หนทางจะได้เจออาจารย์ผู้รู้

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ร้านไบร์ทไอที ศูนย์การค้าพาราเดียม ประตูน้ำ (แหล่งร้านขายคอมใหม่) ที่ย้ายกันมาจากเจ้าเดิมที่ขายกันใน พันทิพย์ประตูน้ำ ในคราวที่ห้างปิดซ่อมแซมปรับปรุง ที่ได้จัดการเรื่องคอมพิวเตอร์ ของผมให้สามารถใช้การพิมพ์งานได้ดีดังเดิม เรียกสั้นๆว่า ซ่อม … เอ๋า ละจะพูดยาวทำไมหละ พูดแต่ทีแรกว่า เค้ามีน้ำใจ ซ่อมให้ฟรีก็จบ
เหมือนกันกับหัวข้อที่จะพูดวันนี้ครับ เป็นคำถามที่น่าสนใจมากๆสำหรับที่หลายท่านเข้ามาถามผมว่า จะรู้ได้ไงว่าใครรู้จริง หมายถึงว่า เรื่องการปฏิบัติธรรมก็ดี เรื่องวิชาความรู้ต่างๆก็ดี เราจะรู้ได้ไงว่าใครรู้จริง หรือใครลวง เพราะหลายคนไปเสียค่าความไม่ฉลาด วงเล็บ ค่าโง่ ให้กับ ซินแส หรือ หมอดูจีน มากมาย ช้ำใจกันมาเป็นแถว ต่อคิวช้ำใจกันยาวเหยียดยาวสามสี่ป้ายรถเมล์  คนเรามีกันทั้งดีและร้ายครับ ที่นี้ไม่ได้จะพูดเพื่อยกตัวเองของผมให้สูงหรือบอกว่าผมดีกว่าใครก็หาไม่ เพียงแต่ว่า การเอาวิชามาใช้หากินของเรา เราไม่ได้ทำไปบนพื้นฐานเพื่อความกระวนกระวายใจต้องรวย ต้องดัง ก็เท่านั้นเอง ถามว่าหวังไหม มีใครบ้างที่ยังเป็นปุถุชนไม่หวังรวยหวังเงินทอง กล้าพูดดดดด เหรอว่าตัวเองไม่หวังเลย ไม่โลภเลยได้นี่ เกินโสดาบันไปละนะ พระโสดาบันละได้คือความไม่โกรธ แล้วทำบนพื้นฐานของอะไรครับ การมา ดูดวงจีน หรือ เผยแพร่สรรพคุณของ วิชาโหราศาสตร์จีน ทำบนพื้นฐานของ ความรักในวิชาล้วนๆ คุณคิดว่า ถ้าผมไม่รัก ผมวันๆจะนั่งอ่านหนังสือเป็นกองๆ พูดปากเปียกปากแฉะ และเขียนนู้นนี่นั่นได้ขนาดนี้เหรอ นี่ผมถือว่าเป็นความดีใจที่ล้นปรี่ออกมานะวันนี่ เจ้าของร้านชา ก มุ่ยกี่ ท่านถามผมว่า คุณเรียนภาษาจีนที่ไหน เรียนมากี่ปี ทำไมมัน…..  เอาแค่นี่หละไม่เล่าต่อยกหางตัวเอง แต่เอาเป็นว่าท่านถามด้วยความชื่นชมว่าทำไมเราอายุยังไม่มากแต่ให้ความสนใจวิชาจีนขนาดนี้ ก็ไม่รู้ครับ เหมือนจีบแฟน คุณเห็น คุณก็ชอบเลย แค่นั้นง่ายๆ แต่ผมเป็นพวกจีบไม่ปล่อย คือ ถ้าผมรักแล้ว รักเลย

