ทั่วไป

ตำรากลับชะตา จาก ประชุมพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๔

 

ตำรากลับชะตา รัชกาลที่4

ตำรากลับชะตา
จากประชุมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 รวบรวมเรียบเรียง  โดย  พระมหายงยุทธ อัตตเปโม

จัดพิมพ์  โดย  ซินแสหลัว

คำนำ

ตำรานี้ผมได้มาแต่ท่านพระมหายงยุทธฯ ผู้ทรงภูมิทางวิชาโหราศาสตร์ผู้หนึ่งที่ผมนับถือ และได้สนทนาขอความรู้อยู่เนืองๆ  ครั้งหนึ่งเมื่อตนเองได้เกิดโรคภัยเจ็บไข้ตลอดจนเหตุการณ์ อันไม่สู้ดีนักที่เป็นประหลาดเนื่องจากตรวจสอบตามดวงชะตาแล้วไม่ควรปรากฎเหตุเภทภัย ดังนั้น  ท่านได้แนะนำให้สวดพระคาถาตามที่พรรณาไว้ในตำรานี้  อาจเป็นมหัศจรรย์ผลานุภาพช่วยเหลือเกื้อหนุนให้พ้นภยันตรายนี้ได้  ด้วยเหตุที่มีผู้นำไปใช้แล้วเห็นอิทธิคุณมามากต่อมากแล้ว   ผมจึงได้ดำริจัดพิมพ์ตำรานี้เผยแพร่เพื่ออาจเป็นประโยชน์แก่คนหมู่มากทั้งหลายจะได้มีชีวิตที่ปราศจากทุกข์ภัยเป็นปัจจัยในการทำความดีได้อย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป  บุญกุศลใดๆอันเกิดแต่ ตำรานี้ขออุทิศถวายไปยังบิดามารดาของข้าพเจ้า  ผู้รจนาตำรานี้  พระรัตนตรัย พระมหากษัตริย์ เทพยดาตลอดจนครูบาอาจารย์และสหายผู้ช่วยเหลือเกื้อหนุนทุกท่านทุกคนเทอญ ๚๛

