ทำความเข้าใจเรื่อง การไหว้แก้ชง เสียใหม่ ” ชงไท้ส่วย ไม่ใช่ ชงหลิวเหนียน ” ไท้ส่วยเอี๊ย

ไท้ส่วย-เทพคุ้มครองดวงชะตา

 

ไม่ใช่ว่า ปีนี้ มาชงกับตัวเรา ทีหลังเข้าใจเสียใหม่นะ

ที่ว่า ปีนี้ปีชงๆ วลีเต็มๆนั้นคือ ชงฟ่านไท่ซุ่ย 冲犯太岁 คือตามความเชื่อชาวจีนเชื่อว่า สูงเหนือหัวเราไปสองเชี่ยะ จะมีเทวดาคุ้มครองตัวเราเองอยู่ คล้ายๆกับนางฟ้าประจำตัวของความเชื่อฝรั่ง ซึ่งลักษณะเทวดาที่ทำหน้าที่คุ้มครองก็มีหลายแบบ ทั้งเทวดาที่แต่ละท่านนับถือส่วนตัว ให้ความนับถือจากคุณธรรมความดี เช่นเจ้าแม่กวนอิม งักฮุย บางคนนับถือผ่านบรรพชนตระกูลตัวเอง คือ เทวดาแซ่เดียวกับตัวเอง เช่น กวนอูแซ่กวน เปาบุ้นจิ้นแซ่เปา เล่าจื้อแซ่หลี่ ฯ เทวดาที่คุ้มครองตามช่วงวัยอายุ เทวดาที่คุ้มครองเกี่ยวกับบ้านเรือน เช่น เจ้าที่ เจ้าเตา เจ้าประตู และก็เทวดาที่คุ้มครองปีเกิดโดยเฉพาะ หรือก็คือ ไท่ซุ่ยนี้เอง ไท่ซุ่ย ภาษาแต้จิ่วเรียก ไท้ส่วย เฮ่อ บางทีก็คิดนะว่าบ้านเราหนะ จะเผยแพร่ความรู้ทางจีนอะไร ยากมาก เพราะต้องเขียนจีนสองอัน ทั้งแบบแต๊จิ๋วและแบบจีนกลาง ไม่งั้นคนส่วนมากเข้าถึงได้ยาก และจะงง จนมาถามว่า คำคำเนี้ย เป็นอันเดียวกับคำนี้ไหม เอาเป็นว่า ไท่ซุ่ย กับ ไท้ส่วย เป็นคำเดียวกัน เป็นเทวดาคุ้มครองปีเกิดคน คนทั่วไปที่ไม่ได้เรียนดวงจีน อาจเข้าใจว่า คนเรามีความแตกต่างกันทางปีเกิดตามนักษัตรแค่ 12 แบบ ก็ไล่เอาแบบที่ไล่กันธรรมดาว่า คนนี้ปีชวด ฉันปีฉลู แม่ฉันปีขาล แบบนี้ อันที่จริงแล้วดวงจีนละเอียดกว่านั้นเพราะได้ทำการใส่ธาตุตัวหน้าเข้าไป เราเรียกว่า กิ่งฟ้า แปลทับศัพท์จากภาษาจีนว่า เทียนกาน ถามว่าทำไมต้องใส่ ก็ต้องไปมองเอาทฤษฎียินหยางซึ่งเป็นอภิปรัชญาที่คนจีนเชื่อถือมากว่า สรรพสิ่งจะมีพลังงานแบบไหลเวียนไม่รู้จบ เหมือนถ่านแบตเตอรี่ที่สร้างพลังงานเองได้แบบไม่มีวันจบ ย่อมต้องประกอบจาก ยิน และ หยาง มาพบกันเจอกัน ลำพังมีแต่ขั้วใดเดียวๆ ไม่ต่างจากถ่านไม้เผาไฟ ที่เผาแล้วก็จบไม่ พลังงานไม่ยั่งยืน ไท้ส่วยเมื่อเอามาประกอบกับขั้วยินหยางของ 5 ธาตุ อันมีทั้ง 10 ตัว หรือ 10 กิ่งฟ้า จึ่งได้ไท้ส่วยจำนวน 60 แบบ 60 องค์ อันนี้ใครที่เก่งคณิตศาสตร์ ลองคำนวนแบบ ครน. (คูณร่วมน้อย) ในใจคร่าวๆก็จะทราบแล้ว

ปีชง คือ มาชงไท้ส่วยเรา เราจึงควรบูชาไหว้ไ ไท้ส่วย – เทพคุ้มครองดวงชะตา ประจำปีเกิดเราด้วย ไม่ใช่ว่าไปไหว้แก้ชงแบบ ไหว้สัตว์ประจำปี หรือไปไหว้เทวดาแบบเดียว เพราะจริงๆวลีนี้ แปลว่า ปีที่จรมานั้น มาชงกับ ไท้ส่วย – เทพคุ้มครองดวงชะตา ทำให้ ไท้ส่วย – เทพคุ้มครองดวงชะตา ที่คุ้มครองเราทำงานได้ลำบาก เหมือนกับเกราะเพชรเจ็ดสีที่คุ้มครองเราหายไป แบบนั้น ไม่ใช่ว่า ตัวเราไปชงกับไท้ส่วยของปีจร ชงแล้วท่านก็เลยให้โทษกับเรา แบบนั้นไปแปลผิด ผิดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ผิดจนซินแสหลัวอ่อนเพลียละเหี่ยจิต หาว่า เราไปทำร้ายเทวดาปีจร (ทำได้เหรอ คนทำร้ายเทวดานี่) แล้วยังไม่พอ หาว่าเทวดาผู้มีคุณธรรมตอกกลับด้วยการมาทำร้ายเราคืน จริงๆแล้วเป็นเรื่องของการที่ เทวดาปีจร กับ เทวดาคุ้มครองเรา เขาทราบกันดี แล้วทำไมต้องมีการกำหนดเรื่อง การชง (ก็คือ ปะทะ แบบที่เข้าใจกัน) การฟ่าน (คือให้โทษ มีทั้งแบบ ทำร้าย ก่อความ หาเรื่อง ) ขึ้นมา ก็เพราะเข้าใจในหลักการธรรมชาติ ที่มีขึ้นมีลง มีเปลี่ยนแปลง ดีไม่นานร้ายไม่ตลอด ทุกอย่างย่อมหมุนเวียนเปลี่ยนแปรไป และจำไว้ว่า เทวดาจีน ท่านสร้างขึ้นเพื่อสอนใจให้เราทำคุณงามความดี เพราะเทวดาจีนส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดาๆ ทีทำความดีแล้วได้ไปเกิดเป็นเทวดาทั้งสิ้น แบบเรื่องไท้ส่วยเหมือนกัน จริงๆก็คือ คนธรรมดาๆ ที่ทำความดีแล้วได้ไปเป็นเทวดาทั้งหมด

