เลื่อนวันไหว้ ย้ายวันชง วิธี แก้ปีชง ตามแบบซินแสหลัว

 

แก้ชง-ปีวอก

เลื่อนวันไหว้ ย้ายวันชง วิธี แก้ปีชง ตามแบบซินแสหลัว
นี้อะ ผมจะยกตัวอย่างชงจริงๆให้ดู มันต้องแบบนี้ เนี้ยะ นอนไปละตั้งแต่ดูดวงจบ สามทุ่มกว่า ขี้แตกหนะครับ นั่งรถใต้ดินมาลงเซ็นทรัลลาดพร้าวรีบวิ่งหาห้องน้ำ ตกดึกมานอนไปละอย่างที่บอก สะดุ้งขึ้นมาอีก มานั่งพิมพ์เนี้ยะ ไอ้อย่างงี้หละ เรียก ชง เพราะปฏิกิริยาต่อจาก ชง ที่ดวงทำ หรือที่ร่างกายทำ คือ เสี่ย ออก
ระบายออก นั้นหละครับ อย่าว่าแต่อาหารชิ้นเท่าปากเราที่มากระทบเราเลย เล็กกว่าปากเราเช่น ปูดองตัวเล็กๆสักตัว ก็อาจทำให้เรา ชง จนต้องระบายออกได้ การชง ก็เลยเป็นการที่ส่ิงแปลกปลอมเข้ามาใน ดวงชะตาเรา อย่างหนึ่งในหลายๆ แบบ ตามวิชาดวงจีน แต่ที่เรียก ชง นั้น มีลักษณะพิเศษดังที่ผมได้ให้จำง่ายๆด้วยการนึกถึง ตัวหนังสือจีนแบบเต็มของคำว่า ชง
อักษรคำว่า ชง ถ้าเขียนแบบเต็มรูปแบบ ไม่ได้ย่อแบบที่ท่านเห็นตามป้ายทั่วไป จะพบว่า คือคำว่า สิง ที่มีคำว่า จ้ง อยู่ตรงกลาง
สิง คือ คำเดียวกับ คำที่ท่านเอามาใช้เรียก ธาตุว่า ห้าธาตุ ดังนั้น หากจะมีใครสักคนแย้งว่า ธาตุทองๆ ท่านเรียกผิด ต้องเรียกว่า ธาตุโลหะแล้วไซร้ คำว่า สิง ก็ไม่ควรแปลว่า ธาตุ เช่นเดียวกันครับ เพราะตามความหมายคนทั่วไป มองเรื่อง ธาตุ ว่า เป็นสิ่งที่จับต้องได้ มีพลัง ไม่ได้มุ่งหมายเรื่องเคลื่อนไหวแปลเปลี่ยนเท่าไหร่ แต่คำว่า สิง มุ่งหมายถึง พลังที่แปรสภาพได้ เปลี่ยนได้ตลอดเวลา ในหนังสือทางพุทธศาสนา เลยใช้คำว่า ธาตุ เหมือนกัน อันได้แก่ ดิน ปฐวีธาตุ น้ำ อาโปธาตุ ไฟ เตโชธาตุ และลม วาโยธาตุ คำว่า ธาตุ ตามพุทธศาสนา แปลว่า สิ่งที่ทรงสภาพ คือถ้าหัดสวดมนต์แปลกันหน่อยนะครับ ก่อนทานอาหารง่ายสุดเราจะได้ยินพระสวด
ยะถาปัจจะยัง ปะวัตตะมานัง
ธาตุมัตตะเมเวตัง ยะทิทัง ปิณฑปาโต
ตะทุปะภุญชะโก จะ ปุคคะโล,
(อาหารนี่เป็นสักแต่ว่าธาตุ คือ สิ่งที่ทรงสภาพที่แตกต่างกันเท่านั้น กำลังเป็นไปตามเหตุปัจจัยอยู่เนืองนิจ นี่คืออาหารและบุคคลผู้บริโภคอาหาร)
ธาตุมัตตะโก นิสสัตโต ก็สักแต่ว่าเป็นธาตุ มิใช่สัตว์(คือ ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้อง)