อ่านมาทั้งหมดคุณจะเห็นพฤติกรรมถามอย่างตอบอย่าง บอกว่าจะพูดๆเรื่องนี่ ก็ดั้นไปพูดอะไรไม่รู้ยาวเหยียด ซึ่งนี่หละคือสิ่งที่จะสังเกตความรู้จริงหรือรู้ไม่จริงของคน ยกเอาคำพูดของคนฉลาดที่สุดในโลกที่ทั่วโลกยอมรับแบบไม่ค่อยมีใครกล้าเถียงคือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ ซึ่งจริงๆก็จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียวหรอก ยังมี เทสล่า (ไม่มีเขาป่านนี่คงยังจุดคบเพลิงกันอยู่มั้ง) นิวตัน (ไม่มีเขาตอนนี่เราคงยังจะควานหาขอบโลกอยู่ก็ได้ และคงยังกลัวการจะตกขอบโลกกัน อะอะ เล่าๆ คือ คนตะก่อนเชื่อว่าโลกแบนและมีขอบ หาไม่ วัตถุต่างๆจะอยู่บนโลกได้ยังไง มันจะไปวางยังไงถ้าโลกมันกลมหละ คำตอบคือ มันผิวโค้งก็จริง แต่ว่ามันใหญ่มากๆ พอๆกับกระป๋องโค้งสามารถเอาวางบนลูกบาสเกตบอลได้ แต่ว่าเอากระป๋องโค้งวางบนลูกปิงปอง กระป๋องจะหล่น พื้นที่ผิวที่สัมผัสผิวโลกและแรงโน้มถ่วงมีผล) ถ้าฝรั่งนะ ฝ่ายจีนมี จู่ชงจือ (จู่ชงจือ สู่ซิงซิง ตะก่อนผมเคยท่องสมัยเรียนภาษาจีน คือ จู่ชงจือ อยากหาวิธีนับดวงดาว คิดดู นับดวงดาวให้ได้ครบ และเป็นคนออกแบบระบบค่าไพน์ เพื่อใช้ในการหาค่าต่างๆของวงกลม โอ้ ล้อรถยนต์ที่คุณขับนอกจากต้องขอบคุณ ชาล์ส กื๊ดเยียร์ คนผลิตยางรถยนต์แล้วคงต้องขอบคุณจู่ชงจือด้วยมั้ง) หรือหลู่ปาน ที่ตำนานบอกว่าเป็นคนผลิตใบเลื่อย เป็นสุดยอดนักประดิษฐ์จีน ที่คิดค้นต่างๆนานาออกมา รวมถึง ไม้บรรทัดหลู่ปาน หรือ ไม้บรรทัดฮวงจุ้ย หรือ ไม้บรรทัดมงคล หรือ หลู่ปันเซี้ยะ หลู่ปานเชี้ยะ เอานะสะกดยังไงก็แล้วแต่ แต่ตอนนี่ท่านได้รับยกย่องเป็นเทวดาของช่างไม้และการก่อสร้างไปแล้ว ขอบอกว่า ตำราหลู่ปาน สอนเรื่องงานวิศวกรรมการก่อสร้างและสถาปัตยกรรมในเชิงกำหนดสัดส่วนสรีระคนที่มีผลต่อเฟอร์นิเจอร์ มาหลายพันปีแล้ว แต่ว่ายังมีการยึดโยงแนวคิด เทียน เหริน เหอ อี ฟ้าดินคน สามประสาน ด้วยการยึดการก่อสร้างตาม ทิศมงคล และ ฤกษ์มงคลแบบจีน คนจีนให้ความเคารพธรรมชาติไม่ใช่เอะอะว่า นี่โลกของกู กูจะสร้าง ไม่แคร์ ฤกษ์ยามทิศทาง อะไรทั้งนั้น ผมจะอธิบายว่า ความหมายมันเปลี่ยนเพราะคำพูดต่าง เช่น ท่านบอกว่า ก่อสร้างตามกำหนดเวลาที่เหมาะสม ฟังดูดีมั้ย แต่ถ้าบอกว่า เอ้าละ สร้างตามฤกษ์ โอ้โห เจ๊นี่งมงาย กลายเป็นคนละเรื่องกันเลย หรือว่า การกำหนด ทำเล ที่ตั้งและรากฐานการก่อสร้างที่เป็นหลักการ ก็ดูดี พอบอกว่า สร้างตามฮวงจุ้ย ต๊ายๆๆๆๆ คนอีกฝั่งจะบอกว่า ท่านนี่ งมงาย เชื่ออะไรก็ไม่รู้ พิสูจน์ไม่ได้ ถ้ามันเหลวไหลไร้สาระ เรื่องฤกษ์ หรือ ฮวงจุ้ย นี่นะครับ ผมถามจริงเหอะ มันอยู่รอดสืบทอดกันมาได้ไงตั้งหลายร้อยหลายพันปี ท่านคิดว่า นักปราชญ์ทั่วโลกจะไม่มีใครฉลาดพอมาบอกว่า เลิกเชื่อเหอะ มันเก๊ งี้เหรอ คนเราทุกคนเกิดมาบนพื้นฐานอยากเป็นคนฉลาด หรือไม่ ก็ขอแค่ไม่เป็นคนโง่ ฟังดูเหมือนไม่จริ๊ง ชั้นไม่ได้อยากเป็นทั้งสอง งั้นผมใช้คำพูดใหม่ว่า ไม่อยากถูกหลอก โอเคมั้ย โอเค ใช่ไหมหละ นักปราชญ์ทั่วโลกหลายทีเขาคิดอะไรตรงกันเหมือนกัน แต่คนละห้วงเวลา ก็อย่าไปทึกทักว่า คนนึงลอกแบบคนนึงเสมอไป เคยเป็นไหมบางทีเราต้องไปรอคิวซื้อข้าวมันไก่ ถามว่า คนที่ยืนหน้าเรา กับเรานี่ เราไปลอกความคิดเขามาว่า อยากกินข้าวมันไก่ หรือนัดกันโดยบังเอิญ เพียงแต่อาจด้วยเวลาที่ไว ขาที่ยาวกว่า หรือห้องเรียนเขาใกล้โรงอาหารหน่อย ทำให้เขามาถึงก่อนเรา ยืนหน้าเราก็แค่นั้น ไอสไตน์ ก็เหมือนกัน อย่าคิดว่าตาลุงผมหยิกคนนี้จะฉลาดล้ำโลกจนไม่มีใครสู้ได้ สังเกตไหมว่า ที่ฝรั่งคิดได้ คนจีนก็คิดได้ ไทยก็คิดได้ เพราะเราคือ คนเหมือนกัน เจอเรื่องราวคล้ายๆกัน เช่น ถ้วยใส่อาหาร จะแบน หรือ เว้าตรงกลาง สิ่งที่คล้ายกันคือ เป็นรูปวงกลม ไม่ค่อยพบอารยธรรมไหนทำจานข้าวถ้วยข้าวเป็นสี่เหลี่ยม ยกเว้น ถ้วยดื่มเหล้าดื่มน้ำของจีนหรือญี่ปุ่นนี่มี เป็นสี่เหลี่ยม แต่เขาเอาตัก ไม่ได้เอาใส่ของไว้กินบนโต๊ะ หรือปิ่นโต ก็มีสี่เหลี่ยม มีกลม หรือว่านักโบราณคดีเกิดไม่ทันอาจไปเจอจานสี่เหลี่ยมแต่ไม่คิดว่านี่จะเอาไว้ใส่ข้าวกินวางบนโต๊ะก็ไม่รู้หละ หลายครั้งได้อ่านหนังสือจิตวิทยาของฝรั่ง