ติดต่อ ดูฮวงจุ้ย

ซินแสฮวงจุ้ย

ที่ผ่านมาก็รับดูฮวงจุ้ยให้คนทั่วไป โดยตั้งเงื่อนไขว่า จะดูฮวงจุ้ยให้ก็ต่อเมื่อได้เคยดูดวงกับผมมาแล้วเท่านั้น เพราะตามหลักวิชาโหราศาสตร์จีนนั้น การแก้ปรับฮวงจุ้ยเสมือนการให้ยา แต่การดูดวงเหมือนการตรวจวินิจฉัยโรค  เป็นไปไม่ได้เลยที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยโรคแล้วจะได้รับยาถูกโรค ยกเว้น ยาชุด คือ จัดฮวงจุ้ยแบบเหมารวม หรือพูดง่ายๆว่า แบบเสื้อโหล  ถามว่าสวมใส่ได้ไหม ก็ใส่ได้ครับ แต่ว่าไม่มีทางเหมาะและพอดีตัว และตรงประเด็นเท่ากับเสื้อสั่งตัด  อนึ่ง เสื้อผ้าแทบไม่ส่งผลร้ายกับเจ้าของผู้สวมใส่ แต่ฮวงจุ้ยไม่ใช่แบบนั้นครับ แน่นอน ฮวงจุ้ยไม่ทำให้ใครเสียชีวิตง่ายๆ แต่เจ็บหนักหรือป่วยนั้น มีแน่นอน จากประสบการณ์

จะเห็นได้ว่า ในเวปผมจะให้ความรู้เรื่องดวงจีน เรื่องฮวงจุ้ย แต่จะไม่ปรากฎว่าผมเอาภาพคนที่เคยไปดูดวงขึ้นมาอวด หรือเอาภาพสถานที่ๆเคยไปจัดฮวงจุ้ยมาโพส  ทั้งๆที่เคยไปจัดให้สถานที่ราชการ สถานเอกชน โรงงาน ภัตาคาร บ้าน ตลอดจนห้างสรรพสินค้า ก็เหตุเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและข้อมูลของผู้ที่มาขอคำปรึกษา เพราะนิสัยผมเองก็ชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่า

หลายต่อหลายครั้งที่ผมต้องบอกบางท่านว่า ดวงคุณอยู่ได้แค่คอนโด  ดวงคุณมีได้แค่บ้านขนาดเท่านั้นเท่านี้ ใหญ่เกินนี้ไม่ได้ หรือบางดวงก็อาจจะไม่อาจจะมีบ้านได้เลย แต่รวยมากนะ คือว่า บางดวงนั้น ฐานะ อาชีพ ไปกระทบกับบ้านอย่างแรง อันนี้เราก็เลยต้องปรับสมดุลย์ จะเห็นความเป็นจริงข้อนึงที่ท่านก็สำรวจตัวเองได้นะครับ  คนในประเทศไทยแทบจะทั้งหมด  มักจะมีองค์ประกอบไม่ครบ 3 สิ่งนี้ กล่าวคือ

1. บ้านนั้นซื้อด้วยเงินของตัวเอง หรือสร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง
2. ชื่อในทะเบียนบ้านเป็นชื่อเรา
3. ชื่อในโฉนดที่ดินของบ้านนั้น ก็เป็นชื่อของเรา

คนทั่วไปมักจะขาดองค์ประกอบข้อหนึ่งข้อใดไปทั้งนั้น หายากมากๆที่จะมีครบ อย่างที่พบบ่อยสุดคือ มีบ้านหลายหลัง แต่ว่าบ้านที่ตัวเองนอนไม่ใช่บ้านชื่อของตัวเองครับ