นิชชีโว สุญโญ, มิใช่ชีวิต เป็นของสูญเปล่า(คือ ว่างจากบุคคล และของของบุคคล)
ก็แปลว่า ทางอินเดีย เห็นว่ามีสิ่งที่ทรงสภาพที่แตกต่างกัน สี่สิ่ง ดิน น้ำ ลม ไฟ ส่วนจีน เห็นว่ามี ห้าสิ่ง ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ (ผมเลือกพูดว่า ทอง แทนที่จะพูดว่า โลหะ เพื่อให้หวนตั้งสติถึง ตำราพรหมชาติ ของไทยเรา ที่กำหนดธาตุนักษัตรไว้ หกแบบ ได้แก่ น้ำ ทอง ดิน ไฟ ไม้ และเหล็ก) เช่นปีวอกปีนี้ธาตุทองครับ ส่วนปีระกาถัดไป ตำราพรหมชาติ เขียนว่า ธาตุเหล็ก นี้ผมเป็นหมอดูจีนที่โคตรไทยให้แล้วนะ ลองติดตามอ่านบทความผมดู ผมเจาะเอาจีนลึกๆ มา อธิบาย และถ้ามันโยงกันได้กับของไทย แบบไทยเดิม ไทยแท้ๆ ไทยลึกๆ ผมก็ว่า โยงกันได้ ไม่ได้คิดเองเออเองเอะอะ โยงได้ ก็โยง แบบนั้น หลังๆนานเข้ามีพุทธศาสนากับบาลีมาแทรกตลอด เพื่อจะย้ำเตือนว่า ชีวิตคนเรา ไม่เคยได้ห่างจาก ธรรมะ หรือ ธรรมชาติหรอก ธรรมะเป็นยาแก้โรคเวียนว่ายตายเกิดและโรคเจอแต่เรื่องเฮงซวยที่ดีที่สุด โดยไม่จำต้องว่าท่านจะดูดวงตัวเอง หรือรู้ไม่รู้ดวงตัวเอง แค่มีธรรม ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม ก็จะทำให้ได้ดีในชีวิตได้ นี่พูดจาก หมอดูจีน ที่คำนวนชีวิตคนมานับพันๆ และเห็น เจอ มาสารพัดคนที่ เปลี่ยนชีวิตตัวเองได้ จนผมอุทานว่า เห้ยยยยยย ทำได้ไง ไม่วายครับ คำตอบเดียวเลยถ้าทำสถิติทั้งหมด ชนะด้วยธรรมะ รอดด้วยกรรมฐาน ไว้ค่อยเล่า เดียวยาว เอาเรื่อง ปีชง ให้จบก่อน
ที่สำคัญ อัญมณีก็รวมอยู่ในความหมายของ ธาตุทอง ดังนั้น การกล่าวว่า ที่ถูกต้องแปล จินสิง ว่า ธาตุโลหะ นั้นก็ยังไม่ถูกต้อง เพราะ อัญมณี ไม่ใช่ โลหะ การต่างประเทศ ก็ไม่ใช่ โลหะ กฎหมาย ก็ไม่ใช่โลหะ การมามองที่ชื่อเรียก หรือมองแต่ รูป จนลืมพิจารณา นาม ของธาตุทอง ก็จะทำให้เพี้ยนไปกันใหญ่ ท่านอาจสงสัยว่า ชื่อ แปลว่า นาม ไม่ใช่เหรอ ทำไมผมบอกว่า การเรียกชื่อ คือ รูป ความหมายของชื่อ ต่างหากคือ นาม เรียนธรรมะครับ ละท่านจะอ่านเต้าเต๋อจิง วรรคแรกหน้าแรกเข้าใจ เต้าเข่อเต้าเฟยฉางเต้า ละถ้าท่านยังไม่เข้าใจ เต้าเต๋อจิง อย่าเพิ่งเปิด อี้จิง