คำถามที่พบบ่อย นิทานดีชี้ธรรม

ปุจฉา : หาก หมอดูทำนายอนาคต ได้จริง ทำไมไม่ทำนายช่องทางที่จะทำให้ตัวเขาเป็น “มหาเศรษฐี” คะ?

โอวาทสี่-เหลี่ยวฝาน

หากหมอดูทำนายอนาคตได้จริง ทำไมไม่ทำนายช่องทางที่จะทำให้ตัวเขาเป็น “มหาเศรษฐี” คะ?

เพราะหมอดูบางคน(อย่างฉันเป็นต้น) เค้ารู้ว่า การวัดคุณค่าความสามารถคน ไม่ได้วัดที่จน ที่รวย จึ่งไม่มุ่งหมายที่จะต้องทำให้ ตัวเองรวย หรือ ทำให้ใครรวย

ในหนังสือประวัติศาสตร์บุคคลที่น่าจดจำบนโลก มีการเขียนถึง อภิมหาเศรษฐีสักกี่คน

หากไร้วิชาโหราศาสตร์ ไม่มีแผ่นดินไหนในโลก จะตั้งแผ่นดินมาได้สักประเทศ   พระมหากษัตริย์ทุกอาณาจักรบนแผ่นดินนี้ อย่างน้อย อาณาจักรละหนึ่งท่าน ที่จะมีความเชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์    โดยเฉพาะการวางผังเมืองของประเทศจีน อินเดีย และไทย ล้วนพึ่งพาโหราศาสตร์และดาราศาสตร์ทั้งนั้น  มันน่าน้อยใจนัก  ที่วิชานี้ได้ร่วมสร้างบ้านสร้างเมือง สร้างคน แต่ ณ ยุคสมัยหนึ่งที่มีวัวลืมตีนมากเข้า คนกลับไม่เห็นความสำคัญ

ไม่รู้สินะ  การตายแบบมีคนจดจำในความดี ผมว่ามันน่าชื่นใจมากกว่า ตายแบบว่า โอ้ว มหาเศรษฐีตายหนะนะ

การดูตัวเองรู้ว่า ผิวคล้ำ ไม่ได้แปลว่า ควรหาทางให้ตัวเองผิวขาวหนิ ประมาณนี้ .. เพราะยังไงก็เป็นคนผิวคล้ำ
เหมือนหมอดู รู้ว่าเราไม่ได้รวยแน่ แต่เรามาทางนี้ได้ รับรู้เส้นทางชีวิตตนเอง
แต่ทั้งนั้นหมอดูที่รวยก็มี ซึ่งเขาก็รู้อยู่แล้วว่าจะรวย
มันเหมือนถามหมอว่า ในเมื่อรักษาคนได้ ทำไมไม่คิดหาทางให้ตัวเองไม่ป่วยไม่ตาย

** ภาพด้านบน คือ โอวาทสี่ของเหลี่ยวฝาน ที่แนะนำและยืนยันว่าคนเราเปลี่ยนชีวิต ให้ดีขึ้นได้ โดยที่ผลพวงนั้นอาจทำให้รวยขึ้น แต่เป็นแค่ ติ่งเล็กๆ ของผลพวงเท่านั้นเอง