ผมให้ความสำคัญของดวงชะตาในการปรับแก้มากกว่าฮวงจุ้ย ด้วยข้อยืนยันสองเรื่อง ข้อแรก สิ่งของที่เข้ากับร่างกายเลือดเนื้อเราไม่ได้ ย่อมส่งผลน้อยกว่าสิ่งที่เข้ากับร่างกายเลือดเนื้อเราได้  เช่น ถ้าท่านอยากให้ตัวเองวิ่งได้เร็วขึ้น ก็ต้องฝึกวิ่ง การเอายางล้อรถแข่งมามัดติดเอวคงไม่อาจทำให้ท่านวิ่งได้เร็วเท่ากับรถแข่งขึ้นมาได้ แบบนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ฮวงจุ้ยแค่เป็นปัจจัย เหตุที่กระทบต่อท่านจริงๆคือ อากาศ แสง อุณหภูมิ มากกว่าที่ทำให้ท่านเจริญขึ้นหรือแย่ลง  จึ่งเป็นคำตอบที่ว่า จัดฮวงจุ้ยไม่ได้ทำให้รวย อยู่บ้านซวยๆก็ไม่ได้ทำให้จนลงครับ หากเราเข้าใจดวงชะตาตัวเอง  เรื่องนี้ในพระพุทธศาสนามีข้อชี้ชัดว่า รูป หรืออธิบายในแง่นี้ง่ายๆว่า ร่างกายเรา เกิดจาก กรรม (การกระทำของเราทั้งอดีตที่ส่งวิปากมา และปัจจุบัน) จิต (จิตใจเรา) อุตุ (อุณหภูมิ ความร้อนเย็น สภาพอากาศ) และอาหาร (อาหาร น้ำ อากาศที่สูดเข้าไปทั้งหมด)  รวม 4 ปัจจัยหลัก การจะมาอธิบายว่า ฮวงจุ้ยกระทบเพราะ รังสีบ้าง ขั้วแม่เหล็กโลกเพราะเรามีธาตุเหล็กบ้าง หรือจากพลังดาวบ้าง หรือจากพลังลมบ้าง ถือได้ว่ายังไม่ครอบคลุมใจความของ ฮวงจุ้ย เสียทั้งหมดไปได้ เป็นแต่เพียงการยกอ้างตามภูมิปัญญาที่ได้รู้มาเท่านั้นเอง

หลายต่อหลายครั้งที่ผมต้องให้คนย้ายไปนอนบ้านอื่นชั่วคราว หรือย้ายสถานที่ชั่วคราว ในกรณีที่่ติดขัดจริงๆ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า หากเราไม่คำนวนประกอบกับดวงชะตาคนเลยย่อมไม่อาจทราบได้ หรือต่อให้คำนวนแต่ผิวเผินมาก เช่น ลำพังดูแต่ปีเกิด ไม่ดู วัน เดือน เวลา หรือดูเฉพาะบางบุคคลภายในบ้าน เหล่านี้เป็นความประมาทที่เราต้องสังวรระวังไว้เพื่อความแม่นยำและถูกต้องของวิชาจำต้องดูอย่างละเอียด

สำคัญที่สุดคือ  เวลาจัดฮวงจุ้ย ของผมจะไม่ขึ้นต้นด้วยคำว่า เขาเล่าว่า  ตำรากล่าวว่า โดยลอยๆ เพราะทุกอย่างก่อนที่จะพูดออกไปมีที่มาอ้างอิงได้ แน่นอนตอนใช้ภาษาพูดง่ายๆอาจพูดว่า ตำราบอกว่า …. แต่ถ้ามีใครสักคนถามว่า ตำราเล่มไหน ชื่อตำราอะไร ผมมีที่มาอ้างอิงให้ทุกที่ ที่นี่ไม่มีการยกเมฆ ถามว่าทำไมชอบอ้างตำรา จนเดี๋ยวนี้หลายคนแซวว่า เป็นตำราเดินได้ ก็เพราะว่า ตำราเป็นสิ่งเดียวที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านการพิสูจน์และเรียบเรียงจากคนที่ฉลาดกว่าผมมากมาย หลายร้อย หลายพันปี ถ้าตำราถูกปรับปรุงมาเรื่อยๆ จนได้รับการยอมรับมาเรื่อยๆ ผมว่านั่นก็น่าเชื่อถือมากกว่าเราจะทึกทักคิดเอง หรือกล่าวอ้างว่าคิดค้นวิชาใหม่เอง  คนเรานะครับ ย่อมมีรากเหง้ามีที่มาครับ มีครู มีตำรา คือมีหลักฐาน มีความมั่นคงทางความรู้ การทำแบบนี้ถือว่าสำนึกในพระคุณของวิชาและตำรา ครู ที่สั่งสอนมาไปในตัว