อ่านเลย จะงง เข้ารกเข้าพงไปกันใหญ่ พอเห็นว่า อี้จิงคือ วิชาใหญ่ วิชาหรู ดูเท่ๆ หยิบอะไรมาก็ทำนายได้ ก็เลยพากันตื่นเต้น ลืมไปว่า ที่อี้จิงใหญ่ได้ อลังการได้ เป็นตำราอันมีฉายาว่า ฉวินจิงจือโส่ว แปลว่า บรมโคตรสุดยอดของคัมภีร์ทั้งปวง ก็เพราะเป็นคัมภีร์ หรือ ตำรา ที่ว่าด้วย โลก ว่าด้วย ความแปรเปลี่ยน จริงๆถ้าสำหรบผมแล้ว สุดยอดโคตรตำรา คือ พระไตรปิฎกครับ หากแม้นท่านลองได้สัมผัสความอัศจรรย์ด้วยการเปิดอ่านหน่อย
เพราะฉะนั้นถ้าเราดูว่า วอก ตามหลักของตำรา พรหมชาติ เราจะพบว่า ไทยเองก็ได้ให้ความสำคัญเรื่อง ธาตุ ตลอดจน ทักษา มากพอๆกับวิชาการดวงดาว วอกคือ ธาตุเหล็ก ปีนี้ เป็นปี ธาตุเหล็ก
ชายหญิงใดเกิด ปีวอก ธาตุเหล็ก ชันษา เป็นผีเสื้อผู้ชาย มิ่งขวัญสถิตอยู่ที่ต้นขนุน
“ท่านว่าผู้เกิด ปีวอก ผู้เกิดปีนี้ ท่านว่า เป็นคนเอะอะโผงผาง พูดเสียงดังฟังชัดเจรจาห้าวหาญ
ไม่ค่อยกลัวใคร มักเจ้าโทสะ โมโหร้าย เอาการเอางาน
รักระเบียบ รักมิตรสหายมีลักษณะเป็นผู้นำคน เป็นคนมีอำนาจวาสนา จะได้เป็นใหญ่กว่าคนทั้งปวง
มีเสน่ห์รู้หลักนักปราชญ์ เสียงคารมมักมีอำนาจ ผู้คนทั่วไปมักยำเกรง
ชอบหมกมุ่นในกามารมณ์มากชู้หลายครอบครัว
เป็นชายท่านว่าเป็นคนมีอำนาจ มีเสน่ห์ เจ้าชู้ยักษ์ ลูกเขาเมียใครหากพึงพอใจมักเอาให้ได้ ใช้เงินทองเป็นว่าเล่น
หากเป็นหญิงท่านว่าเป็นแม่ศรีเรือนต่างเพศจะหลงใหล”
เป๊ะ ตามลักษณะธาตุทอง ที่สอนๆกันไหมครับ อธิบายอันที่ไม่น่าจะใช่ทองก่อน จริงๆนะ ก็เขียนความหมายเอาไว้เรื่องธาตุ และบอกให้ว่า ใครรักดวงจีน ช่วยเอาไปท่องจำหน่อย จะง่ายและสนุกมากเวลาเห็นดวงจีน เป็นลักษณะตารางๆ แยกแยะแต่ละธาตุไว้ครับ
ก้องกังวาลสุดคือ ธาตุทอง แต่ต้องเคาะ เพราะฉะนั้น โผงผางเสียงดังเลยเป็นธาตุทอง แต่ว่าไม่ใช่ทุกคนธาตุทองจะเป็นแบบที่ว่ามาหมดนะ คนธาตุทองหลายคนอาจจะเสียงค่อย ไปเลย และคนธาตุอื่นๆ อาจจะโผงผางก็มี แต่เขากำลังบอกท่านว่า ธาตุทอง คือ ปอดครับ คนปอดดี พูดจาดัง อันนี้เป็นหลักพื้นฐาน แพทย์แผนจีน ในการตรวจปอดคนไข้ โดยไม่ใช่การแมะ แต่ใช้การมอง และการฟัง แพทย์แผนจีน มีสี่แบบ แมะ (จับชีพจร) ฟังเสียงดมกลิ่น มอง และซักถาม วลีนี้ถ้าเข้าใจท่านจะพบว่า อ้อ หมายถึง ปอดดีไม่ดี
