อนามัยการกินที่ขงจื้อสอน กับ ตะลอนมุ่ยกี่

หลังจากที่ได้สัมผัสถึงความมหัศจรรย์ของการดื่มชา คือตามที่เล่าไปในกลุ่มสมาคมชาว่า หลังจากต้องดูดวงจีนใช้เสียงทั้งวัน จู่ๆนึกยังไงไม่ทราบเข้าไปในร้านชาที่พารากอน จิบไปแก้วเดียว จากที่ธรรมดาถ้าอาการมาแบบนี้ นอนกลางคืนรับรองเจ็บคอแน่ๆ กลายเป็นว่า ชุ่มคอ ไม่มีอาการแสบหรือเจ็บได้ ผู้รู้ทั้งหลายก็ได้แนะนำว่า ลองไปซื้อชามาดื่ม แนะนำสองชนิด คือ สุ่ยเสียน กับ ต้าหงเผา เราก็ถามว่า ณ ตอนนี้อยู่ กทม ไปที่ไหนดี คำตอบจากผู้ใจดีตอบว่า มุ่ยกี่ เยาวราช

โอเค ด้วยความบ้า พอวางมือจากมือถือ ไปอาบน้ำ ก็ออกไปร้าน มุ่ยกี่ โดยพลัน เพราะกะจะไปซื้อของขวัญให้ลูกเพื่อนที่เพิ่งคลอด เล่นเอาใจหายใจคว่ำเหมือนกันนะ เพราะพ่อแม่มันน่าแค้นใจ หาฤกษ์แต่งงานไม่ให้ผมหาหมอดูจีนคนอื่น แหม๋ จะไปโทษเค้าก็ไม่ได้ เพราะเค้าไม่รู้ว่าเพื่อนเค้ามีนามปากกาว่า ซินแสหลัว ห่วงมันใจจะขาดว่า อย่าให้ลูกเกิด ธค นะ มันก็ยืนยันมาตลอดว่า หมอจะให้เกิด ธค ยังไงก็ ธค ผมบอกว่า ถ้า ธค นี่ เตรียมตัวซวยเลย ผลปรากฎว่า เกิดเอาตั้ง ตุลาคม เร็วกว่ากำหนดสองเดือน เรายิ้มแก้มปริ ไม่ใช่ดีใจกะมันหรอก ดีใจที่ว่า คุณธรรมความดีคนหนะครับ เพื่อนคนนี้มันแบบว่า เป็นนักกฎหมาย ที่เป็นคนดีมีน้ำใจใช้ได้คนหนึ่งเลยหละ ความดีคนเรา เปลี่ยนดวงได้ ทำความดี ไม่ต้องพึ่งดวง

วกกลับมา ก็แวะกินข้าวเช้าก่อนที่ซอยใกล้ๆ จากนั้นก็ถามทางคนแถวนั้น ไปร้านมุ่ยกี่ ก็ด้วยนิสัยบ้าๆของผมอีกหละ เวลาไปสถานที่แบบนี่เราจะไม่แต่งตัวดี เราจะทำตัวมอซอๆ แล้วเดินเข้าไป ปรากฎว่า ร้านเงียบมาก จริงๆ ไม่มีคน ไม่มีเจ้าของร้าน เลยถือวิสาสะเดินเข้าไปในร้าน ปรากฎว่า เถ้าแก่เนี้ยะ งีบอยู่ที่โต๊ะเล็ก ๆ และผู้ชายเจ้าของร้านเขาก็อยู่หลังร้าน ผมเคาะเรียก เลยรีบเดินออกมา พร้อมถามว่า รู้จักจากเฟสบุ๊คเหรอครับ เล่นชื่ออะไรหละ ผมก็อ้ำอึ้งไปหลายรอบที่จะตอบ แต่ก็ โอเค บอกก็ได้ 

ไม่เป็นไร ไม่ซื้อก็ลองชิมดูได้ อะ นั่งก่อน ชิมก่อน เจ้าของร้านพูดพลาง ค้นสารพัดจะชามา แล้วก็ถามว่า ชอบแบบไหน ชงให้ทีละแก้วๆ 