ฮวงจุ้ยที่ผ่านมาได้ผลมากน้อยแค่ไหน
ขอตอบสั้นๆแค่ว่าผมให้ความสำคัญกับการแก้ไขดวงชะตามากกว่า ผมยื่นคำขาดกับทุกคนที่ให้ผมไปดูฮวงจุ้ยมาตลอดว่า  ต้องแก้ไข ปรับพฤติกรรมตามที่ผมบอกอย่างน้อยหนึ่งข้อ ถึงไปดูให้ เพราะถ้าไม่แก้ไม่ปรับเลยสักข้อ ต่อให้จัดฮวงจุ้ยให้ดีมาก เจริญมาก ก็ไม่ได้ผลอะไรขึ้นมา (สังเกตว่าผมไม่เน้นว่า จัดละรวยมาก เพราะผมเน้นความสมดุลย์ระหว่างความสุข และความมั่งมี  จะมีประโยชน์อะไรถ้ามั่งมีมากมายแต่ไม่มีความสุขครับ) และยิ่งถ้าต้องเสียเงินมากมายมาจัดฮวงจุ้ย  ผมว่าเอาเงินนั้นไปทำกุศล บุญทาน ยังจะมีประโยชน์เสียมากกว่า ชีวิตคนเราควรตั้งอยู่ในความมีสติ และพอดี และไม่บีบคั้น ขูดรีด หรือเอาเปรียบกันมากเกินไป ผมเชื่อว่าหากเราให้เกียรติผู้อื่นด้วยความสุจริตในวิชาไม่หลอกลวง เราย่อมได้รับผลตอบแทนสมน้ำสมเนื้อ สมค่าวิชาเราครับ

ทุกวันนี้ยอมรับว่าค่าดูดวงจีนผมราคาสูงระดับนึง ไม่ต้องเล่ห์กลแพรวพราว ไม่ต้องพูดจาหวานหูหว่านล้อม เอาความจริงใจซื่อๆไป ย่อมได้รับความจริงใจและกำลังใจตอบแทนครับ  ผลงานผมไม่อาจอวดอ้างเกรงท่านจะว่ากล่าวอ้างเกินจริง  ผมพูดได้แต่ว่า  ผมเป็นหมอดูจีน  ที่อ่านตำราจีนโบราณ ที่เขียนภาษาจีนคล่องทั้งปากกาและพู่กัน เรียนทุกอย่างด้วยครูผู้เชี่ยวชาญวิชาจีนและภาษาจีนแท้ๆ ไม่เจือตำราแปลอังกฤษใดๆ คือทุกอย่างมีรากเหง้า มีต้นตอ ผมถือว่านี่คือโอกาสดีที่ผมสั่งสมมาแต่เด็ก ผมเลยพยายามเขียนบทความนู่นนี่นั้น ทั้งในแง่ของวิชาการ แนวคิด และการตีความทางภาษาโบราณอันเป็นศัพท์เทคนิคเฉพาะวิชาดวงจีนนี้  อย่างน้อยก็เพื่อจะสื่อว่า เรามีของดีกับตัวแต่เราก็ไม่ได้หวงกีดกัน เหมือนอย่างเช่นการเขียนหนังสือ จะเขียนให้ครบความรู้ทั้งหมดที่ผมมี เกรงว่าร้อยเล่มก็ไม่จบครับ ลองคิดว่าจริงไหม ทุกท่านก็มีประสบการณ์ชีวิตแต่ละท่าน ผมให้ท่านเขียนความรู้ทั้งหมดที่มีอย่าได้เหลือลงสมุด รับรองเขียนได้ไม่ครบหรอกครับ แต่เรารับประกันได้ว่า ข้อมูลที่เราให้ไป อยู่บนพื้นฐานของความจริงจัง และจริงใจ ไม่ตัดทอนให้หลงทาง หรือไม่แต่งเติมให้เพ้อออกนอกลู่นอกทางแน่นอน ผมยังทิ้งท้ายในหนังสือทุกเล่มว่า ยินดีรับคำชี้แนะ หรือใครมีข้อสงสัยก็ยินดีตอบให้แบบไม่หวง นี่คือคำตอบว่า ทำไมหนังสือผมจึงมีราคาสูง เพราะผมยินดีตอบคำถามท่านผู้อ่านทุกท่านโดยจะไม่บอกปัดหรือบิดเบือนครับ อีกประเด็นก็เพราะต้นทุนทางวิชาสูงมาก ทั้งค่าเดินทางไปหาอาจารย์ ค่าตำราเก่าๆโบราณๆ ผมจะบอกว่ารายจ่ายผมเดือนๆหนึ่งหมดไปกับหนังสือวิชาดวงจีนเหล่านี้ ราวๆ 5-6000 บาท ทุกเดือน เหตุเพราะยิ่งเราได้รับเกียรติและความไว้วางใจจากคนที่เราไม่เกี่ยงว่าจะรวยหลายพันล้านหรือเป็นแค่มนุษย์เงินเดือน เราเลยต้องพัฒนาตนเองเรื่อยๆ