ในปีชง การไหว้ไท้ส่วย – เทพคุ้มครองดวงชะตา นอกจากที่จะไปไหว้ไท้ส่วย ประจำปีจร ที่จรเข้ามาแล้ว ที่สำคัญที่คนมักลืมกันคือ ไหว้ไท้ส่วยประจำปีเกิดของตัวเอง เหนียนแปลว่า ปี ซุ่ยแปลว่า อายุ ไท่ซุ่ย ไม่ใช่ ไท่เหนียน ความมุ่งหมายจริงๆจึงคือ การไปไหว้คนที่คุ้มครองเรา เหมือนกับอุทิศกุศลเสริมบารมีให้ท่าน ด้วยการที่เราจะทำความดี ให้ทาน ศีล ภาวนา และอุทิศให้ เผื่อท่านจะได้มีเมตตาให้ความคุ้มครองรักษาเรา คิดแบบนี้สิ ถึงจะตรงกับแนวพุทธ เคยได้ยินไหมเวลาพระให้พร คงไม่เคยหรอก เพราะฟังแต่บาลีไม่เคยจะหาแบบแปลมาสวดกัน ขอสัพพะมงคลจงมีแก่ท่าน รักขันตุสัพพะเทวตา ขอเหล่าเทวดาจงรักษาท่าน ฯ เพราะงั้นให้คิดว่า เราทำบุญที่วัดที่ศาลเจ้า เพื่อทำทาน ศีล ภาวนา อุทิศให้เทวดาที่คุ้มครองเรา มาสรรเสริญให้มุทิตาจิตในคุณงามความดีว่า อ้อ ดูสิ ก็คนธรรมดาๆแบบเรานะ แต่ท่านไปทำคุณงามความดี เลยได้เกิดเป็นเทวดาเราควรเอาอย่าง นี้เป็นบุญกิริยาวัตถุ 10 ที่ได้รับการสรรเสิรยยืนยันว่าเป็นบุญเป็นกุศลแท้ ไม่ใช่ ทำบุญเข้าตัวเอง ให้ตัวเองแข็งแกร่ง ต้านทานการถูกเทวดาปีจรมาชงมาทำร้าย แบบนี้ ผิดทาง ไปเกิดความไม่สบายใจไปใหญ่ เพราะอย่าลืมว่า การระลึกถึงบุญ ถึงกุศลที่ทำ ถึงศีลที่เรารักษาได้ ถือเป็น อนุสสติ คือเป็นการภาวนาอย่างหนึ่ง

แต่สมัยนี้ก็ดีนะ เค้าทำไท้ส่วยแบบรวม ใครนึกไม่ออก ไปที่วัดจีน จะเจอเทวดาองค์หนึ่งเขียนว่า ไท้ส่วย มีองค์เดียวก็ไหว้แบบรวมๆเลย สบายใจดี ไปอย่าง ไม่ต้องมานั่งไล่หาเป็นชื่อๆ เพราะจริงๆ นอกจากไท้ส่วยชงกันแล้ว ยังมี ฟ่าน อีก อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เราเข้าใจกันแค่ว่า ปีเกิด มี 12 แบบ 1 ปีก็โดน ชง 1 อัน และยังไม่พอเดียวนี่มีการแผลง เอาเรื่องเฮ้ง พั้วะ มาผสม ทำให้คนนึง ปีนึง ชงตั้ง 4 นักษัตร แต่จริงๆไท้ส่วยมีทั้งหมด 60 แบบ และการชงฟ่านทั้งหมดตามดวงจีนถ้าจะนับเอาแบบรวมๆคร่าวๆ คนนึงตกประมาณ 6-7 แบบอย่างต่ำ ยังไม่พอ ถ้านับรวม วัยจร หรือ บางสำนักเรียก ถนนชีวิต หรือ ไต่อุ่ง ก็จะมีการชง เพิ่มขึ้นมาได้อีกแบบ คือ ไท้ส่วย กับ ไต่อุ่งชงกัน อันนี้ตำราโหราศาสตร์จีนโบราณ ซานมิ่งทงฮุ่ย ว่าเอาไว้

แต่เราไม่ได้คำนวนแค่ธาตุประจำราศี หรือ นักษัตรเกิด เราคำนวนผ่านเทียนกานด้วย เอาหน่าไม่ต้องตกใจหรือกังวลว่าตัวเองทำไม่ครบ ก็รู้มากก็ทำตามมาก รู้น้อยก็ทำตามน้อย นั้นหละ ขอให้ใฝ่ใจศึกษา สักวันก็รู้มากเอง ตอนนี่ก็สบายใจได้ เราไปไหว้แบบองค์รวมองค์เดียวที่มีตามวัดก็ได้

จริงๆ เรื่องไท้ส่วย สันนิษฐานว่าเพิ่งมีมาแต่สมัยราชวงศ์ชิงนี้เอง เป็นการจับเอา เทวประจำกะจื้อทั้ง 60 กับ เรื่อง ไท้ส่วย คนอยากหาทางไหว้ เลยสร้างรูปลักษณ์สัญลักษณ์มาหนะหละ

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ
error: ต้องการเนื้อหาบทความเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน โปรดติดต่อขออนุญาตซินแสหลัว 請先通告筆者!!