได้เป็นสัตว์บกบนดิน  มังกรทะยานฟ้า ลงน้ำ อันนี้พูดเพื่อให้ข้อคิดว่า อย่าไปเอะอะว่า คนจีนต้องมังกร มังกรคือสุดยอด มังกรดีหมด มังกรครอบจักรวาล  ยากบอกว่า ทุกสิ่งบนโลกมีฟังก์ชั่นและมีหน้าที่ของเขา มีข้อเด่นข้อด้อยของเขา ต้องรู้จัก แยกแยะและใช้ให้ถูก นี่คือความละเอียดประณีตซึ่งสำคัญมาก เพราะถ้าพลาดกลางเป้าได้น้อยสุดเท่าใด เรายิ่งได้คะแนนในการยิงธนูเยอะเท่านั้น เช่นกัน การทำอะไรแบบเจาะให้ลึกที่สุดได้ ผลที่ได้ก็จะได้มหาศาลเพิ่มทวีเท่านั้น  ทีนี้ป้าย โซ่วไผ ที่พบมากที่สุด กลับไม่ใช่เสือครับ คือ ป้ายของสิงโต  บ้านเราแทบทั้งหมดเท่าที่เห็น หากว่า มีขนแผงคอ ก็คือป้ายหน้าสิงโต ที่เราไปเรียกกันแบบติดปากกันว่า เสือคาบดาบ จริงๆแล้วคือ สิงโตคาบดาบ จำพวกเดียวกับสิงโตหินหน้าศาลเจ้านั้นเลย นอกจากนี้ภาพที่พบรองลงมาก็คือ กิเลน และ เสือ

เสือคาบดาบ-โป๊ยก่วย-แก้ฮวงจุ้ย

 

เสือคาบดาบ-โป๊ยก่วย-แก้ฮวงจุ้ย
การใช้งานตามตำราบอกว่าเอามาไว้แก้ไข สันหลังคาบ้านชาวบ้านที่พุ่งมาหาบ้านเรา ลองมองภาพประกอบนะครับ จะสังเกตว่า เรือนไทยเราจะมีกาแล หรือ ปั้นลม ปิดตรงส่วนนี้ แต่ของจีนเขา ไม่มีปิด ไทยเราสร้างบ้านเอาหลังคากางปีกคลุมสองข้าง แต่จีนสร้างบ้านเขาเอาหลังคาปะหน้าปะหลังบ้านแทน ประตูหน้าของบ้านแบบจีน เลยเป็นข้างๆ ของบ้านแบบไทยแทน อันนี้คือความต่างที่เห็นได้ชัดที่ต้องพิจารณาแง่ของฮวงจุ้ยว่า บ้านแบบนึง เจอฝนเยอะ ร้อนชื้น อยากได้ลม  ก็คือแบบไทย  บ้านอีกแบบ แบบจีนนั้น ไม่อยากได้ลม เจอฝนน้อยกว่า อยากให้บ้านอุ่นกว่า เพราะฉะนั้นเวลาดูฮวงจุ้ยในบางแง่มุมเลยต้องได้รับการปรับประยุกต์สักหน่อย เขาก็เลยว่า ถ้าหลังคาปะทะมายังบ้านเราแบบที่ว่านั้นนะครับ เราเอาภาพนี้หละ ไปแขวนที่หน้าต่างซะ ก็จะแก้ได้ แขวนหน้าต่างที่มองออกไปเห็นจั่วที่พุ่งมาหาบ้านเรานั้นหละ  แต่ว่าสมัยนี้เขาไม่แขวนแบบตามตำรากันละ เขาแขวนหน้าประตูบ้านแทน ซึ่งท่านจะประยุกต์หรือปรับอะไรอันนี้ผมไม่ขอออกความเห็น เพียงอยากให้ข้อคิดว่า ให้ศึกษาตำราให้รู้ชัดก่อนว่า ที่ไปที่มาอย่างไร มีเหตุผลอย่างไร แล้วค่อยประยุกต์ อย่าไปแขวนแบบว่า ชาวบ้านเขาทำเราก็ทำตาม ถามหาที่มา แนวคิด หลักการ หรือตำราอ้างอิงก็บอกว่า เขาเล่าว่า แบบนี้ไม่ควรครับ ยุคหลังนี้เขาขยายความตีความกว้างออกบอกว่า กินความถึง เหลี่ยมมุมที่เข้ามาทิ่มแทงบ้านเรา ประตูที่ประจันหน้ากัน ต้นไม้ใหญ่ที่ขวางทางเข้าออก หรือแม้แต่เสาโด่เด่ ทั่วไป ที่หลายคนชอบบอกว่า นี้เหมือนก้างขวางคอเข้าออกบ้าน ทั้งหลายพวกนี้ เขาว่า จริงๆ เขาเล่าว่านะ เพราะไปค้นตำราเก่ายังไม่เจอ เขาเล่าว่า สามารถใช้ป้ายนี้กันได้เหมือนกัน