อาจจะบอกว่า ธาตุอื่นก็โมโหร้ายได้ แต่ความโมโห จริงๆมีสองระดับ ระดับ นู่ หรือ โกรธ ได้แก่ ธาตุไม้ เป็นตัวแทน แต่ถ้าท่านศึกษาพุทธศาสนาจะพบว่า โกรธหนักขึ้นกลายเป็น เปย หรือความรู้สึก เสียอกเสียใจ ทั้งสองจัดในหมวด โทสะ คือต่อไปนี้ให้รู้เลยว่า ถ้าเราเสียใจกับอะไร หรือสิ่งใดก็ตาม แปลว่า โทสะ ได้เกิดขึ้นแล้ว แปลว่า จริงๆ เรากำลังโกรธหรือไม่พอใจบางสิ่งอยู่ อย่างน้อยสุดคือ ไม่พอใจตัวเอง คนโกรธมักฆ่าคนอื่น แต่คนเสียใจมักฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายตัวเอง พุทธเจ้าตรัสสอนว่า ถ้าความโกรธได้ครอบงำใจใครแล้ว ความมืดตื้อ ปัญญาดับ ก็จะตามมา ทีนี้ความโกรธนี่มีแรงแสดงออกมามหาศาล แสดงออกภายนอก และคลายได้ง่าย ต่างกับ โลภะ ที่ค่อยๆซึม จางคลายยาก ดั่งเช่นความรัก รู้อีกทีก็รักเสียแล้ว ครั้นจะให้ถอนรักออกจากอก มันยากนัก อันนี้ถ้าใครเคยเรียนกรรมฐาน ตามหลักสติปัฎฐานสี่ กาย เวทนา จิต ธรรม จะเข้าใจ (นะ คนไม่รู้ธรรมะก็ทนๆอ่านไป แบบ งงๆ ละกัน จะว่าผมแกล้งเป็นอุบายให้ท่านไปศึกษาธรรมะเพิ่มก็ใช่ จะได้กลับมาอ่านรู้เรื่องไง) เพราะฉะนั้น จอมโทสะจึงเป็นธาตุทอง แน่นอน ท่านอ่านภาษาจีนไม่ออก ไม่มีทางรู้ว่า ธาตุไม้คือ ความโกรธนะ แต่ต่อให้อ่านจีนออกแต่ไม่ศึกษาพุทธศาสนา ก็จะไม่มีทางรู้ว่า ร้ายกว่า ไม้ คือ ทอง ร้ายกว่าโกรธ ก็คือเศร้าเสียใจซึมหงอย เพราะฉะนั้น ใครมาบอกว่า ทอง ชง ไม้ เพราะว่า ทอง ข่ม ไม้ หรือ ปีนี้เป็น ปีวอกชงปีขาล เพราะว่า ทองข่มไม้ ทองชงไม้ กล่าวแบบนี้ไม่ถูกต้องครับ หลายคราวที่ ทอง คือ ไม้แบบอัพเกรด หมายความว่า ไม้ที่ไฮโซขึ้น นึกถึง ไม้ท่อนที่เขาเอามาแกะสลักเป็นมังกร ย่อมมีค่ามากกว่า เอาไปทำฟืน ละอย่าไปคิดว่า อ้อ ทองคือมีดที่มาแต่งไม้ เปล่าเลย ลักษณะของการประดับประดา ต่างหาก คือ ทอง เช่น จับไม้มาขัด ก็เรียกว่า ไม้ผสมทองละ ไม่ต้องถึงขั้นหาโลหะไปจิ้ม ผมบอกแล้ว เลิกท่องกันเสียทีว่า ทองข่มไม้ ทองตัดไม้ เขาเอายกตัวอย่างไว้สอนเด็กอนุบาลดวงจีน ให้จำได้ง่ายๆ แต่ไม่ใช่ความหมายแท้จริงครับ โตแล้ว เรียนขึ้นชั้นแล้ว