โหงวเฮ้งหนุกๆ

โหงวเฮ้งหนุกๆ

เห้ออออ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ที่จริงก็ไม่อยากเกิดมาเป็นคนโบราณหลงยุคแบบนี้เท่าไหร่นะครับ วิทยาการก้าวหน้า เรากลับยิ่งต้องมาศึกษาอะไรที่มันโบร่ำโบราณ นี่ขนาดว่าเครียดๆ วิธีแก้เครียดเรียกสมาธิอย่างที่ผมชอบใช้บ่อยคืออะไรหละ เขียนพู่กันจีน …. นับวันยิ่งทำตัวเหมือนคนชราไปทุกวันๆ

เปิดหนังสือเล่นๆ เป็นนิตยสารมีคนใจดีให้มา นิตยสารฮวงจุ้ย ชื่อว่า เฟิงสุ่ยเทียนตี้ เป็นนิตยสารคล้ายๆรวมความรู้เกี่ยวกับโหราศาสตร์จีน โดยเน้นที่ฮวงจุ้ยเป็นหลัก แต่ก็มีหลายวิชาในนั้นนะ เปิดแว้ปๆ อันนี้น่าสนใจเลยลองยกมาคัดเล่นๆ คนอื่นคัดลายมือเอาสวย แต่ผมคัดลายมือเอาอารมณ์ ถอดอารมณ์ลงพู่กันลงน้ำหมึกให้มันไปติดลงกระดาษแทนที่จะมาติดอยู่กับใจ (หวังว่าคงสำเร็จ) ภาพนี้เขาอธิบายว่า เด็กนั้นอายุยังน้อยไร้เดียงสา ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากผุ้ใหญ่อย่างยิ่ง แต่ก็มีเด็กบางประเภทเป็นเด็กพิเศษนะ สามารถช่วยทำให้พ่อแม่เฮงขึ้นได้