ทีนี้ราวๆ  《绘图鲁班经》 แต่งโดย 午荣 บางที่ก็ว่าคนนี้เกิดสมัยชิง บางที่ก็ว่า สมัยหมิง บรรยายเอาไว้ว่า ใช้ในการแก้ทางฮวงจุ้ยเรื่องที่ผมกล่าวไปตอนต้นนั้นหละ ว่าตำราเขียนไว้แบบนี้ๆ เสร็จแล้วก็เริ่มบรรยายลักษณะของป้ายนี้ว่า
เสือคาบดาบ-โป๊ยก่วย-แก้ฮวงจุ้ย
บนกว้างแปดชุ่น. แทนปากว้า
ล่างแคบหกชุ่นสี่เฟิน. แทน. หกสิบสี่กว้า
สูง หนึ่งฉื่อสองชุ่น. แทน. สิบสองชั่วยาม. สองข้างรวมกัน. ยี่สิบสี่. แทนยี่สิบสี่เจี่ยชี่. ในตำราบอกตำแหน่งที่ตอก. วันที่ตอก. เวลาที่ตอก แต่ขอไม่บรรยายในนี้เดียวเกรงไสยศาสตร์เกินไป เพราะมีการขู่ว่าตอกผิดวัน. อาจถึงแก่ชีวิต

ตำราเขียนไว้เท่านี้ครับ แต่ที่เราพบมากสมัยนี้ของเมืองไทย และของไต้หวันมักจะทำเป็นภาพวงกลมก็ดี หรือ แปดเหลี่ยม หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยที่ภาพนี้ตามตำราเดิมก็ไม่ได้มีคาบดาบแต่อย่างใดแต่ก็ได้รับการปรับพลิกแพลงออกมาให้คาบดาบเจ็ดดาว (ความเห็นส่วนตัว : คาบดาบเจ็ดดาวครับ. เข้าใจด้วยตนเองว่าเป็นการผนวกเรื่องราว. 北斗七星。ซึ่งเป็นตัวชี้ทิศ. บอกฤดูกาล. นัยยะสื่อถึงการคุ้มครองตลอดปี. ซึ่งเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเจ็ดดาวบอกฤดูนี้เอาไว้ในบทความในเวปครับ ลองหาอ่านได้) เรียกชื่อว่า  狮子衔剑牌”(剑狮牌),ป้ายสิงโตคาบดาบ  ไม่ใช่เสือคาบดาบนะครับ หรือจีนว่า เจี้ยนซือไผ  ถ้าด้านบนป้ายนั้นมีภาพยันต์แปดเหลี่ยม จริงๆผมก็ลำบากใจจะเรียนยันต์นะ เพราะมันไม่ใช่ยันต์ ปากว้านั้นคือ ผังภาพประกอบการเรียนการสอนสมัยก่อนที่ว่าด้วยธรรมชาติเฉยๆ พอเป็นภาพที่มีความหมายอธิบายแทบจะครอบจักรวาลในธรรมชาติ  คนก็เลยเอาข้อดีเนี้ยะ มาถือเป็นยันต์ แบบมงคลร้อยแปด หรือพุทธคุณร้อยแปด ก็ไม่ได้มีอยู่ในพระไตรปิฎกหรือตำราทางศาสนาอ้างอิง แต่ไปปรากฏในตำราของพระเถระยุคหลังๆนี้เองที่นับทีละพยางค์ๆ หรืออย่างฤาษีร้อยแปด ก็ไม่ได้ว่ามีฤาษีร้อยแปดตน เพราะฉะนั้น การที่บอกว่า ปากว้าก็ดี หรือร้อยแปดก็ดี เลยมุ่งหมายว่า ครอบคลุมหมดละน่า หายห่วงได้ แบบนั้นหละครับ ก็เลยตั้งชื่อให้เก๋ไก๋อีกว่า八卦剑狮牌”(八卦兽牌)

