ใครว่า ทำบุญเท่าใด ก็ได้ ผลบุญ เท่ากัน ผมขอค้านด้วยนี่ ” ลำดับบุญ ใน พระไตรปิฏก”

 

ลำดับบุญ

 

ใครว่า ทำบุญเท่าใด ก็ได้ ผลบุญ เท่ากัน ผมขอค้านด้วยนี่ “พระไตรปิฏก” เรียง ลำดับบุญ จาก มากสุด ไปหา น้อยสุด
คร่าวๆคือ การรักษาศีล ได้บุญมากกว่า การให้อามิสทานทั้งหมด

ทำบุญอะไร  ได้ผลบุญมากกว่ากัน
(จากพระไตรปิฎก ทักขิณาวิภังสูตร (๒๓/๗๐๖/๓๙๑)  สัญญาสูตร (๒๗/๒๗๒/๓๕๘)  เวลามสูตร (๓๗/๒๒๔/๗๗๕))

ลำดับบุญจาก มาก ไปหา น้อย
๑.ได้อนิจจสัญญา  คือ  จำได้ว่าแต่ละขันธ์ไม่เที่ยง  ชั่วลัดนิ้วเดียว (เพียงแป๊ปเดียว)  ได้บุญสูงสุด
อนิจจสัญญา คือ รู้และเห็นตามเป็นจริงว่า  ..
รูป เป็นอย่างนี้     ความเกิด(เหตุเกิด) แห่ง รูป เป็นอย่างนี้     ความดับแห่ง รูป เป็นอย่างนี้
ความรู้สึก เป็นอย่างนี้     ความเกิด(เหตุเกิด) แห่ง ความรู้สึก เป็นอย่างนี้     ความดับแห่ง ความรู้สึก เป็นอย่างนี้
ความจำ เป็นอย่างนี้     ความเกิด(เหตุเกิด) แห่ง ความจำ เป็นอย่างนี้     ความดับแห่ง ความจำ เป็นอย่างนี้
ความคิด เป็นอย่างนี้     ความเกิด(เหตุเกิด) แห่ง ความคิด เป็นอย่างนี้     ความดับแห่ง ความคิด เป็นอย่างนี้
วิญญาณ เป็นอย่างนี้     ความเกิด(เหตุเกิด) แห่ง วิญญาณ เป็นอย่างนี้     ความดับแห่ง วิญญาณ เป็นอย่างนี้

*** ชวนฝึก! ถ้าต้องการไปให้ถึงเป้าหมายที่สูงกว่า บุญ ยังมีวิธีฝึกที่น่าสนใจ ดังลำดับต่อไปนี้
ถ้ามีสติคอยระลึกรู้ในปัจจุบันถึง  ๑.ขันธ์ห้าแต่ละขันธ์  ๒.เหตุเกิดแห่งขันธ์  ๓.ความดับของแต่ละขันธ์  ก็เรียกว่า กำลังเจริญ สติในธรรม หมวดขันธบรรพ    (มหาสติปัฏฐานสูตร ม.มู ๑๒/๑๔๒)
ถ้าฝึกให้เกิดความจำว่า  ขันธ์ห้าแต่ละขันธ์ไม่เที่ยงบ่อยๆ ฝึกมากๆ (ภาวิตา พหุลีกตา)  ก็จะครอบงำกามราคะ ภวราคะ รูปราคะ ละอวิชชา ถอนความถือตัว ถือตนได้   (สัญญาสูตร สํ.ข ๑๗/๒๗๒)
ถ้าความจำว่า..ขันธ์๕ แต่ละขันธ์ไม่เที่ยง  เกิดจนตั้งมั่นที่ใจเป็นสมาธิ
จนมีความรู้ความเห็นตามจริง  คือ  ๑.รู้ว่าขันธ์๕ แต่ละขันธ์เป็นทุกข์-ทนได้ยาก ก็คือรู้ทุกข์  ๒.รู้ความเกิดของแต่ละขันธ์ว่าเกิดจากเหตุใด ก็คือรู้เหตุเกิดทุกข์  ๓.รู้ความดับของแต่ละขันธ์ ก็คือรู้+เห็นความดับแห่งทุกข์

การฝึกสมาธิแบบนี้เป็นไปเพื่อความสิ้นอาสวะ  คือ  เลิกจม เลิกไหลในมหาสมุทรแห่งการเวียนว่ายตายเกิด  (สมาธิสูตร.อัง.จตุก. ๒๑/๔๑)

“อนัตตสัญญา” ย่อมปรากฎแก่ผู้ที่ได้ “อนิจจสัญญา”
“ผู้ที่ได้ อนัตตสัญญา ย่อมบรรลุนิพพาน”
อนัตตสัญญา แปลว่า จำได้ว่าแต่ละขันธ์ไม่ใช่อัตตา ไม่ใช่ตน คือไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ชีวิต จำได้ว่าแต่ละขันธฺไม่เที่ยง (เพราะเห็นความเกิดทุกข์ – ความดับทุกข์)  ได้ผลบุญมากกว่าผลบุญในข้อ ๒

