บอนไซ เชอรี่แคระ

พาน้องเชอรี่แคระมาบ้าน ตกกลางคืนกำลังสวดมนต์ทำวัตรเย็น สวดไปสวดมา ได้กลางๆบท

หนูหนาว ข้างนอกนี่เย็นมากเลย หนาว

เออ เดียวน่า สวดมนต์อยู่ เดียวเสร็จจะไปเอาเข้ามาในบ้านให้นะ

(เสียงก็หายไป เลยสวดต่อ) สักพัก ฝนจากไหนไม่รู้ ตกลงมาพรำๆ เราก็ ได้ยินดี

หนูหนาวมากๆเลย เนี่ยะ เปียกด้วย เอาหนูเข้าไปที

โอเคๆ ก็ลา จากสวดมนต์ วิ่งออกมาหน้าบ้าน เพราะเอาเค้าวางไว้ที่ ตอไม้เกาหน้าบ้านตรงสวนหย่อมเล็กๆ 

คว้าได้ก็รีบกลับมาสวดมนต์ต่อ ก้าวจะเข้าประตูบ้าน รองเท้าลื่ม ล้มครืน สันหลังไปกระแทกกับปูน เอวบิด ปวดอยู่สองที่ นิ้วเท้าเลือดออก เข่าถลอก นอนกองกับพื้นเลย โอยยย โอยยย ลุกไม่ได้ จนพ่อแม่ได้ยินเสียง ดัง เคร๊งงง คล้ายมีของแตก วิ่งละจากสวดมนต์ออกมาดู สภาพลูกชายก็ นอนคว่ำ เหมือนร่างทรงพญานาค ลุกไม่ได้ ผ่านไป ห้าหก นาที พอลุกไหว ถามคำแรกเลย

กระถางเค้าแตกไหม 

ไม่แตกลูก ยังอยู่ดี เราก็ บรรจงหยิบดินที่หล่นใส่กระถางแบบตัวงอๆ เอวเบี้ยวๆ เพราะโคตระอภิมหาเจ็บ แทบจะคลานอะ ละก็เดินตัวค่อมๆไปนั่งในห้อง ประคบเย็น แล้วก็สวดมนต์ทำวัตรจนจบ

ก็ได้ยาจีนจากอาเจ๊ร้าน โกโก้ ชุมพร มาทา พอช่วยทำให้นอนหลับไปได้ 

ก่อนนอนกะบอกว่า นี่ครั้งแรกนะ เชอรี่นะ ไม่ว่ากัน ถ้าสักสามสี่ครั้งนี่ หนูไปโตในแปลงหญ้าหน้าบ้านละกันนะ ไม่เอาละ 

ซินแสเพ้อแน่ๆ หาว่าได้ยินต้นไม้ 
ถ้ามันได้ยินจาก ใบหู รูหูสิ นี่เรียก หูแว่ว เรียกเพ้อ ….

เคยมีครั้งนึงพ่อแม่กังวลใจมาก ถามเพื่อนๆข้าราชการด้วยกันว่า จิตแพทย์ไหนที่เก่งๆและปฏิบัติธรรมด้วย จะพาลูกชายไปพบ

ก็เจอครับ ท่านเป็นอาจารย์จิตแพทย์ด้วย 
นั่งรอคิวพอถึงตรวจ ท่านก็ถามว่า เป็นอะไรมา ผมก็บอกว่า ไม่ได้เป็นไร ปกติดี แต่มานี่เพราะพ่อแม่จะได้สบายใจ ว่าผมไม่ได้บ้า เนี่ยะ ผมรับรู้ รับเห็นได้ทางใจ อาจารย์พอรู้จักไหมครับ

คุณว่าคุณรู้ได้ งั้นบอกสิ คุณเห็นอะไรผม

ผมเห็นอาจารย์ตัวเล็กๆ ชอบเตะบอล แล้วพอโตขึ้นมา จู่ๆก็บาดเจ็บครั้งใหญ่จากบอล และเลิกเตะไป

เอ่อ… ลูกคุณ เค้าพูดถูกนะ ผมเคยเตะบอล ละบาดเจ็บ และตอนนี่ก็เลิกเตะแล้ว โอเค ลูกคุณปกติครับ กลับบ้านได้ สติดี รู้ตัวตลอด ไม่ใช่เสียสติ ไม่บ้า

….. พ่อแม่ก็ ยิ้มๆ ปน งงๆ ว่าเอ้อ หมอว่าปกติดีหวะ

=========================================
จิตตัง ทันตัง สุขาวะหัง จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้
ทันโต เสฏโฐ มนุสเสสุ ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย ผู้ที่ฝึกตนดีแล้ว เป็นผู้ประเสริฐที่สุด 
สองพุทธภาษิตนี้ ท่องมาตั้งแต่ประถมครับ เพราะ โรงเรียนจัดเข้าค่ายนอนวัด อุโมงค์ พระอาจารย์สั่งท่องก่อนกินข้าวตลอด หลายพุทธภาษิตมาก

มโน ปุพพังคมา ธัมมา มโน เสฏฐา มโน มยา
ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นใหญ่ มีใจถึงก่อน สำเร็จด้วยใจ
=========================================