ปากว้าเจี้ยนซือไผ หรือ ปากว้าโซ่วไผ  หรือถ้าอยากเพิ่มออพชั่นอีก ให้ความหมายมันมงคลเข้าไปอีกก็ใส่ภาพค้างคาวไว้ด้านบนป้าย สองตัว  ชื่อว่า 双蝠八卦剑狮牌  ซวงฝูปากว้าเจี้ยนซือไผ  แปลว่าอะไรหละ ค้างคาวสองตัว แปลว่าความสุขที่มาเป็นคู่และสอดผสานกันได้ สุขจากไรที่มีสอง เคยได้ยินแต่สุขห้าแบบ หรืออู่ฝู  (อู่ฝูก็เคยเขียนบทความไว้ในเวปครับ ลองค้นๆดู) ก็เหตุเพราคำว่า ค้างคาว ไปพ้องเสียงกับคำว่า ความสุข หรือ โชคลาภ หรือที่คนไทยรู้จักกันว่า ฮก ใน ฮกลกซิ่วนั้นหละครับ
《韩非子》:“全寿富贵之谓福。”此图象征多福。 แปลว่า ซวงฝูหรือค้างคาวสองตัว อวยพรเรื่องว่า ขอให้มีความสุขเยอะๆนะ เน้นหนักที่ สุขจากความไม่มีโรค และสุขจากความมีโภคทรัพย์

ถ้าเป็นป้ายภาพของกิเลน สมัยนี้เขาเชื่อว่า กลับร้ายกลายดีเรียกโชคครับ จีนเขาเชื่อว่ากิเลนคือ สัตว์คุณชาย เกลียดความสกปรกโสมม รักสะอาด และให้ลูกที่ดีแก่บ้านครับ ตำนานว่าตอนปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนึงของจีนถือกำเนิด ถึงขั้นแม่เขาเห็นกิเลนเดินมาแถวบ้านทีเดียว

ส่วนภาพของเสือนั้น อยู่ในขบวนแห่เจ้านั้นเองครับ ใช้เบิกทาง เวลาขบวนแห่ แบบนี้กระมัง คนเห็นภาพคล้ายๆกันพอไปถามผู้รู้เลยว่า ก็เสือคาบดาบ คนเลยไปเข้าใจว่า ที่ติดตามบ้านนั้นก็เสือ  แต่จริงๆจะภาพอะไรก็แล้วแต่ไม่ได้ผิดนะครับ เพราะตำราเขียนไว้ว่า  兽牌  คือไม่ได้กำหนดว่า เฉพาะสิงโต เท่านั้นนะ ที่เอามาติดบ้านได้ ก็ไม่ได้พูดแบบนั้น  เพียงแต่ว่าความเชื่อในแถบไต้หวันนั้น  เชื่อว่า ภาพเสือ เป็นของดุร้ายชั่วร้าย เป็นการทำคุณไสยใส่บ้านตรงข้าม ทำให้พบว่าแขวนป้ายเสือ น้อยมากๆ แต่ก็มีความเชื่อว่า ถ้าบ้านไหนแขวนป้ายเสือ ให้บ้านเราไปหา สิงโตคาบดาบ หรือ กระจกหัวกลับ  หรือ คันฉ่องรูปเสือมาแก้  (คันฉ่อง ก็คือกระจกแบบโบราณ ทำมาจากโลหะ เช่น ตะกั่ว ฯ ผสมหลายๆตัว ไม่ได้ใสกิ๊งแบบกระจกสมัยนี้)