ผมบอกหลายๆคนว่า คนรวยทุกข์กับเงินร้อยๆล้าน ผมก็เจอมาเนืองๆ คนจน ทุกข์กับหนี้แค่ไม่กี่หมื่น ก็เจอมา  เงินทองอาจจะต่างกันตามปริมาณ แต่ความทุกข์ ทุกคนมีเท่ากัน ณ ระดับความทุกข์เดียวกันนั้น  ร้องไห้ก็เศร้าเท่ากัน ก็กินข้าวจนหรือรวย แพงหรือถูก เราก็กินได้ถ้วยหรือจานเท่าที่เรากิน  คนรวยกินได้สิบจานเสียเมื่อไหร่ จะเห็นว่า ถ้าเป็นเรื่องทางใจแล้ว ความรู้สึกมันเท่าเทียมกันเสมอ ฉันใด

การที่เขาให้ความนับถือ ไม่ว่าจนรวย เขาก็ให้ความนับถือ ณ ระดับที่มีคุณค่าทางจิตใจเท่ากัน ฉันนั้น

ทั้งหมดทั้งปวงที่ร่ายยาวมานี้ ก็เพื่อให้ท่านทราบว่า ผมไม่ขออวดอ้าง แต่ขอให้ผลงานผมพิสูจน์ตัวผลงานผมเอง  ผมเพียงแต่จะบอกว่าผมทุ่มเทและให้ใจรักกับวิชานี้เพียงไร และใส่ใจทุกๆคนที่ไว้วางใจให้ผมได้เป็นที่ปรึกษา  ผมผ่านความกดดัน ผ่านการนินทาใส่ร้ายสารพัดและมายืนอยู่ได้ตลอดหลายปีนี้แบบพัฒนาเรื่อยๆ ขึ้นราคาค่าดูเรื่อยๆแต่ไม่ลำบากลง และนับวันยิ่งมีคนเข้าหาเรื่อยๆ ก็ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ในแรงกำลังใจว่า วิชาที่เรารัก เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นไม่มากก็น้อย

ผมรักวิชานี้ ดังนั้น วางใจเถอะว่า ผมจะไม่ทำอะไรที่จะเป็นการ ทรยศวิชา ทรยศครูอาจารย์

… ทั้งหมดจริงหรือลวง ผมคิดว่าคนที่กดเข้ามาอ่านถึงบทความนี้น่าจะตามอ่านบทความ และเรื่องราวที่ผมนำเสนอมาพอสมควร ท่านก็ตรองเอาครับ…

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