ผมมีความจำเป็นที่จะต้องอธิบายเกี่ยวกับตำรากลับชะตานี้  ณ  ส่วนของคำนำ เนื่องจากต้องการรักษาต้นฉบับเดิมเอาไว้  เพื่อให้ผู้อ่านสามารถแยะแยะได้โดยง่ายระหว่างตำราเดิมและคำอธิบายที่เพิ่มเติมลงไปอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและการใช้ภาษาซึ่งทำให้คำบางคำ เครื่องประกอบพิธีบางอย่างที่คนสมัย่ก่อนท่านเข้าใจความหมายและจัดหามาได้โดยไม่ลำบากนักนั้น  กลับกลายเป็นสิ่งที่ยากยิ่งในปัจจุบันที่จะจัดหามาได้ครบ จำเป็นต้องมีการอธิบายประกอบในบางตอน  อย่างไรก็ดี  ขอให้ท่านได้ใช้่ความพยายามจัดเตรียมเครื่องประกอบพิธีให้ครบตามที่ตำรากำหนดไว้  ทั้งนี้  หากหาไม่ได้ด้วยความจำเป็นใดๆก็ตาม  ขอท่านอย่าได้กังวลใจ เพราะปัญหาดังกล่าวผมได้เรียนปรึกษากับท่านพระมหายงยุทธฯ ผู้สืบค้นรวบรวมตำรานี้ออกเผยแพร่  ท่านบอกว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาอันจะได้เล่าในบทต่อไปนั้น  ผู้สวดบางคนเป็นชาวบ้านอ่านหนังสือไม่แตกฉานมากนัก  บางคนก็ไม่มีทรัพย์มากมายพอจะหาเครื่องประกอบพิธีได้ครบถ้วน  แต่ก็ได้ผลอันวิเศษอัศจรรย์จากการสวดพระมนต์ในตำรานี้  ด้วยเพราะได้ยึดเอาเพียงหัวใจสำคัญของตำรากลับชะตา  นั่นคือ  การมุ่งอัญเชิญคุณของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์มาประทับในจิตให้สนิทในใจ เพื่อการชำระกายนี้ให้บริสุทธิื  ปราศจากเคราะห์ อุบาทว์ โรคภัย ฯลฯ  โดยแบ่งพระคาถาออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ  การชำระกายภายนอกและการชำระกายภายใน อันหมายถึง การอธิษฐานจิตลงในน้ำที่จะอาบและเครื่องอาบน้ำ (ภาษาโบราณเรียก เครื่องสนาน)  และการอธิษฐานจิตลงในน้ำเพื่อดื่ม ซึ่งก็สามารถประยุกต์เครื่องประกอบพิธีบางอย่างให้เข้ากับปัจจุบันสมัยได้ เช่น การใช้สบู่และยาสระผม แทนการใช้ดินสอพอง มะกรูดและส้มป่อย  เพียงแต่หากว่าหาได้ก็จะเป็นการดีไม่น้อย  เนื่องจากมะกรูดและส้มป่อยนั้น นอกจากจะเป็นสมุนไพรสมานผิวชำระร่างกายแล้ว ตามคติความเชื่อโบราณยังเชื่อว่าสามารถช่วยล้างอาถรรพ์ตลอดจนสิ่งไม่ดีให้ออกไปจากตัวได้ด้วย  การทำน้ำพระพุทธมนต์เพื่อประพรมหรืออาบจึงมักจะขาดสองสิ่งนี้ไปไม่ได้  เป็นต้น  เหตุที่ต้องเน้นย้ำเพื่อไม่ให้ท่านมักง่าย ประมาทในภูมิปัญญาบรรพบุรุษที่ท่านได้รังสรรค์ตำรานี้ขึ้นมา  อันอาจสอดแทรกเรื่องราวตลอดจนจุดเล็กจุดน้อยที่สำคัญยิ่งเอาไว้อย่างแยบคาย  ทั้งนี้  จิตใจที่มั่นคงในสมาธิและแรงอธิษฐานที่แน่วแน่ย่อมเป็นหัวใจหลักของตำรากลับชะตา ดังที่เน้นให้ผู้สวดจะต้องสวดคำแปลภาษาไทยกำกับเพื่อให้เข้าใจความหมายของพระมนต์ไปพร้อมกับสวดแบบบาลี  และมีบทสรุปในตอนท้ายของหนังสือที่พระมหายงยุทธฯ ท่านได้แปลเพิ่มเติมลงไปสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาสวดยาว หรือผู้ที่ไม่ค่อยรู้หนังสือให้ได้ท่องจำเพียงถ้อยคำสั้นๆ ที่หากแม้นเพียงท่านสำรวมจิตให้ตั้งมั่นแน่วแน่  สวดแต่บทสรุปท้ายหนังสือนี้โดยไม่ได้เตรียมเครื่องประกอบพิธีใดๆเลย ผลสัมฤทธิ์ก็ปรากฎได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการสวดแบบเต็ม  เห็นแจ้งกันจากผู้ที่เคยสวดมาแล้วไม่น้่อย

การสวดพระมนต์ตามตำรากลับชะตานี้ไม่ใช่เรื่องลึกลับหรือยุ่งยากแต่ประการใดเลย หากแต่เป็นการสอนให้ท่านได้เข้าใจในความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนาและเป็นอุบายอย่างยิ่งในการกล่อมเกลาจิตใจให้ผ่องใสขาวรอบเท่านั้น  เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า  หากเราชาวพุทธหมั่นละวางซึ่งกิเลสและทำจิตให้บริสุทธิ์ได้ทุกชั่วลมหายใจแล้วไซร้  ภยันตรายใดๆก็ไม่อาจมาแผ้นพานเบียดเบียนบีฑาได้  เหมือนเช่นการสวดพระมนต์นี้เพื่อเป็นการสรรเสริญและระลึกในพระบริสุทธิ์คุณแห่งพระรัตนตรัย ก็ยังให้ผลอันอัศจรรย์ได้เพียงนี้แล้ว  ผลที่ได้จากการสวดอัศจรรย์วิเศษสมปรารถนาท่านฉันใด  การรักษาจิตรักษาใจให้บริสุทธิ์ได้ตามคำสั่งสอนของพระศาสดาก็จะให้ผลวิมลวิเศษเลิศได้ฉันนั้น  ขอกล่าวว่านี่เป็นเพียงตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงพลานุภาพที่เล็กน้อยของการประพฤติตามหลักธรรมเท่านั้น มิใช่แก่นแท้ของพระธรรมแต่ประการใดเลย มุ่งแสดงเพื่อให้เกิดศรัทธาและกำลังใจในการประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี เท่านั้น