สุดท้ายนี้ ผมเพียงแต่ให้ข้อคิดว่า ท่านจะพึ่งตัวเอง หรือ พึ่งเดรัจฉานครับ อ่านดูสิ ใช้ภาพเดรัจฉานมาอวยพรตัวท่าน เนี้ยะหละ เดรัจฉานวิชาตรงๆหละ อย่าไปมองว่าเป็นวิชาที่ชั้นต่ำอะไรหรอก ถ้าแปลตรงๆคือ วิชาที่ขวางทางไปนิพพาน ซึ่งถ้าถามว่า งั้นถ้าไม่ให้พึ่งป้ายพวกนี้ แล้วให้พึ่งอะไร พึ่งศีลครับ  สีเลนะ สุขคติงยันติ  ศีลนั้นหละนำความสุขมาให้นะ  พระเทศน์ให้พรตอนเราทำบุญตลอด แต่ก็อย่างว่านะ ผมก็เข้าใจสำหรับคนที่ศรัทธายังไม่ตั้งมั่น ก็เลยได้เขียนบทความนี้ว่า โอเค ขั้นอนุบาลเป็นพุทธศาสนิกชนฝึกหัดใหม่ ก็เอากำลังใจไปก่อน คือ จะแขวนก็แขวนอะ แต่แขวนแบบคนมีความรู้แขวน เพราะบางทีพอเรามีความรู้เราไปเห็นหลายๆที่เขาวาด หรือเขาแขวนแปลกๆ เราก็ เฮ่อ ช่วยอ่านตำราจีนโบราณกันหน่อยได้มั้ย ก็ได้ยินเสียงตอบกลับมาในใจลึกๆว่า ก็เขาอ่านกันไม่เป็นหนะ ภาษาจีนไม่ได้เรียน  โอเค งั้นผมช่วย คราวนี้ก็ช่วยแปลให้ละ  เคยช่วยอำนวยความสะดวกขนาดพิมพ์สติกเกอร์แจกนะ แต่ไม่ใช่ภาพสิงโต เป็นคำมงคลว่า ไม่ว่าอะไร ซวยๆ ที่อยู่ตรงหน้าบ้าน หน้าประตู หรือมาชงกับบ้านหนะ ขอให้กลับร้ายกลายดี มีสุขเสียให้หมด เพราะผมคิดว่า ป้ายนี้มันครอบจักรวาลสุดละ เรียกว่า ใช้ได้สารพัด และก็จบในตัวเองด้วย คือ พอติดละมีละ ก็จะได้เอาเวลาไปทำมาหากินนะครับ เอาเวลาไปสร้างสรรค์ความดีแก่โลก ดีกว่าเอามานั่งหมกมุ่นหาแต่ของมาแก้ฮวงจุ้ย  คนดีชอบแก้ไข คน…  คนอะไรหละ ชอบแก้ตัวหนะ  เรื่องนี้จำได้ว่าเคยดูดวงให้พ่อค้าขายของเก่าพวกเหล็กทองแดงคนนึง โหว ทำโกดังโรงงานใหญ่โตกันทีเดียว ละเกิดมีปัญหา  ผมก็บอกว่า โอเค สร้างโกดังใหม่ใช่ไหม เขาบอกใช่  และโกดังนั้นยังสร้างไม่เสร็จจนตอนนี้ ก็ใช่อีก และก็สาธยายรายละเอียดโกดังไปก็บอกใช่หมด