เอ้อ ร้านชานี่ ชิมได้ก่อนซื้อหมดเลยเหรอครับ ธรรมดาไม่เคยซื้อเอง

ชิมได้ พร้อมกับเล่าประวัติของร้านคร่าวๆ และเล่าความเป็นมาบางส่วนของชาที่ผมชิมไป ยังพูดอีกว่า นี่อันนี้ ผมทำเอง คิดเอง อันนี้ เขาสั่งมา เขาต้องการแบบเฉพาะ ก็นี่หละ ผมเป็นคนขายมาแบบ บรรพชนสืบทอดมา มีความรู้ก็อย่างทั่วๆไป ไม่ได้เป็นตามหลักวิชาการเท่าไหร่ ดีที่ได้ ..ประธานหมี.. มาสนใจ เพราะว่าเห็นผมคั่วชาเอง หลังๆเลยพอมีความรู้ตามหลักวิชาการมากขึ้น ขายมาต้งแต่รุ่นปู่แล้ว เป็นคนเหนือเหรอครับ แฟนผมนี่ก็คนพะเยา ผมมองไปเห็นใบหน้าว่า นี้คือ สตรีชาวเหนือขนานแท้ ไม่ต้องฉีกยิ้มกว้างมากมาย แต่ความจริงใจกับใจดีและมารยาทงามยังคงมีอยู่ ไม่เหมือนคนสมัยนี้หรอก ยิ้มแบบจีบปากจีบคอ ฉันเป็นหมอดู ฉันรู้ไส้รู้พุงหมดหละ อย่ามายิ้มหวานหลอกให้ยาก นี่ทำให้เวลาผมคุยกับใครหลายคน ถ้าไม่จริงใจพอ ผมไม่กล้าคุยแบบมองหน้าหรือสบตา เดียวจะอดไม่ได้พูดอะไรไม่ดีออกไป แต่ว่า ร้านมุ่ยกี่ มองหน้า สบ้าย 

ชิมไปสารพัดถ้วย เราก็บอก เอานี่หละ สุ่ยเซียน ระดับพรีเมี่ยมห่อนี้ สองห่อ เดียวต้องรีบไปเยาวราช ไปซื้อทองให้หลาน ต้องไปเรียกแท็กซี่ทางไหนครับ

โอเค ฮั่วเซ่งเฮ็ง เดียวผมขี่มอไซต์ไปส่ง

ได้ยินคำพูดนี้ ภาพสมัยอดีตการค้าแบบคนโบราณ ปั้ง ปรากฎขึ้นมาต่อหน้า พูดจริงๆ เมื่อนานนมของสังคมไทย สังคมในยุคที่ไม่หวังการค้าเพื่อหากำไรเป็นเรื่องหลัก พ่อค้าแทบจะทุกคนทำแบบนี้ แต่สมัยนี้ก็อย่างว่าหนะนะ

เจ้าของร้านบอกว่า แต่ก่อนจะไป ลองซองนี้อีกสักถ้วย ต้าหงเผา

โอเค ลองก็ลอง เราก็นั่งรอชง ชงเสร็จก็จิบพรึ้บ กะจะลุก ที่ไหนได้ เฮีย เปลี่ยนครับ เอาซองนี่หละ 

ใช่แล้ว ซองละพันกว่า ใบไม้ที่แพงที่สุดในโลก ฮ่าๆ ซื้อของกับร้านแบบนี่ผมไม่ต่อราคาครับ นี่ก็เป็นนิสัยแปลกๆ เวลาเลือกร้าน เลือกคนขายไม่เลือกของ คือ ถ้าขายของเหมือนกัน ผมเลือกร้านที่พูดดี และมีความรู้ จะแพงจะถูกกว่าไม่ได้ไปใส่ใจ เราใส่ใจความสบายใจเรา ธุรกิจแบบนี้ เป็นธุรกิจที่อาศัยความ เชื่อใจ กัน ไว้วางใจ กันสูงมาก มันมีมูลค่าที่ไม่อาจตีเป็นเงินได้ และทำให้ผมยิ่งมั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่า คนที่มีความรู้จริง ไม่มีใครหวงวิชากัน เค้าจะบอกทั้งหมดที่เค้าสามารถบอกได้ เล่าได้เป็นตุเป็นตะ จะไม่มีการพูดแบบ ถามคำ ตอบคำ หรือให้ข้อมูลไม่กระจ่าง ว่าแล้วก็เลยได้ต้าผงเผา พร้อมกับใจดีแถม ชา กับ เก็กฮวยมาอีก สามอย่าง

เรื่องยังไม่จบความประทับใจ เจ้าของร้านก็ขี่มอไซต์ไปส่งผมจริงหน้าฮั่วเซ่งเฮ็ง แล้วถามว่า จากนี้ซื้อเสร็จไปไหนต่อ ผมก็ว่าไปบ้านเพื่อนแถวนี้ เฮียกลับไปก่อนเหอะ กลัวจะนาน พูดแบบนี้ ห้า รอบได้ เฮียก็บอกไม่เป็นไร เดียวยืนรอ เอ้อ คนแบบนี้ยังมีบนโลกอยู่นะครับ