 

ตำรากลับชะตา รัชกาลที่4

เหตุว่ามีต้นตอ จึงได้ขอสืบต่อมา

        พระมหายงยุทธฯ ท่านได้เมตตาเล่ากับผมว่าท่านพบอ่านเจอข้อความเกี่ยวกับพระตำรานี้
จากหนังสือเล่มหนึ่งนานมากแล้ว  จำชื่อผู้เขียนได้ว่าชื่อคุณ เอนก นาวิกมูล แต่ชื่อหนังสือนั้นเลือนลาง
ในความทรงจำสุดที่จะนึกออกได้ชัดแจ้ง  ครั้นก็เกิดความสนใจในการสืบค้นก็ได้ไปปรึกษากับ
นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติขณะนั้น  แต่ก็ได้คำตอบมาว่าท่านก็ไม่ทราบเช่นกัน  พระมหายงยุทธฯ ท่านจึงไปค้นหายังหอสมุดโบราณต่างๆ ของประเทศด้วยความมุ่งหมายว่าคงมีสักแห่งที่มีตำรานี้ปรากฎอยู่  เหตุการณ์ไม่ง่ายดั่งที่คิด  ทั้งที่หอสมุดแห่งชาติ  หอสมุดประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาศิลปากร ก็หาตำรานี้ไม่พบ  ไปพบเอาที่หอสมุดกลางแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในหนังสือชื่อ ประชุมพระราชนิพนธ์
ในรัชกาลที่  ๔  เล่มที่  ๒  อนุสสรณ์งานศพ  นางผิน แจ่มวิชชาสอน  ภรรยาหลวงแจ่มวิชชาสอน

เมื่อท่านได้ตำรานี้มาสมดั่งเจตนาแล้ว  ก็ได้ใช้คุณอันวิเศษแห่งตำรานี้ช่วยเหลือผู้ที่ตกยากอับจน
ในถนนแห่งการดำเนินชีวิตให้ได้ประกอบกิจการงานสมตามปรารถนาเพื่อเลี้ยงชีพโดยสุจริตวิถี
ซึ่งจะเป็นเครื่องช่วยให้ประกอบคุณความดีอื่นๆได้โดยง่าย ไม่ลำบากยากร้ายในการหาเลี้ยงตน  จนประจักษ์แจ้งด้วยประสบการณ์อันอิทธิคุณแห่งพระมนต์นี้ได้แสดงขึ้นไว้  ดังนี้

ร้านเพชรที่ย่านการค้าชื่อดังแห่งหนึ่งมีหนี้สินประมาณ 10 ล้านบาท แรกเริ่มเดิมทีร่วมเปิดกิจการ
กับเพื่อน  แต่ต่อมาเพื่อนได้ถอนทุนออก  เจ้าของร้านจึงได้ดำเนินกิจการต่อมาด้วยตนเอง  แต่ปรากฎเหตุ
อันประหลาดคือลูกค้าที่มีมาแต่เดิมลดลง ไม่ค่อยมีคนเข้าร้าน  ครั้นจึงได้เรียนปรึกษากับท่านพระมหาฯ
และได้อาราธนานิมนต์ท่านไปสวดมนต์ทำบุญที่ร้าน  เมื่อถึงเวลาที่ได้กำหนดหาฤกษ์เอาไว้ดีแล้ว
จึงได้สวดทำตามตำรา พรมน้ำมนต์  และแผ่เมตตาให้พระภูมิเจ้าที่ซึ่งดูแลร้านค้าดังกล่าวให้มีความสุข
ความเจริญ  เสร็จพิธีท่านก็ได้เดินกลับเข้ามาในร้าน พลันก็มีคณะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาซื้อได้กำไร
ไปหลายหมื่น  ประสบการณ์นี้เกิดหลังจากสวดพระมนต์นี้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง

รายต่อมาเป็นสตรีผู้หนึ่งซึ่งได้คำนวณตามดวงชะตาแล้วยังไม่ถึงคราวที่จะต้องโดนยึดบ้าน
แต่มีคดีฟ้องร้องซึ่งหากคำพิพากษาตัดสินออกมาก็อาจจะต้องโดนยึด  ท่านจึงได้แนะนำให้สวดพระมนต์นี้  ปรากฎว่าสวดเพียง  ๑๕  วัน  ก็ปรากฎได้โชคลาภ แล้วมีเงินมาผ่อนค่าบ้าน

รายที่สามที่อยากยกเป็นตัวอย่างคือ  คู่ครองของตนไปมีภรรยาน้อยจึงได้เกิดเรื่องราวฟ้องร้องกันและจะโดนฟ้องเพื่อยึดบ้านที่ดาวน์เอาไว้ด้วย  ครั้นพอตอนเช้าก่อนจะไปฟังคำพิพากษาศาลก็ได้สวดพระมนต์นี้เอาน้ำกิน  เหตุอันอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นคือทนายฝ่ายโจทก์ลืมนำเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งมาในกระบวนการพิจารณาคดี  ซึ่งเป็นเอกสารที่อาจตัดสินชี้ขาดให้ฝ่ายโจทก์ชนะคดีได้  ก็เลยเป็นเหตุให้ต้องทำการประนีประนอมยอมความกันระหว่างโจทก์และจำเลย  การยึดบ้านจึงไม่เกิดขึ้น  และฝ่ายภรรยาก็เปลี่ยนใจไม่หย่ากับคู่ครองตนอีกด้วย

ผู้มีประสบการณ์รายที่สี่  ออกจะอัศจรรย์และเป็นความเชื่อลึกลับเสียหน่อย  กล่าวคือเป็นบุตรชาย
ของนายทหารท่านหนึ่งสังกัดโรงพยาบาลทหารผ่านศึก  มีอาการพูดจาพร่ำเพ้ออยู่คนเดียวตลอดเวลา
และมักจะทุบทำลายกระจกที่มีอยู่ในบ้านของตนอยู่เรื่อยๆ ปรากฎว่ามีองค์เป็นร่างทรงแต่ผู้เป็นพ่อไม่ยอมรับ  เข้าใจว่าเป็นอาการทางจิตประสาทจึงได้พาบุตรชายไปรักษาหลายต่อหลายโรงพยาบาลหมดเงินไป
ร่วมล้านบาท  อาการก็ไม่ดีขึ้น  ต่อมาจึงได้พาไปพบพระเกจิอาจารย์ที่อาจจะช่วยได้เนื่องจากร่ำลือ
ในชื่อเสียงที่ท่านสามารถปราบผีหรือวิญญาณต่างๆได้  เหตุการณ์กลับพลิกคือบุตรชายท่านกลับไป
เป็นผู้ช่วยพระรูปดังกล่าวในการปราบผีทั้งยังชำนิชำนาญทำได้ดีกว่าพระรูปนั้นเสียอีก  ความกังวลใจ
จึงมาตกแก่ผู้เป็นพ่อซึ่งต่อมาได้ปรึกษากับท่านพระมหาฯ ท่านจึงแนะนำให้สวดพระมนต์นี้  นายทหารท่านนั้นจึงได้อธิษฐานจิตตามวิธีการแล้วเอาน้ำมนต์นี้ใส่ตู้เย็นให้บุตรชายดื่ม  พอดื่มแล้วบุตรชายก็หันมามองหน้า
ผู้เป็นพ่อ แล้วไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น  หลังจากนั้นไม่นานอาการที่เป็นอยู่ในตอนต้นก็ค่อยทุเลาเบาบางหายไป