พูดนี่ไม่ได้หมายจะเล่าคุณวิเศษตัวเอง แต่ผมจะบอกว่า พืช ต้นไม้ เค้าไม่มีจิตวิญญาณหรอก แต่เค้ามีของเขา ฟังละ งง มะ คือว่า น้องเชอรี่แคระนั้นหนะ ไม่ใช่ต้นไม้พูด ต้นไม้ที่ไหนจะมีจิตวิญญาณ ต้นไม้มีแต่ชีวิต แต่ไม่มีจิตวิญญาณ ไม่เหมือนคนสัตว์ แต่คุณจะไปเห็นว่า เค้าร้องไม่ได้ บ่นไม่ได้ อยากตัด ตัด อยากทิ้ง ทิ้ง อยากปล่อยตาย ปล่อยตาย ไม่รดน้ำ ดูแล ไม่ได้นะ เพราะต้นไม้บางต้น ไม่ใช่แค่ต้นไม้ไง จะบอกให้

ละก็จะบอกอีกเรื่องว่า จิต นี่เป็นทวาร หรือเป็นประตูรู้พิเศษ ที่สัมผัสทุกสิ่งที่ประตูทั้งห้าสัมผัสได้ และ สัมผัสสิ่งที่เหนือกว่าประตูทั้งห้าสัมผัสได้ ก็ได้ แปลว่า ต่อให้จมูกไม่ดี ดมกลิ่นไม่ได้ แต่จิต สามารถรับรู้กลิ่นได้ ตามองไม่เห็น ภาพไม่ได้ แต่จิตสามารถรับรู้ภาพได้ พอเข้าใจไหม ลองฝึกสิ มันเป็นสันทิษฐิโก คือเป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาด้วย นำที่ศึกษานั้นมาปฏิบัติด้วย พึงเห็นได้ด้วยจนเอง และเป็นปัจจัตตัง ของแบบนี่นะ คือ ผู้รู้ก็ย่อมรู้ได้เฉพาะตน แต่วันนี่คือว่ามาทำอีกหน้าที่

ทำหน้าที่ เอหิปัสสิโก คือ เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่าน จงมาดูเถิด 

.

คือว่า ไม่สัมผัสเลย เป็นไปได้ไหม ก็เป็นไปได้ครับ ของงี้ไม่ใช่ว่ามาเค้นฝึกเอาเป็นเอาตายแค่ชาตินี้ละจะได้เลย มันต้องสั่งสมมาหนะนะ คุณประโยชน์ของมันคืออะไร มันดีสำหรับพวกปัญญามาก พวกขี้สงสัย คือพวก ปัญญาจริต พุทธิจริต แต่จริตแบบอื่น เช่น ศรัทธาจริต ฯ อะไรแบบนี่ ไม่จำเป็นหนะ เพราะเขาศรัทธาเอา เขาสงสัยน้อย แต่สองพวกที่ยกมา มันขี้สงสัยไง พระไตรปิฎกว่า เปรต มีเปรตจริงเร้อ รุกขเทวดาอยู่ตามต้นไม้ จริงเร้อ พุทธเจ้าว่า มีคนเหาะได้ จริงเร้อ พระมีอิทธิฤทธิ์ มันจริงเร้อ เนี่ยะๆ พวกจะจริงเร้อๆ พวกเนี่ยะ มันช่าง ตวง วัด ด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ไม่ได้หรอก เพราะพวกนี้มันอาศัยทวารทั้งห้า เป็นสื่อ ไม่ได้ใช้ ทวารที่หก คือ ประตูใจ คุณก็มาฝึกเสียหน่อย ถ้ารู้ตัวว่าเป็นพวกจริตสองแบบนี่นะ มันจะได้รู้ ได้เห็นจริงไปซะไง ได้เลิกสงสัย ก็ก้าวหน้าในธรรมต่อไป

.
อีกคำถามคือ ไหนว่าทำดีได้ดี แต่นี่ไปทำดีละเจ็บตัว แปลว่า อะไร แปลว่า ทำดีละได้ชั่วใช่ไหม ทำดีมันก็ส่วนทำดี ผลกรรมดีย่อมตอบสนอง แต่ผลจากการล้ม มันก็เพราะเหตุแห่งกรรมชั่วมันได้ช่องมาให้ผล เพราะอะไร รองเท้าก็เก่า พื้นก็ลื่น ฝนตกอีก วิ่งนี่ ไม่ระวัง สติไม่มี รีบคิดแต่จะมาสวดมนต์ต่อ มือถือกระถางอยู่ เท้าเหยียบอะไรอยู่ ไม่มีสติไปมองมัน ผลกรรมชั่วก็ได้ช่อง ให้ผลเลย ถ้าเราเปลี่ยนใหม่ ฝนไม่ตก พื้นไม่ลื่น ต่อให้ขาดสติ มันอยากให้ผล ก็อาจจะพอยั้งตัวอยู่ได้ก็ได้ มันเป็นไปตามเหตุ ตามปัจจัย ดีเสียอีก หัวไม่แตก เลือดไม่ไหล ฯ ก็พอแล้ว

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