หรือปรัชญา อ้างถึง โสเครตีส (ทำไม ผมอยากอ่านแบบโบราณ ส่วนคุณจะกระดกลิ้นพูดแบบฝรั่งก็ช่าง) อาริสโตเติ้ล ซิกมั่นฟรอย ชองโบแดงที่ผมชอบอ่านชื่อเขาว่า ลุงเจียนโบดิน จังจ๊ากรุสโซ่ จะอ่านแบบนี่หละ ตลกดี …เค้าพูดอะไรแบบที่ผมคิดว่า โห ถ้าคุณๆได้อ่านวรรณกรรมไทยพื้นบ้านนะ ฝรั่งพวกนี่อาจอึ้งก็ได้ ไม่ก็พระไตรปิฎก อันเป็นหนังสืออธิบายวิทยาศาสตร์ทางจิต ได้แบบลึกล้ำเกินพรรณาผมกล้าพูดแม้นผมยังอ่านไม่จบหมดทั้งหมดสี่สิบห้าเล่มของมหาจุฬา ที่สั่งซื้อมาแล้วก็เหอะ เอาว่าอย่างตำนานกระต่ายบนดวงจันทร์ เราเคยฟังตำนานแบบจีน แบบญี่ปุ่นมีกระต่ายกับครกตำโมจิหรือตำข้าวจะไม่ได้ พุทธศาสนาในพระสูตรก็มีเรื่อง กระต่ายบนดวงจันทร์ว่ามีที่มาอย่างไร กระต่ายโดดเข้ากองไฟเอาชีวิตตัวเองต่อชีวิตให้ผู้ทรงศีลที่จะอดตาย นั้นนนน ตกลงนี่ บังเอิญ หรือใครเล่าก่อนใคร แน่นอนคนเล่าทีหลังมีโอกาสสูงมากที่จะได้ฟังเรื่องของคนเล่าก่อน ผมกำลังจะบอกว่า ทุกอย่างบนโลกนี่ ล้วนคือการเล่าๆ สืบต่อกันมา เราถึงมีอะไรให้คิด คุณจะเห็นชายชาวอินเดีย อายุไม่มาก เป็นอัจฉริยะที่ฝรั่งยอมรับและทึ่งแม้ขณะนั้นอินเดียเป็นเมืองขึ้นโดนหยามเกียรติ ชื่อนาย รามานูจัน ใครไม่รู้จักลองเสริชหาอ่านดู เค้าบอกว่าอะไรครับ เค้าบอกว่า ผมไม่ได้คิดค้นสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ต่อมาฝรั่งเอาไปตีความกันหัวแตกจนได้เป็นทฤษฎีหลุมดำนี้จากตัวเขาเอง ความรู้มันไหลออกมาทุกครั้งที่เขาบูชาเทวดา หรือมีจิตใจเป็นสมาธิ จะบอกว่า มีเด็กคนไหน เกิดมาแล้วอัจฉริยะพูดได้ปร๋อเลยมีไหม ทุกคนต้องมีอายุสักนิด ไม่นับเป็นขวบ ก็เป็นปี ที่ได้สั่งสมเรียนรู้มานิดหน่อยถึงจะเล่าออกมาได้ หลายคนเขาเล่าผ่านความรู้ความคิดในชาตินี้ บางคนก็ชาติที่แล้ว อย่าไปคิดว่าอะไรที่พูดที่คิด คุณเพิ่งเป็นแต่ชาตินี้ ความเคยชินในการคิด การแสดงออกนี้ เราเรียกมันว่า ความชอบที่ต่างกัน ทำไมบางคนเห็นข้าวมันไก่ชอบกินมากๆ ในขณะที่อีกคนไม่ ทั้งๆที่เค้ายังเด็กอยู่เลยนะ เด็กบางคนชอบกินมะม่วงเปรี้ยว แบบนี่ …