ผู้มีประสบการณ์รายที่ห้า  คือเด็กประถมแถวภาคเหนือ โดนครูที่สอนในโรงเรียนด้วยเหตุไม่พอใจอะไรไม่ทราบแน่ชัดนักทำคุณไสย ใส่  ทั้งนี้ก็ได้นำดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมาแล้วแต่ก็ไม่ได้รับการยกโทษให้  ฝ่ายผู้เป็นครูบอกให้ต้องย้ายไปเรียนที่โรงเรียนอื่นอย่างเดียว  อาการที่เป็นก็คือปวดศีรษะและต้นคอตลอดเวลาที่อยู่โรงเรียน  แต่พอกลับมาบ้านอาการนั้นก็จะหายไปเองอย่างไม่ทราบสาเหตุ  เป็นอาการประหลาดแบบนี้อยู่นาน  รักษาด้วยวิธีการใดๆ อย่างไรก็ไม่หาย แม้กระทั่งให้พระไล่ผีออกไป  พระท่านก็บอกว่าผีมีเยอะหลายตน ไล่ตนนึงออกอีกตนก็เข้ามาแทน สุดจะหาวิชาไหนมาไล่ได้  จนท่านพระมหาฯ ได้แนะนำพระมนต์นี้
ให้เอาไปสวด อาการต่างๆจึงได้ทุเลาหายไป

นอกจากนี้ก็ยังปรากฎผู้มีประสบการณ์อีกมากมายทั้งได้เงินทองสมใจ ได้การงานสมหวัง
ดังหมาย  ต่างล้วนแต่ยืนยันในอิทธิคุณความศักดิ์สิทธิ์ของพระมนต์นี้ได้เป็นอย่างดี  ทั้งนี้  ขอยืนยันว่าเรื่องราวดังที่กล่าวมาทั้งหมดผมเรียบเรียงจากที่ได้รับเมตตาบอกเล่าจากท่านพระมหาฯ ไม่ได้กล่าวหรือกุขึ้นเองแต่ประการใด  อนึ่ง  หากท่านจะใช้ตำรานี้ไปในทางที่จะกระทบกระเทือนถึงใครผู้ใดแล้วนั้น  ขอให้ท่านพึงสังวรณ์และพิจารณาด้วยสติปัญญาให้จงหนัก  แม้นว่าท่านจะทำเพื่อล้าง
สรรพอาถรรพ์อุบาทว์ให้ตนเองแต่หากไปกระทบยังผู้ทำคุณไสยก็ดี ผีสางวิญญาณใดๆก็ดี
เพื่อความไม่ประมาท เมื่อใช้พระมนต์นี้ก็ขอให้ได้กรวดน้ำแผ่เมตตาให้ทุกครั้งที่สวด และมีการทำบุญทำทานอุทิศส่วนกุศลให้สิ่งใดๆที่เราล่วงเกินโดยเจตนาหรือไม่เจตนาบ้างก็จะเป็นการดีไม่น้อย
ขอให้ทุกท่านมีความจำเริญ สุข สวัสดี ถ้วนหน้ากันด้วยคุณความดีที่ท่านได้กระทำ การรักษาศีล
ให้ครบพร้อม  การเป็นผู้มีคุณธรรม และมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างตั้งมั่นไม่หวั่นไหว

ตำรากลับชะตา รัชกาลที่4

 

ตอนนี้ หยุดพิมพ์เป็นเล่มแล้วนะครับ พิมพ์ฉบับสุดท้ายไปเมื่อ เดือน ธันวาคม 2557

ท่านใดสนใจ ก็โหลดเอาไปได้เลยตามกุศลเจตนาท่าน ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับผม

โหลดตำรากลับชะตา

 

.

One thought on “ตำรากลับชะตา จาก ประชุมพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๔

Comments are closed.