ผ่านไปครึ่ง ชม ยังไม่ได้ซื้อ เพราะวันนั้นทองลงเยอะ คนก็แยะ จนสุดท้าย เกือบชั่วโมงถึงได้ซื้อ ออกร้านมาก็พาไปส่งยังที่หมาย วนกันสารพัด ตามหลักการ ซอย ของ กทม ที่มันจะเลี้ยวลดไปไหน ยังกะเขาวงกด จนผมได้เจอเพื่อน ก็ยังคงจอดรถรอ จนเพื่อนผมเดินมาหา เห็นไกลลิบๆ ก็โอเค เฮียก็ขี่รถกลับร้าน

บทเรื่องอนามัยการกิน

ที่ขงจื้อเคยกล่าวไว้นั้น ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์หลุนอวี่ (คัมภีร์รวมคำสอนขงจื้อ) บทว่า เซียงตั่ง《论语·乡党》ดั่งนี้คือ

食不厌精,脍不厌细。

อาหารที่ดูไม่สด สะอาด ใหม่ ไม่กิน

食饐而餲,鱼馁而肉败,不食。

อาหารที่มีกลิ่นสาบบูด หรือมีกลิ่นคล้ายจะบูด ปลาเละเนื้ออืด ไม่กิน

色恶,不食。

สีสันหน้าตา ทำมา ใช้ไม่ได้ ไม่กิน เช่นว่า ซอยแตงกวาไม่เท่ากัน ต้นหอมสั้นบ้างยาวบ้าง ด้วยให้เหตุผลว่า ขนาดพื้นฐานวิชาใช้มีดพ่อครัวยังแย่ ละจะไปเข้าใจการ ล้างผักให้สะอาด การเตรียมวัตถุดิบให้ดีได้อย่างไร เสี่ยงกินละแย่

臭恶,不食。

กลิ่นออกมาไม่ดี ไม่กิน

失饪,不食。

ประกอบปรุงไม่ถูกกรรมวิธี ไม่กิน เช่น ของที่ควรต้ม เอามานึ่ง ของที่ควรย่าง เอามาต้ม แบบนี้ ไม่กิน

不时,不食。

ไม่ถูกเวลา ไม่กิน คือ กินเช้ามากๆ กินเที่ยงมากๆ แต่หลังเที่ยงไปตกเย็น ไม่กินแล้ว อันนี้เป็นหลักการที่ผมพบว่า เต๋า และพุทธ เห็นตรงกัน

割不正,不食。

ได้เนื้อหรือวัตถุดิบมาแบบไม่ถูกต้อง เช่น ทำให้เขาต้องตายแบบทุกข์ทรมาน หรือทำตามกระบวนการที่ไม่ถูกหลักไม่สะอาด อันนี้คล้ายๆอิสลามว่าด้วยเรื่องการไม่ทานหมูที่สกปรก หรือจะเป็นเรื่องการเน้นให้ผู้ทรงศีลทานเนื้อที่ไม่เบียดเบียน คือ วินัยพระ ถ้าเห็นชาวบ้านฆ่าเพื่อเอามาถวาย หรือพึงรู้ได้ว่า เขาฆ่าเพื่อเอามาถวาย หากฉัน เป็นอาบัติ หรือแม้แต่เนื้อสัตว์บางชนิดที่พระพุทธเจ้าห้ามไม่ให้ทาน เพื่อประโยชน์ของการเผยแพร่ธรรม โดยพระบางรูปให้ทัศนะว่า กินเนื้อสัตว์บางชนิดตัวเราจะมีกลิ่นสาบนั้น ทำให้สัตว์ป่ามาทำอันตรายได้

不得其酱,不食。

ใส่เครื่องปรุงไม่เหมาะ ไม่ได้รสชาติที่ต้องได้ เช่นเค็มไป เปรี้ยวไป แบบนี้ ไม่กิน

肉虽多不使胜食气。

ทานเนื้อมากไป ไม่ดีต่อสุขภาพร่างกาย (ชี่)

唯酒无量,不及乱。

ดื่มสุราอย่างพอเหมาะ ไม่ใช่ซัดเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง

沽酒市脯,不食。

สุรา เนื้อ ที่ซื้อจากตลาดทั่วไปมา ไม่ดื่ม

不撤姜食,不多食。

อาหารที่ไม่มี ขิง ประกอบ ไม่ทาน อันนี้ตามแพทย์จีน ขิงช่วยอุ่นกระเพาะ ช่วยย่อย ขับลม แต่ทีนี้ว่า เราคนไทย เกรงว่าขิงจะเอาไม่อยู่ ต้องได้เครื่องเทศที่เผ็ดกว่านั้นช่วย อนึ่ง ร่างกายบางคนก็ไม่เหมาะที่จะทานของเผ็ดร้อนประจำ ดังนั้น ควรพิจารณาให้เหมาะสมตามร่างกายของต้น ด้วยคำแนะนำของผู้รู้จะดีที่สุด

祭于公,不宿肉。

เนื้อ (อาหาร) ที่เอามาจากงานเลี้ยงรื่นเริงห่อกลับบ้าน แบ่งปันได้กันกลับมา ไม่เก็บไว้ข้ามคืน เรื่องนี้ในทางพุทธก็มีครับ อาหารบางอย่าง ทานแล้วจบกัน ไม่สะสมเอาไว้ข้ามวันข้ามคืน

祭肉不出三日。出三日不食之矣。

เนื้อ ที่ซื้อมาเอง ไม่เก็บค้างนานเกินสามวัน

食不語,寢不言。

เวลาทานข้าว ไม่พูดคุย เวลา นอน ไม่พูดคุย

雖疏食菜羹,瓜祭,必齊如也。

ทานอาหารให้รู้จักเรียบง่าย ใจสงบ ทานแบบผู้บำเพ็ญศีลภาวนา คือ ยามกิน ยามนอน เป็นยามที่ไม่ควรคิดพยาบาทปองร้าย ไม่คิดโลภเพ่งเล็งอยากได้ ไม่ประมาทในคุณของศีลธรรม ไม่คิดเบียดเบียนใคร ไม่คิดฉ้อฉลลักโกงใคร ไม่คิดแย่งคนหรือของรักของชอบใจของใคร ไม่พูดจาไม่ดี ส่อเสียด เพ้อเจ้อ หยาบคาย และถ้าจะเอาให้ดี ไม่ดื่มสุราด้วย สังเกตว่า จะเน้นที่เนื้อและเหล้า ของขงจื้อว่า ให้ทานแบบพอประมาณ ฉะนั้น สู้ไม่ทานได้ งดเสีย สบายใจกว่า จะได้ไม่ต้องถามว่า พอประมาณ หนะ แค่ไหนเรียก พอประมาณ คือจริงๆต้องการห้ามไม่ให้กินหนะหละ แต่มันห้ามยาก ไม่งั้นถ้าส่งเสริมให้กิน คงเขียนแล้วว่า ควรกิน หนึ่งแก้วนะ อะไรแบบนี้ 

การทานอาหาร ก็คือ การปฏิบัติธรรม อาหารคือยาที่บำรุงเลี้ยงร่างกายเราทุกวันๆ เลือกอาหารดี ก็เท่ากับได้ทานยาดี ร่างกายแข็งแรงไปด้วย สังเกตว่าแพทย์จีนแพทย์ไทยทางสมุนไพร จะเน้นเรื่องการทานอาหารมากๆ นักปราชญ์ทั่วทุกอารยธรรม เลือกกิน ครับ ไม่ใช่สักแต่ว่ากินอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้น จะว่าอาหารก็ดี ชาก็ดี ผมเลือกร้านที่คนส่วนมากไว้วางใจ และผมก็ไปเจอกับตัวเองแล้ว ว่าเหมาะสมที่จะ ไว้วาง(น้ำ)ใจ ให้เขาได้ดูแล สิ่งที่เราต้องดื่ม จริงๆไม่ได้กะเขียนยืดยาวนี่หรอก แต่ร้านนี้ทำให้ผมนึกถึงคำพูดขงจื้อ บทที่ยกมานั้นได้ ถ้าร้านไม่สะอาด แพคเกจไม่ได้เรื่อง ความรู้ไม่มี สีสันชาไม่ได้ กลิ่นไม่เน้นให้สำคัญ อย่าได้ซื้อเชียว ถ้าจะขอบคุณที่ท่านได้อ่านบทแปล จากคัมภีร์ขงจื้อ ที่ว่าด้วยการเลือกทานอาหาร ฉบับนี้ ไปขอบคุณ ร้านมุ่ยกี่ เยาวราชครับถ้าไม่เจอเหตุวันนั้น ผมก็ไม่รู้จะพูดทำไม คือ พูดไปเหมือนพูดในสิ่งที่ปัจจุบันมันไม่มีแล้ว สิ่งนั้นคือ ..น้ำใจ.. จากร้านค้า

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ

Related Posts