เห็นไหมว่า ผมพาคุณออกทะเลได้ไกลแค่ไหน ฮ่าๆ วกกลับมาหาไอสไตน์ เขากล่าวเป็นคติที่น่าประทับใจในการเฟ้นหาคนเก่งว่า ถ้าคุณอธิบายมันให้เข้าใจง่ายไม่ได้ แสดงว่าคุณยังเข้าใจมันไม่ดีพอ ผู้รู้จะใช้เวลาที่สั้นที่สุดเพื่อหาคำอธิบายที่เข้าใจง่ายที่สุดในการอธิบายสิ่งที่ผู้ถามคิดว่ายากมากๆ ให้เขาเข้าใจได้โดยไว ซึ่งเรื่องนี้ทางพุทธเราผมเคยอ่านสำนวนทางพุทธศาสนา จำไม่ได้ละ แต่แปลไทยว่า คนฉลาดทั้งหลายสื่อสารเข้าใจกันได้ด้วยการ อุปมา หนังสือโบราณมากมายก่ายกอง เลยอธิบายสิ่งต่างๆผ่านการ อุปมา เช่นในวิชา ดวงจีน ไม้หยาง ไม้หยิน ไฟหยาง ไฟหยิน ดินหยาง ดินหยิน ทองหยาง ทองหยิน น้ำหยาง น้ำหยิน พวกนี้เป็นตัวแทนของรูปแบบนามธรรมทั้งสิ้นทั้งปวง คนสมัยนี้พยายามทำทุกสิ่งให้จับต้องได้ เห็นได้ ลูบคลำได้ เลยแปลภาษาจีนเหล่านี้ว่า ไม้ใหญ่ ไม้เล็ก ดินใหญ่ ดินเล็ก ทองใหญ่ ทองเล็ก ฯ สามคำนี้ยังพอได้ เพราะเป็นวัตถุธาตุที่จับต้องได้ แต่ไฟใหญ่ ไฟเล็ก นี่ไม่ค่อยถูกหลักไวยากรณ์และความหมายคำไทยเท่าไหร่ครับ น้ำใหญ่ น้ำเล็กก็ด้วย คุณจำเป็นต้องเข้าใจก่อนว่า โหราศาสตร์จีน อาศัยการอุปมาเอาธาตุที่เห็นได้เด่นๆในธรรมชาติ ออกมาเป็นการอธิบายความหมาย ไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่พูดว่า ไฟ ก็คือ เปลวไฟเสียแต่อย่างเดียว เช่น ดอกไม้ก็ถือเป็นธาตุไฟ สีแดงก็ใช่ ฯ สิ่งเหล่านี้เลยจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาครูบาอาจารย์ดีๆชี้แนะ คำถามคือ ละจะเจอคนรู้จริงได้ไง คำตอบคือ อ่านให้มาก และยอมโง่ก่อนครับ คือไปหาใครอย่าไปแบบหัวกรวงๆ ไปละไปถามๆ คิดแต่จะเอาอย่างเดียวโดยไม่ประเมินว่าเขารู้มากน้อยผ่านการฟังเขาพูด และไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาได้ประเมินเราบ้างว่าเขาควรจะพุดอย่างไร ผมเคยเปรียบกับท่านพี่คนนึงว่า พี่ไปตลาดเจอกะละมังแม่ค้าขายปลาถามในนี้มีปลาอะไรบ้าง แม่ค้าจะพอตอบพี่ได้ แต่ถ้าพี่ไปเจอชาวประมงออกเรือมาหลายสิบปี พี่ถามว่า ทะเลเวิ้งเนี้ยะ มีปลาอะไรบ้าง พูดสามวันสามคืนไม่จบก็มีนะ เพราะมันเยอะ ข้อสำคัญผมจะบอกว่า การเจอความกำมะลอของวิชานั้น เป็นเรื่องปกติ ถ้าจะโทษ โทษที่เราอ่านน้อย ศึกษาน้อย เจอคนมาน้อย เอง ตัวเราเป็นคนเลือก อย่าไปตีโพยตีพายว่า คนนั้นไม่ดี คนนี้แย่ อาจารย์คนนั้นหลอกลวง โอ้ย บทความสมัยก่อนผมอาจเขียนไปด้วยความคะนองในกายวาจา แต่ตอนนี่ไม่แล้ว และผมไม่ไปลบอันเก่าๆที่เขียนด้วย เพื่ออยากให้ท่านเห็นว่า คนที่เคยป๋าหมาก มันกลับกลายเป็นสุภาพขึ้น เย็นขึ้นได้ เพราะธรรมะของพุทธเจ้าช่วยชีวิตให้ดีงามขึ้นได้จริง สรุปแบบสั้นๆ เราจะเจออาจารย์ดี ครูดี คนดี ได้อย่างไร ถ้าตอบตามดวงจีนนะ คือ ทำตัวให้ดีครับ แล้วก็จะเจอ แน่นอน ผมกล้าเอาเกียรติหมอดูจีนเป็นประกัน ดวงจีนทำนายได้ทั้ง คนรอบข้างเรา เพื่อนเรา ญาติเรา ก็ล่าสุดในกลุ่ม โหราศาสตร์จีนและศิลปวัฒนธรรมจีน ที่ผมตั้ง มีคนเอาดวงมาถาม ผมก็ใช้วิชาจีนนี่หละทำนายกระทั่งอาชีพเพื่อนเขา บ้านช่องเพื่อนเขา ย้ำว่า เพื่อนนนนนน เจ้าของดวง แต่ดูจาก ดวงชะตาอีกคน สะท้อนไปหาอีกคน มันแปลว่า ดวงเราเป็นอย่างไร เราจะได้เจอคนแบบนั้น เจอแต่คนแย่ๆ ก็หันมามองตัวเองครับ ว่า ดีพอให้คนดีเขาคบด้วยไหม เจอแต่คนหลอกลวงก็หันมามองตัวเองว่า คุณทำตัวจริงใจขนาดไหน นี่ตอบสั้นละนะ ถ้าจะเอาสั้นกว่านี้ต้องยกพุทธพจน์มากล่าวว่า ยัง เว เส วะ ติ ตา ทิ โส คบคนเช่นไร ก็กลายเป็นคนเช่นนั้น คบคนพูดแค่อวดรวยๆ ก็จะกลายเป็น ขี้อวดรวย คบคนคร้านก็เป็นขี้คร้าน คบคนประจบก็เป็นคนขี้ประจบ ขี้นำหน้าทั้งนั้นครับสำหรับความไม่ดี ฉะนั้นแล้ว
ทำตัวเช่นไร ก็ได้เจอคนเช่นนั้นเหมือนกัน
คนดี อยู่กับคนไม่ดี ก็อึดอัด
คนไม่ดี อยู่กับคนดี ก็อึดอัด