โอเค งั้นแก้โกดังก่อน (คือให้เขามั่นใจว่า เขาเชื่อเราละไม่ผิดหวังไง เพราะเขาเล่าแบบพรั่งพรูมาหลังจากที่ผมพูดคำแรกในโทรศัพท์ว่า สร้างโกดังมาหละสิ ห้ามทำ แล้วก็บรรยายๆๆสารพัดต่อ ว่าเมื่อก่อนว่า เคยดูมา 5 หมอดูฮวงจุ้ย หลอกเขาหมดเสียเงินเยอะมาก ผมเลยแสดงฤทธิ์เดช สร้างศรัทธาหนะ เอ้าเรื่องจริง สำหรับบางคนนะ เขาเสียศูนย์กับความเชื่อ เราต้องให้เขาเชื่อบ้าง บางคนเขาป่วยโรคใจ) โอเคพอเชื่อละ คราวนี้ตาเราพูดเรื่องจริงๆละว่า เหตุที่ชีวิตซวยไม่ใช่เพราะฮวงจุ้ยหรือโรงงานเป็นต้นตอหลัก  ต้นตอหลักคือ มองไม่เห็นความชั่ว ความผิดพลาดตัวเอง เฝ้าโทษแต่ของนอกกาย  นิสัยไม่ปรับแก้ พฤติกรรมไม่แก้ ศีลไม่ครบ ฯลฯ อันนี้เล่าคร่าวๆไม่ขอลงรายละเอียด  เพราะนั้นถามผมว่า ของขลังจำเป็นไหม  จำเป็นมากครับ เด็กอนุบาลเอายาแก้ไข้เป็นเม็ดขมๆให้ทาน เขาทานไม่ได้ ต้องทำยาน้ำ แบบยาครึ่งน้ำเชื่อมครึ่ง มันจะคล่องคอกลืนง่าย ศรัทธาไม่ได้สร้างด้วยการไปบอกว่า ที่แกเชื่อหนะ มันแย่ แต่ต้องหาข้อดีของสิ่งที่เขาเชื่อแล้วแนะนำสิ่งที่ดีกว่าใส่ลงไปด้วย  แบบ รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มมั้ย หนะหละ แต่ทีนี้ด้วยความเป็นหมอดู ถ้าบอกว่า รับการถือศีลห้าเพิ่มไปด้วยได้ไหม ถ้าเขาบอกไม่ ก็จะโดนผมสวนว่า โอเค งั้นงวดหน้านะ ก็ไม่ต้องโทรมาดูดวงอีก เพราะช่วยคนที่ไม่อยากปรับปรุงตัว ช่วยยังไงครับ ขอถาม อย่างน้อยๆทำ แต่ทำไม่สำเร็จ โอเคยังมีความพยายาม แต่บอกว่า ไม่ ทำไม่ได้เลยนี่ ผมวางหูใส่มาหลายคนละนะ ละชาวบ้านก็งง นึกว่า โทรศัพท์ตัด ผมบอกไม่ใช่ ถ้าไม่คิดจะปรับตัว สาธยายดวงไป สามชั่วโมง ผมเจ็บคอเปล่าประโยชน์หมด อ้อ ละจะต่อท้ายด้วยคำว่า เอาเลขบัญชีมา เอาค่าดูดวงคืนไป

