ธาตุดินทั้ง ๒๐ บูรณาการแพทย์แผนไทย จีน และพระพุทธธรรม

แพทย์แผนไทยบูรณาการของจริง
บูรณาการกับ แพทย์แผนจีน ภายใต้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

ว่าด้วย ธาตุดินทั้ง ๒๐ 

เกสา(ผม) เชื่อมกับ ธาตุไฟ หัวใจ
โลมา(ขน) เชื่อมกับ ธาตุไม้ ตับ 
นขา(เล็บ) เชื่อมกับ ธาตุน้ำ ไต
ทันตา(ฟัน) เชื่อมกับ ธาตุดิน ม้าม 
ตโจ(หนัง) เชื่อมกับ ธาตุทอง ปอด

เส้นลมปราณ หัวใจกับตับ เชื่อมถึงกัน 
เส้นลมปราณ หัวใจกับไต เชื่อมสะท้อนกัน
เส้นลมปราณ ปอดกับม้าม เชื่อมสะท้อนกัน

วักกัง หทยัง ยกนัง กิโลมกัง ปิหกัง ปัปผาสัง
ม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด 

ถ้าดูตามการเชื่อมเส้นลมปราณ คำว่า วักกัง กับ ปิหกัง ที่ว่ามีประเด็นเรื่องการแปลสลับที่ ก็อาจเป็นจริงคือ จะเรียงลำดับได้ใหม่เป็น
ไต หัวใจ ตับ พังผืด ม้าม ปอด 

ไต เชื่อมหัวใจ เชื่อม ตับ เชื่อม พังผืด เชื่อม ม้าม เชื่อม ปอด 

น้ำ กับ ไฟ // ไม้ กับ ดิน กับ ทอง // ครบเวียนตามผังล่างกาย บนล่างซ้ายขวาครับ 

ส่วน นหารู(เอ็น/ท่อ) อัฏฐี(กระดูก) อัฐิมิญชัง(เยื่อกระดูก/ไขสันหลัง) สามตัวนี้ ผมว่าแยก เพราะถ้านี้เขียนตามพระพุทธพจน์ พุทธเจ้าแยก อันนึงเป็น
สิ่งที่ฉาบทาเรือน (ส่วนห่อหุ้ม)
โครงสร้างเรือนและส่วนค้ำจุนส่งบำรุง (เอ็นผูกเรือนไว้ กระดูกตั้งเสาเรือน)
และสิ่งที่ห้อยแขวนในเรือน (อวัยวะทั้งหลาย)

กายประกอบด้วยกระดูกและเอ็น ฉาบทาด้วยหนังและเนื้อ เป็นกายที่ถูกผิวหนังปกปิดไว้ ไม่ปรากฏตามความเป็นจริง เต็มด้วยลำใส้ใหญ่ เต็มด้วยท้อง ด้วยตับ หัวไส้ เนื้อหัวใจ ปอด ไต ม้าม นํ้ามูก นํ้าลาย เหงื่อ มันข้น เลือด ไขข้อ ดี และมันเหลว 
  เมื่อเป็นเช่นนั้น ของไม่สะอาดย่อมไหลออกจากช่องทั้ง ๙ ของกายนั้นทุกเมื่อ คือ ขี้ตาไหลออกจากตา ขี้หูไหลออกจากหู และนํ้ามูกไหลออกจากจมูก บางคราวออกทางปาก ดีและเสมหะย่อมไหลออกจากกายเป็นหยดเหงื่อ 
เมื่อเป็นอย่างนั้น ศีรษะของกายนั้นเป็นโพรงเต็มด้วยมันสมอง คนพาลถูกอวิชชาห่อหุ้ม จึงสำคัญโดยความเป็นของงดงาม กายมีโทษอนันต์ เปรียบเสมอด้วยต้นไม้พิษเป็นที่อยู่ของสรรพโรค ล้วนเป็นกองทุกข์ ถ้ากลับเอาภายในของกายนี้ออกข้างนอก ก็จะต้องถือท่อนไม้ คอยไล่กาและสุนัขเป็นแน่. 
กายไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น เป็นดังซากศพ เปรียบเหมือนส้วม ผู้มีจักษุติเตียน แต่คนเขลาเพลิดเพลิน อันหนังสดปกปิดไว้ มีทวาร ๙ มีแผลใหญ่ ของไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น ไหลออกรอบด้าน 
ก็ในกาลใด กายนั้นนอนตายขึ้นพองมีสีเขียวคลํ้า ถูกทอดทิ้งไว้ในสุสาน ในกาลนั้น ญาติทั้งหลายย่อมไม่ห่วงอาลัย สุนัขบ้าน สุนัขจิ้งจอกย่อมเคี้ยวกินกายนั้น และนกตะกรุม หนอน กา แร้ง และสัตว์ทั้งปวงอื่นๆ ย่อมเคี้ยวกิน 
ก็ภิกษุผู้มีญาณในศาสนานี้นั่นแล ได้ฟังพระพุทธพจน์แล้ว ย่อมรู้แจ้งกายนั้น ย่อมเห็นตามเป็นจริงแลว่า ร่างกายนี้ฉันใด ร่างกายนั่นก็ฉันนั้น ร่างกายนั่นฉันใด ร่างกายนี้ก็ฉันนั้น ข้าพเจ้าคายความเพลิดเพลินใน กายทั้งภายในและภายนอกเสียแล้ว

พระไตรปิฎก อรรถกถา นิโครธมิคชาดก

สุดท้ายคือระบบหมุนเวียนและถ่ายเทของเสีย คือ อันตัง(ระบบทางเดินอาหาร) อันตะคุณัง(สายรัดระบบ) อุทริยัง(อาหารใหม่) กรีสัง(อาหารเก่า) มัตถเกมัตถลุงคัง(ทะเลไขสันหลัง) พวกนี้เข้าเส้นลมปราณ เริ่นม่าย 任脈

ซึ่งทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าในลำไส้คนเรานั้น มีจุลชีพที่ส่งผลต่อสมอง เส้นประสาท หรือพูดง่ายๆว่า แถวๆลำไส้และไตคือสมองที่สองของคนเรา เพราะควบคุมการทำงานเองได้ ส่งผลต่ออารมณ์ และเต็มไปด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันของมนุษย์

ส่วนพวกข้างต้น เข้าเส้นลมปราณตูม่าย 督脈

ตูม่าย พาดผ่านส่วนหน้าของร่างกาย ภาพซ้าย
เริ่นม่าย พาดผ่านส่วนหลังของร่างกาย ภาพขวา

ตู กับ เริ่น สองม่ายเป็นตัวคุมลมปราณเส้นอื่นๆทั่วร่างกาย หรือเรียกว่า เปิดสวิตทำใหม่เครื่องเดินแบบวัฏจักรไปเรือยๆ 督脈เป็นยิน 任脈เป็นหยาง

ลักษณะการเชื่อมกันของเส้นลมปราณทั้งสองนี้ และมีความเกี่ยวโยงกับ จักระ ตลอดจน อานาปาณสติ ด้วย

วันนี้เขียนบูชาบรมครู ซุนซือเหมี่ยว เนื่องในวันเกิดท่านครับ
28 ค่ำ เดือน 4 จีน

ภาพแกะสลัก รูปซุนซือเหมี่ยว ในนามของเทวดา คือซุนซือเหมี่ยวเดิมเป็นนักพรตและแพทย์ ต่อมาคนนับถือศรัทธายกย่องดุจเทวดา

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ

Related Posts