นี้คือหนึ่งใน โอวาทสี่ ของ เหลี่ยวฝาน จากคนสอบตก ก็สอบได้ จะเกษียณไว ก็เกษียณช้า จะไม่มีลูกก็มีลูก จะอายุสั้นก็อายุยืน. ผิด คำทำนายหมอดู หมด ทั้งๆตอนแรกหมอดูทำนายแม่นกระทั่งจะได้คะแนนสอบเท่าไหร่. สรุปคือ ทำนายอดีตแม่น ไม่จำต้องแม่นอนาคตเสมอไป อนาคตขึ้นกับปัจจุบันเปลี่ยน อนาคตก็เปลี่ยน เริ่มเปลี่ยนปัจจุบันท่านแต่วันนี้
ดวงดีดวงชั่ว ผูกอยู่ใต้อำนาจกฏแห่งกรรม บ่อยครั้งที่ฉันใช้ปราณไร้ลักษณ์วัดพลังที่ลายมือก่อนว่าดวงผู้นั้นมีลักษณะในรูปแบบของพลังปราณละเอียดแบบใด มาเจอบทความนี้ถึงกับเห็นด้วยที่ว่า หากตัวทำชั่วดวงดีอย่างไรมันก็เลวอยู่ดี กรรมเป็นตัวกำหนดดวง
หนังสือเล่มนี้เป็นข้อคิดจาก หยวน เหลี่ยวฝาน (袁了凡) ขุนนางสมัยราชวงศ์หมิง แต่เดิมนั้นท่านถูกซินแสชื่อดังทำนายทายทักว่า ชีวิตจะล้มเหลวสอบรับราชการก็ไม่ได้ บุตรก็ไม่มี ทำให้ท่านสิ้นหวังกับชีวิตอย่างมาก กระทั่งมาพบกับพระเถระอวิ๋นกู่ (云谷禅师) ท่านจึงสอนว่า แท้จริงชะตาชีวิตคนเราไม่ได้ขึ้นกับโชคชะตาราศรีหรือดวงกำหนด จนคิดฟุ้งซ่านกันไป แต่ “ดวง” คนเรานั้นเป็นผลมาจากกรรมดีกรรมชั่วต่างหาก
พระเถระกล่าวว่า
” … การฟุ้งซ่านนี่เอง ที่ทำให้คนเราถูกผูกมัด ด้วยพลังอำนาจบวก และพลังลบของธรรมชาติ ทำให้ไม่มีอิสระเสรี ต้องขึ้นกับดวงชะตาราศี และการโคจรของดวงดาวบนท้องฟ้า ที่โหราจารย์ได้คิดค้นทำสถิติกันไว้ โหราศาสตร์จึงมีขึ้นด้วยเหตุนี้ ก็มีแต่สามัญชนคนธรรมดาเท่านั้น ที่จะถูกกำหนดได้ตามวิชาโหราศาสตร์ แต่คนทำความดีมากๆ แล้ว ชะตาชีวิตจักทำอะไรได้ โหราศาสตร์นั้น หยั่งไม่ถึงกรรมดีกรรมชั่ว ของคนเราหรอก วิชาโหราศาสตร์ จึงยึดถือเป็นบรรทัดฐานไปหมดมิได้ เพราะคนดีนั้น ถึงแม้ชะตาชีวิตจะบ่งไว้ว่าไม่ดีอย่างไร แต่พลังแห่งกุศลกรรมนั้น ใหญ่หลวงนัก สามารถพลิกความคาดหมายของโหราศาสตร์ได้ คนจน ก็กลายเป็นคนรวยได้ คนอายุสั้นก็กลายเป็นคนอายุยืนได้ ในทำนองเดียวกัน คนที่สร้างอกุศลกรรมอย่างหนักไว้ ชะตาชีวิตก็ไม่สามารถผูกมัดเขาไว้ได้เช่นกัน แม้จะถูกลิขิตมาว่า จะได้ดีมีสุขอย่างไร แต่พลังแห่งอกุศลกรรมนั้นหนักนัก ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงความสุขเป็นความทุกข์ ความมีลาภยศ กลายเป็นหมดลาภยศ ความอายุยืนก็กลายเป็นอายุสั้นได้เช่นกัน … ”
ท่านหยวนเหลี่ยวฝานได้ยินก็เกิดกำลังใจ เริ่มปฏิบัติกุศลกรรมมากมาย พยายามเปลี่ยนแปลงชะตากรรมด้วยกุศลตนเอง กระทั่งเวลาผ่านไป คำทำนายที่ซินแสว่าไว้ไม่ได้เกิดขึ้นจริงสักอย่าง ด้วยเหตุที่กุศลกรรมได้ชี้นำชีวิตท่านแล้ว จึงทำให้ท่านอยู่เหนือดวงไปโดยปริยาย และใช้ชีวิตไปตามกรรมกำหนด ท่านเหลี่ยวฝาน กล่าวในเวลาต่อมาว่า
” … ความสุขความทุกข์ ล้วนแต่เกิดจากการกระทำของตนเองทั้งสิ้น ทำดีก็ดี ทำชั่วก็ชั่ว เป็นคำที่ท่านนักปราชญ์โบราณกล่าวกันต่อๆ มาจนถึงบัดนี้ ถ้าใครยังเชื่อว่า สุขทุกข์เป็นสิ่งที่ถูกลิขิตมาแล้วอย่างแน่นอน แก้ไขไม่ได้แล้วไซร้ แม้ผู้นั้นจะแสนฉลาดปราดเปรื่องอย่างไร เขาก็ยังเป็นปุถุชนอยู่ หาความก้าวหน้ามิได้เลย … ”

https://www.youtube.com/watch?v=aF-o-saZBs4
https://www.youtube.com/watch?v=2PFvOlJLh8c