แบบที่หนึ่ง ตามภาพ
เนินตรงที่วงๆนั้นหนะครับ เนินพระอาทิตย์กับพระจันทร์ (อย่าไปเอาเทียบตำราโหงวเฮ้งมูลบทแบบแผนนะ เดียวจะ งง เพราะถ้าตามแบบแผน สิบสองวัง บนในหน้า ตำแหน่งนี้จะกลายเป็นวัง ฝูเต๋อ 福德 ไม่ใช่วัง 父母 ที่เอาไว้ใช้ดูเรื่องพ่อแม่) ประเด็นนี้สอนอะไรเรา สอนว่า วิชาจีนบางทีต่อให้เขากำหนดว่า เรื่องพ่อแม่ ต้องดูบริเวณกึ่งกลางหน้าใต้ตีนผม แต่ถ้าจะดูว่าลูกส่งเสริมพ่อแม่ไหม บางทีย้ายมาดูที่วัง ฝูเต๋อ 福德 สองข้างนี้ก็ได้ คือวิชาจีนมันต้องคิดพลิกแพลงหน่อยครับ เพราะถ้าสองวังนี้ดี ก็กลายเป็นว่า เราโชคดี เจริญก้าวหน้าได้ ก็จะทำให้หนุนเสริมพ่อแม่ได้ ละที่เขากำหนดให้สองวังนี้ อยู่ใกล่้ๆกันก็ด้วยเหตุเพราะ ฝูเต๋อ แปลว่า วาสนาที่ฟ้าให้มา กับ พ่อแม่ มักจะส่งผลต่อกัน และแน่นอนมันคือกรรมเก่าที่เราเลือกไม่ได้ ไหนใครเลือกพ่อแม่ก่อนลงมาเกิดได้บ้าง เพราะฉะนั้น สองตำแหน่งนี้ย่อมส่งผลต่อกัน แต่จริงๆก็พิจารณาหลายส่วนประกอบกันหมดนะครับ อันนี้แค่ยกมาแบบแว่นขยายให้เห็นภาพชัดๆหน่อย เพราะฉะนั้น นิตยสารเล่มนี้ที่อธิบายความก็คือ พูดให้ฟังง่ายๆว่า ฝั่งซ้ายบนหนะ ตามภาพ คือ พระอาทิตย์ สื่อถึงพ่อ ฝั่งขวาบน คือพระจันทร์ สื่อถึงแม่ อย่างที่ผมบอกไป จีนถือว่า ซ้ายหยาง ขวาหยิน เป็นแบบแผนดั่งนี้มา จริงๆกรณีนี้ก็มีเหตุผลพื้นฐานอยู่ว่าทำไม ต้องซ้ายหยาง ขวาหยิน เพราะจริงๆ คนเราใช้มือขวากันถนัดมากๆ น่าจะขวาหยางมากกว่า แต่เราจะไม่มาพูดกันในนี้เดียวเลยเถิด เขาบอกว่า ถ้าเด็กคนใดก็ตามที่มีสองเนินนี้ มีเนื้อมีหนังเอิบอิ่ม ไม่ออกแนวเป็นเหลี่ยมเป็นสัน และก็มี จะแปลว่าไรดีเนี้ย หมิงเลี่ยง เนี่ยะ คือ มันสง่าราศี แบบว่าไม่หมองไม่คล้ำ ดูเปล่งปลั่งครับ อันนี้ต้องว่ากันถึง ชี่เซ่อ 氣色 โหซึ่งชี่เซ่อนี่เป็นของยากมาก มันเป็นตัวพลิกโผของวิชานี้ก็ว่าได้ คือต่อให้เนินเอย โหนกเอย ดูงามสม แต่ถ้าชี่เซ่อหมองคล้ำๆ แบบในหนังจีนว่าหนะนะ หน้าตาหมองคล้ำนี่นะ จากดีเป็นซวยก็มี เพราะมันจะบอกกาลเฉพาะหน้า เนื่องจากมาจาก เลือดลม ภายในกายเราที่สื่อสารกับธรรมชาตินั้นละครับ ก็เอาเป็นว่าตามนิตยสาร เขาว่าเนินนี้ ถ้าดี แบบที่บอก เด็กคนนี้ก็จะมีความเฉลียวฉลาด เริงร่า เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของพ่อแม่ เมื่อเขาเติบใหญ่ ก็จะสามารถช่วยทำให้ฐานะของที่บ้านดีขึ้นได้ วาสนาของที่บ้านเจริญขึ้นได้ ทั้งนี้บางตำราก็ว่า ถ้าจะดูกันต่อไปจริงๆ ต้องพิจารณาดูที่จมูกและหน้าผากทั้งแถบประกอบกับคางที่มีเนื้อ จะกลายเป็นคนมั่งมี เงิน บริวาร และเป็นคนใจดี แต่ถ้า แหลม ต่ำ ทรุด บุ๋ม ลาดเอียง ก็จะเจอปัญหาทรัพย์ โชค บริวาร โดยเฉพาะช่วงวัยเยาว์ ถ้ายิ่งมีคิ้วกับใบหูสวยงามเป็นระเบียบได้รูป จะยิ่งเจริญก้าวหน้าใบหูสวยคือ มีเนื้อ มีขอบ มีติ่ง ผิวผ่องสดใส พวกนี้จะสัมพันธ์กับผังใบหน้าอายุนะ เพราะ อายุจรใบหน้า ดูที่หูซ้ายนับหนึ่งขวบ ไล่ๆลงมา ละมาต่อที่ หูขวา เสร็จมาต่อที่กึ่งกลางหน้าผาก และค่อยๆไล่อาณาบริเวณ วนๆเวียนๆอยู่โซนบน บางตำราเรียกโซนสวรรค์ (แบ่งหน้าคนออกสามส่วนใหญ่ๆ บน กลาง ล่าง) พวกนี้คือตั้งแต่อายุ หนึ่ง ถึง สามสิบปี อยู่แถวๆ หู หว่างคิ้ว หน้าผาก ก็เห็นไหมว่า สัมพันธ์กับชีวิตวัยเด็ก คือกะลังจะบอกว่า การทำนายแบบแบ่งวัง หรือแบ่งอายุจร มันมีนัยเชื่อมสัมพันธ์กันเอาไว้อยู่ ทีนี้ถามว่า หู ขนคิ้ว ตามหลักห้าธาตุก็แปลได้เป็น ธาตุน้ำ เชื่อมกับไต กับมิ่งเหมิน ทางการแพทย์แผนจีนก็อธิบายว่าเป็นตัวเก็บกรรมเก่าของเรา คือสิ่งที่ได้รับผ่านมาทางพันธุกรรมสืบทอดพ่อแม่ พวกคนที่คิ้วบางๆ เป็นผู้ชายไม่ค่อยมีหนวดมีเครา สามารถทำนายลงไปได้ว่า ร่างกายอ่อนแอแต่เด็ก ส่วนตอนโตอาจปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรม และหากแบ่งตามธาตุ โซนบนคือ ธาตุไฟ ไฟคือวาสนาก้าวหน้า น้ำคือความมั่งมีรากฐาน น้ำอยู่ล่าง อยู่ปากอยู่คาง ไฟอยู่บน อยู่หน้าผาก อยู่ตา ดูไฟจะทราบว่าคนนี้ก้าวหน้าได้แค่ไหน เพียงไร เหมือนดูกำลังม้าเร็วว่าวิ่งรุดหน้าได้ไวขนาดไหน ปราดเปรื่อง แบบนั้น ส่วนน้ำดูความมั่นคง วิ่งเร็วจริงแต่ลื่นล้มบ่อยก็คงไม่ไหว น้ำไฟจึ่งต้องอยู่คู่เคียงกันแบบนี้ เอาละ เห็นไหม เริ่มลาม เล่ายาว พูดมากก็ใช่ว่าจะดีครับ พูดน้อยก็ผิดน้อย พูดมากก็ผิดมาก รู้เยอะไปก็ไม่ใช่ว่าจะดี ก็เลยตอบคำถามศัลยกรรมได้ว่า ต่อให้มันเปลี่ยนอย่างไร ชี่เซ่อ ก็ศัลยกรรมกันไม่ได้ กระดูกโครงหน้าก็ทำยาก อีกอย่างถ้าไปดูตามจุดฝังเข็มหรือจุดแซว่ต่างๆจะพบว่า พวกนี้ถูกร้อยรัดเอาไว้ด้วยเส้นลมปราณที่เชื่อมกับอวัยวะใหญ่น้อยของร่างกาย จะเอามาอ่านดวงได้ไม่ได้ไม่รู้หละ แต่ผมเคยคุยกับหมอจีนบางคนเขาพูดว่า ฉันรู้ว่ามันป่วยเป็นอะไรตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว ที่จับชีพจรหนะ แค่จัดฉากให้เขาเชื่อถือว่าเราใส่ใจรักษาเฉยๆ แค่ยืนยันว่าที่เราตั้งสมมติฐานนั้นมันเป็นไปตามนั้นไม่เพี้ยนเฉยๆ ดูสิว่าจะพิมพ์นิดเดียว กลายมาเป็นยาวยืด ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านครับ สวัสดี

ซินแสหลัว  น้อมรับคำชี้แนะ ยินดีหากท่านชี้ทาง
ณ หน้าร้อนตัวแทบจะลุกเป็นไฟ

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ
error: ต้องการเนื้อหาบทความเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน โปรดติดต่อขออนุญาตซินแสหลัว 請先通告筆者!!