ขี้เหล้า อยู่กับคนไม่กินเหล้า ก็ลงแดง
คนไม่กินเหล้า อยู่กับขี้เหล้า ก็ประสาทจะแดร๊ก

เราทำตัวพอดี และดีพอ ให้คนดีๆเขาอยากคบด้วยหรือยัง
ไม่คบคนพาลทั้งหลาย
คบแต่บัณฑิต
บูชาบุคคลที่ควรบูชา

ไม่คบ ไม่ได้แปลว่า ไม่คุยด้วยเลย แต่รู้จักเลือกคุยให้เหมาะสม เพราะคนเราไม่มีใครดีล้นฟ้าและไม่มีใครชั่วช้าตลอดกาล  เราต่างอยู่ในโรงเรียนแห่งการฝึกฝนขัดเกลาให้ ตน นั้นหละเป็นคนดี อย่าเที่ยวว่าใครว่าไม่ดีเลยครับ อย่าเที่ยวตำหนิใคร และอย่าไปกล่าวชมหรือนอบน้อมใครจนกว่าจะรู้จักเขาดีพอ และที่สำคัญ จนกว่า คุณจะรู้จักตนเองดีพอ และทำตัวให้ดีพอ พอที่คนดีเขาจะคบด้วย อยู่ด้วย คุยด้วย และเมตตาด้วย หลายคนมา ดูดวง กับผม ผมดูให้ ลดให้ จ่ายค่าแท็กซี่ให้ พาไปส่ง เลี้ยงข้าว เลี้ยงน้ำชาดีๆ ละทำไม หลายคน ผมบอกปัดไปว่า ต่อให้กองข้างหน้าแสนนึง ฉันก็ไม่ดูดวงให้เธอ แต่ถ้าหาได้ล้านนึง อันนี่อาจดูนะ ฮ่าๆ สั้นๆคำเดียวก่อนจบ  กิริยามารยาท….  สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล เขาไม่เมตตา ก็ไม่ใช่ไปบังคับเขาให้เมตตา เอาเงินไปทุ่ม เอาของไปล่อ มิตรภาพที่วางอยู่บนเงินทองนั้น ไม่จีรัง แต่ความดีและความจริงใจตะหากนั้น ยั่งยืน และถ้าเป็นมิตรกันแล้วเขียนอะไรมา ยาวแค่ไหน เขาก็อ่าน หืมม หรือไม่จริง ย้อนไปดูสิว่า อ่านมายาวขนาดไหน ฮ่าๆ …. ปล. ใครกดอ่านผ่านๆ โป้งงง

ซินแสหลัว ณ โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพ ในห้วงเวลาที่มา กทม สองอาทิตย์กลับบ้านได้สี่วัน มีคนเชิญมาอีกละ นี่ก็สองอาทิตย์กว่าละไม่ได้กลับบ้าน

บุญกุศลบทความนี้ขอแผ่ให้ทุกๆท่านที่หวังดีหวังร้ายหวังเฉยๆ หรืออะไรก็ตามว่า ขอให้มีความสุขกายสุขใจพบเจอแต่สิ่งดีๆกันทุกคนครับ

สวัสดี (จบบริบูรณ์)

เหมือนหนังไทยมะ

คำตอบที่ผมได้จากถามพระ อ ท่านเมตตาตอบว่า คนปฏิบัติธรรมจริงย่อมเล่าเรื่องและตอบคำถามการปฏิบัติได้แบบเราเล่าว่าเราไปเจออะไรมาเมื่อวาน ซึ่งต่างจากการเล่าแบบจำละครตอนกลางคืนมาเล่า ธรรมะเป็นสิ่งที่ผู้รู้และปฏิบัติจะพึงเห็นได้ด้วยตนเอง

 

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