เชื่อใครดีสุด  ท่านอาจจะตอบว่าก็เชื่อตัวเอง  หึหึ หัวเราะสามทีแล้วคิดดูดีๆว่า ตัวเองเคยคิดผิดๆ พูดผิดๆ เชื่อผิดๆไหม เคยหลงทางไหม คิดว่าทางนี้หละใช่ แต่ก็เดินไปแล้วก็ อ้าว มันผิด สรุปละควรเชื่ออะไร ควรเชื่อคนที่เขามีปัญญาเหนือกว่า มีศีลเหนือกว่า มีความดีเหนือกว่าเราครับ ท่านมีหน้าที่ต้องไปตามหาผู้รู้ หรือที่ภาษาพระเรียกว่า มิตรที่แสนดีผู้มีปัญญาและคอยตักเตือนเราได้ เรียกสั้นๆว่า กัลยาณมิตร ไม่ใช่เชื่อตัวเอง มากเกินไป สังคมสมัยนี้สอนกันผิดๆว่า เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเอง ผมถามเหอะ ตัวเองที่วันนึงก็ดี วันนึงก็ร้าย วันนี้ร้องไห้ พรุ้งนี้หัวเราะนี่ จะเอาอะไรมา มั่นคง จะเอาอะไรมายึดถือ มาเชื่อได้ จะพูดให้ถูกต้องพูดว่า เชื่อใน(การกระทำ+เจตนา)ของตัวเอง ย่อๆคือ เชื่อในกรรมที่ตัวเองทำนะ ว่า ทำดี ความดีก็สนองตอบได้ ทำไม่ดี ความชั่วก็ย่อมสนองตอบได้ ไม่ช้าก็เร็วไม่วันใดก็วันหนึ่ง  คิดว่าผมไม่ใช้เหยื่อล่อเหรอเวลาจะสอนใคร  ขอบอกเลย เราใช้โหราศาสตร์จีนเพื่อเป็นยาน้ำหวานๆให้คนเข้าหาศาสนา  ก็แบบนี้ไง จั่วหัว เสือคาบดาบ ลงท้าย ทำตัวเป็นคนดีซะนะ เพราะการดูดวงผมเป็นการดูดวงแนวพุทธ ไม่ใช่ว่า จงรอ ละโชคจะหล่นลงมา จงรอ ละภัยร้ายจะหายไป ผมก็เลยแม่นได้ตลอดกาล เพราะว่า เราพูดว่า จงทำสิ่งนี้ เพื่อจะได้สิ่งนี้ และหยุดทำสิ่งนี้เพื่อสิ่งนี้จะได้หยุด  ทุกอย่างมันมีเหตุปัจจัยของมัน ไม่มีอะไร ร่วงโรยหล่นฟ้าลงมาเองได้นะขอบอกนะ เพราะฉะนั้น คุณไม่ทำ ก็ไม่ได้ คุณทำ ก็จะได้ ที่ผ่านๆมา คนที่มาท้วงผมว่า ไม่เห็นจะได้แบบที่ผมทำนายเลย พอผมย้อนว่า งั้นทำตามที่บอกครบไหม ส่ายหัวทุกร้าย  แปลว่า ไม่ว่าท่านจะได้หรือไม่ได้ ผมก็แม่นอยู่ดี แต่ไม่ได้แม่นด้วยตัวผม มันแม่นด้วยวิชาที่ได้รับถ่ายทอดมา คนที่พันกี่แสนคนที่ฉลาดๆ เขาช่วยกันคิดค้นมาหลายพันปี  เชื่อคนด้วยกัน ยังดีกว่าไปเชื่อรูปสัตว์ว่าจะทำให้ชีวิตดีหละถูกไหม  แต่ในเบื้องต้น โอเค เพื่อความสบายใจ สุขใจ ใจจะได้สงบไม่คิดมาก แขวนก็แขวนสิเนาะ เมื่อมีปัญญาเพียงพอ คุณอาจจะลืมป้ายนี้ไปเลยก็ได้ ทั้งๆที่ก็แขวนอยู่ที่เดิมไม่ได้ปลดออกแต่อย่างใด

ขอความสุขความเจริญจงบังเกิดมี  สวัสดี….. ซินแสหลัว โหราศาสตร์จีน

ขอขอบคุณภาพจาก กูเกิ้ลดอทคอม และบทความประกอบจากหนังสือ ตำราสารพัดที่มีบนตู้ในบ้าน

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ
Author: ซินแส