๒.การเจริญเมตตาจิต โดยที่สุดแม้เพียงเวลาสูดดมของหอม  ได้ผลบุญมากกว่าผลบุญในข้อ ๓

๓.การรักษาศีล ๕ เป็นนิจ  คือ มีจิตเลื่อมใสในสมาทานสิกขาบท  ได้ผลบุญมากกว่าผลบุญในข้อ ๔

๔.มีจิตเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ หมู่คณะพระสาวก เป็นสรณะ เป็นที่ระลึกนึกถึง เป็นที่พึ่ง  ได้ผลบุญมากกว่า…วิหารทาน

๕.วิหารทาน  สร้างวิหารถวายสงฆ์(คือหมู่คณะลูกศิษย์ผู้ปฏิบัติดีของพระพุทธเจ้า)ที่มาจากทิศทั้งสี่  ได้ผลบุญมากกว่า…สังฆทาน (วิหารแปลว่า ที่อยู่  และเพราะวิหารเป็นสถานที่สำหรับ ศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรม บรรลุธรรม และเผยแพร่ธรรม อีกทั้งเป็นถาวรวัตถุซึ่งในการก่อสร้างต้องใช้ทรัพย์สินสิ่งของเป็นจำนวนมาก)

๖.สังฆทาน คือ ถวายทานให้ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นพระมุขบริโภค  ได้ผลบุญมากกว่า…ถวายทานให้พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าบริโภค ๑ พระองค์
สังฆทานมี ๗ ประเภท ได้แก่ ถวายให้ภิกษุสงฆ์ ภิกษุณีสงฆ์ พร้อมด้วยพระพุทธเจ้า
ถวายให้ภิกษุสงฆ์ และภิกษุณีสงฆ์
ถวายให้ภิกษุสงฆ์
ถวายให้ภิกษุณีสงฆ์
ถวายให้ภิกษุสงฆ์ และภิกษุณีสงฆ์ จำนวนหนึ่ง
ถวายให้เฉพาะภิกษุสงฆ์จำนวนหนึ่ง
ถวายให้เฉพาะภิกษุณีสงฆ์จำนวนหนึ่ง

๗.ถวายทานแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า บริโภค ๑ พระองค์ ได้ผลบุญมากกว่า ถวายทานให้ พระปัจเจกพุทธเจ้า บริโภค
(ถวายทานแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า ๑๐๐ พระองค์ ได้บุญน้อยกว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑ พระองค์)

๘.ถวายทานแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า (ผู้ที่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วแต่ไม่สอนใคร) บริโภค ๑ พระองค์ ได้ผลบุญมากกว่า ถวายทานให้ พระอรหันต์ บริโภค
(ถวายทานแด่พระอรหันต์ ๑๐๐ รูป ได้บุญน้อยกว่า พระปัจเจกพุทธเจ้า ๑ พระองค์  หรือ  ถวายทานแด่พระอรหันต์ ๑๐,๐๐๐ รูป ได้บุญน้อยกว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑ พระองค์)

๙.ถวายทานแด่พระอรหันต์ บริโภค ๑ รูป ได้ผลบุญมากกว่า ถวายทานแด่ พระอนาคามี บริโภค
(ถวายทานแด่พระอนาคามี ๑๐๐ รูป ได้บุญน้อยกว่าพระอรหันต์เพียง ๑ รูป) 

๑๐.ถวายทานแด่พระอนาคามี บริโภค ๑ รูป ได้ผลบุญมากกว่า ถวายทานแด่ พระสกิทาคามี  บริโภค
(ถวายทานแด่พระสกิทาคามี ๑๐๐ รูป ได้บุญน้อยกว่าพระอนาคามีเพียง ๑ รูป) 

๑๑.ถวายทานแด่พระสกิทาคามี บริโภค ๑ รูป ได้ผลบุญมากกว่า ถวายทานแด่ พระโสดาบัน  บริโภค
(ถวายทานแด่พระโสดาบัน ๑๐๐ รูป ได้บุญน้อยกว่าถวายพระสกิทาคามี ๑ รูป) 

๑๒.ถวายทานแด่พระโสดาบัน บริโภค ได้ผลบุญมากกว่า ถวายทานแด่ ผู้ปฏิบัติเพื่อทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง

๑๓.ให้ทานแด่ผู้ปฏิบัติเพื่อทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง ๑ คน ได้ผลบุญนับไม่ถ้วน

๑๔.ให้ทานแด่บุคคล(ภายนอกพระพุทธศาสนา)ผู้ไม่เพลิดเพลินชอบมาในกาม ได้ผลบุญเป็นแสนโกฏิ

๑๕.ให้ทานแด่ปุถุชนผู้มีศีล ได้ผลบุญเป็นแสน

๑๖.ให้ทานแด่ปุถุชนผู้ทุศีล ได้ผลบุญเป็นพัน

๑๗.ให้ทานแด่สัตว์เดรัจฉาน ได้ผลบุญเป็นร้อย

นี้คือลำดับของผลบุญ จากการให้ทาน  ให้ทานแก่ใครแล้วได้ผลบุญมากกว่ากัน

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ
Author: ซินแส