ยังมาท่อง ทองตัดไม้ ก็ไม่ต่างอะไรจากอยู่ ม สาม แล้วความรู้เท่าอนุบาล ธาตุทองจึงหมายถึงการชอบแต่ง ชอบประดับ เราเคยทำสถิติเล่นๆว่า คนธาตุอะไรชอบแต่งหน้าแต่งตัวสุด มาลงที่คน ธาตุทอง โดยเฉพาะ นักษัตรระกา ครับ ธาตุทองรักความสวยงามก็เลยรักศิลปะไปโดยปริยาย เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่หาธาตุทองไม่ได้แม้นสักตัวในดวงเลย คนแบบนี้ ดูดวงแม่น ได้ยาก เว้นแต่จะมีธาตุพิเศษมาช่วย เพราะคุณขาด ศิลปะ ไป ศิลปะ ทำให้คนละเอียด ช่างสังเกต อย่าไปนึกว่าศิลปะหมายถึงแค่วาดภาพอย่างเดียว
“ลักษณะส่วนตัวทั่วไป เป็นคนที่เข้าสังคม สมาคมได้ยอดเยี่ยม ปรับตัวเข้ากับมิตรสหายได้เร็ว ชอบสนุกเฮฮา มีจิตใจร่าเริง ในหมู่เพื่อนฝูงเสมอ นิสัยนักเลง หากเล่นการพนันหรือยาเสพติดแล้วเลิกได้ยาก..“
ธาตุทองมักอารมณ์ค้าง ติดใจอะไรแล้ว มักติดนาน เพราะถ้าพูดตามลักษณะอากาศ และทฤษฎีแพทย์จีน ธาตุทองทำบทบาทหลายอย่าง ทั้งพาไฟให้เย็นลง และทำตัวเป็นแอ่งเตรียมขังธาตุน้ำ (เอาหน่า ผมอาจอธิบายวิชาธาตุจีนแบบแปลกๆ ที่ท่านไม่คุ้นหู แต่ผมกล้ายันว่า มีตำรา มีอาจารย์พูด ไม่ได้คิดเองเออเอง แต่มันหาฟังยาก แค่นั้นหละ) จินจู่โซวเลี่ย พื้นฐานวิชา แพทย์จีน ครับ หมายถึง อันว่า ธาตุทอง นั้น คือ เป็นธาตุว่าด้วยการ กักเก็บ เก็บเกี่ยว พูดภาษาฟังง่ายๆนะ มีอะไรตูเก็บหมด นั้นหละธาตุทอง
ปีวอก ธาตุเหล็ก ท่านว่าเป็นคนทีฝีมือในการทำงานคนหนึ่ง เป็นเด็กมักอาภัพเกิดที่นี่ไปได้ดีมีอำนาจวาสนาที่อื่น พึ่งญาติพี่น้องไม่ได้ หากเรียนวิชาทางลี้ลับหรือทางวิทยาศาสตร์ แพทย์ จะมีทางก้าวหน้าไปไกลมาก
..“บอกไปตอนต้นว่า ธาตุทอง ชอบประดับ เน้นรายละเอียดมาก เลยทำให้ดูมีฝีมือจากงานที่ทำ ธาตุทองของจีนหมายถึง นวัตกรรมล้ำยุคและความก้าวหน้า นึกถึงยุคโลหะ ที่มาหลังยุคของการเผาถ้วยชาม ที่มาหลังยุคของการหุงต้มอาหาร มาหลังการล่าเนื้อ มาหลังการเพาะปลูก” ถ้าจะย้อนประวัติเป็นธาตุ เพาะปลูก คือ ไม้ ล่าสัตว์หุงต้ม คือ ไฟ มันใกล้เคียงกันครับ ทางโบราณคดีลองไปดู มันจะเหลื่อมกัน บางชนชาติ ล่าก่อนเจอไฟ หรือ ล่าหลังเจอไฟ ก็แล้วแต่ แต่สุดท้าย เราก็มาให้ความสำคัญที่ ไฟ กันอยู่ดี ใช้ไฟเป็นเราก็เผาถ้วยได้ เกิดมี ภาชนะ ขึ้นมาละ คือ ดิน จวบจนช่ำชองเกี่ยวกับดิน กับแร่ กับไฟเผาหลอม ถึงได้มี โลหะ และอัญมณีเกิดขึ้นท้ายสุด เพราะฉะนั้น ธาตุมันไม่ได้กำเนิด หรือส่งเสริม หรือข่ม หรือยอมให้ข่ม แต่เพียงฝ่ายเดียว ถ้าเล่าเป็นนิทานแบบผม จะเห็นว่ามันร้อยเรียงกันได้ ธาตุทั้งหลาย ให้ท่านศึกษาแบบ ไร้ตัวตน อย่าไปตีความธาตุว่ามีตัวมีตนครับ คือ เน้นนาม อย่าไปเน้นรูป รูปนามคู่กันก็จริง ความสำคัญอยู่ที่ นาม มากกว่ารูปครับ ลองนึกถึงเรื่องขันธ์ห้า นามมีสี่ รูปมีหนึ่ง ตกลงอันไหนน้ำหนักมากกว่า ทองเป็นธาตุเดียวที่ขัดเกลาไม้ได้ คือ สามารถปรับปรุงแก้ไขสิ่งมีชีวิตทั้งปวงได้ จะเห็นได้ว่า โลกเปลี่ยน เมื่อมนุษย์ได้เจอ โลหะ เจอกับ ไฟ ยังเปลี่ยนแค่นิดหน่อย
ท่านผู้ เกิด ปีวอก สิริสิงอยู่ที่ท้องพรหม จันทร์เป็นปากท่านว่า เป็นคนปากหวานไพเราะ ใครเห็นใครรัก หลงใหลในคำพูดแม้บ้างครั้งต่อหน้าเพศเดียวกัน มักเจรจาโผงผาง เสียงดังฟังชัด หากอยู่ต่อหน้าเพศตรงข้าม จะพูดจาอ่อนหวานอย่างน่าพิศวง เสียงดังฟังชัด
“นะ มาอ่านตรงนี้จะ งง หน่อย ไหนว่า ขี้โกรธ โผงผาง เสียงดัง พออันนี้มาบอก ปากหวาน หลงใหล” ก็ความรู้จักประดับประดา ธาตุทองจะรู้ว่า ควรทำอย่างไรให้ ใคร หลง เมื่อใด และที่ไหน อย่างไรด้วยครับ ธาตุทองจึงหมายถึงกฎหมาย ไม่ใช่แปลว่า เฉียบขาดสุดหรอก ผมไม่เคยเจอดวงธาตุทองเด็ดขาดสักคน จริงๆ ใน ดวงจีน นะ อ่านของผม คุณเรียนดวงจีนแบบ ท่องเป็นนกแก้วมาก็อาจจะสะดุดหน่อยว่า เอ๊ะ ธาตุทอง คือ ยุติธรรม และคือ กฎหมาย กลับบอกว่า ไม่เด็ดขาด ผมกล่าวในฐานะนักกฎหมายนะครับ ไม่มีโรงเรียนกฎหมายไหน สอนให้นักกฎหมายออกมาเป็นคนเด็ดขาด โรงเรียนกฎหมายเน้นสอนเรื่อง การเข้าใจคน เข้าใจเจตนาของคนว่า ทำไมถึงทำผิด ขึ้นมา และจะแก้อย่างไร ธาตุทองคือ กฎหมาย เพราะ ทองแก้ปัญหาเก่ง เข้าใจความเป็นมนุษย์ ดุจโลหะที่ชำแรกลงไปในเนื้อไม้ได้แบบนั้น มันแซะเข้าไปถึงก้นบึ้งใจคนได้ เลิกเป็นเด็กอนุบาลดวงจีนกันนะ ทองไม่ได้ เด็ดขาดเฉียบคม แต่ว่า ทอง เข้าใจ คน มากกว่า ทีนี้ถามว่า งั้นอะไร คมสุด เฉียบสุด ไฟครับ คุณลองจุดไฟ ลองดูว่าอันไหนไฟไม่เผาบ้าง เฉิดฉาย ประกาศกร้าว ทำเหมือนไม่เกรงใคร คนดวงมีไฟเยอะ ประเภทนี้ทั้งนั้น กล้าได้กล้าทำ เนี้ยะคือความ เฉียบคมว่า ปักใจลงไปละว่าจะทำ ก็ทำเลย เคยเห็นไฟถอยไหม แบบว่า ไหม้กระดาษแล้วขอย้อนเป็นไม่ไหม้ดีกว่า ธาตุไฟจึงคือ กาลเวลา ไปแล้ว ไม่หวนคืนนะ อ่านตำราแพทย์แผนไทยดูสิ จะพบว่า ตัวที่ทำให้ ร่างกายเสื่อมแล้วเสื่อมไป คือ เตโชธาตุ เอาละครับ ลำบากละ บทความผม ต้องอ่านธรรมะ อ่านแพทย์จีน แพทย์ไทย อ่านตำราดวงจีนอีก ห้าสาขาที่ต้องรู้คร่าวๆ แล้วจะสนุก นะ ลำบากหน่อยนะ ฮ่าๆ
พุธเป็นใจ ท่านว่า มีใจเข้มแข็ง หนักแน่น ฉลาดเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมรู้เท่าทันคน ทั่วไปการวางแผนหรือโครงการใด ๆ มักไม่เก่งแต่รู้วิธีใช้คนเป็นใจนักเลงเต็มตัวไม่ค่อยกลัวใคร
“ทองคือ กฎหมาย แบบที่อธิบายไปครับ แต่ทองไม่ใช่ผู้ใช้กฎหมายที่ดีหรอก ทองคือ ผู้สร้างกฎต่างหาก เพราะ ธาตุทอง รู้ทันสันดานคน เซ้นซิทีฟมากๆ ใครมีทองมากๆนี่ เจอไรหน่อย แว๊ปป ได้ยินละ เห็นละ รู้ละ ไวมากๆ ไวกว่าชาวบ้าน ธาตุอื่นเขา คนธาตุทองเลยดูเหมือนมีสัมผัสที่หก แบบว่า เค้ายังไม่ทันได้ยินกัน นี่ได้ยินก่อนละ“
เสาร์เป็นที่นั่ง ท่านว่า ชอบกามารมณ์ จะหมกมุ่นหลงใหลในราคะมักได้เป็นใหญ่ มีอำนาจวาสนามาก ชอบทำตัวเป็นหัวหน้าคนทั่วไป สติปัญญาไม่สู้ดี แต่กโลบายเล่ห์เหลี่ยมดีมาก เป็นชายจะมากชู้หลายเมียไม่เสียหลายเป็นหญิงมักอาภัพผัวเอาตัวไม่รอด มักตกเป็นเมียน้อยเขา มีตำหนิในที่ลับ มีเสน่ห์แรง
.“อันนี้ก็เพราะ ความรู้ทันรู้ใจคนล้วนๆหนะหละ สั้นๆจำง่ายๆคือ ธาตุทอง แปลว่า เห็นพี่เงียบๆ แต่ฟาดเรียบนะจ๊ะ ถ้าไม่เชื่อผม นับจำนวนคู่ของคนธาตุทอง แข่งกับ ธาตุอื่นๆเลยครับ ธาตุอื่นกามารมณ์สูงกว่าทอง เช่น ธาตุน้ำ กามารมณ์สูงกว่า ทอง แต่ว่า เขาอาจจะไม่ได้ครอง ส่วนธาตุทอง มักได้ครอง คือ อยากได้คู่ คู่นอน คู่ครอง คู่มีอะไรๆกัน ธาตุทองมักจะได้ ด้วยความรู้ใจคนด้วย ชอบประดับด้วย คือ ทั้งหน้าตาก็พอเป็นพอไป และคารมณ์ก็ดีด้วยในคนๆเดียว ดูดวงจีน มาหลายดวง บางคนมาหลอกถามเรานะ ผมนี่จะมีแฟนมั้ย พอเห็นทองสุขสกาวนี่ จะต้องโดนผมย้อนคืนว่า หึหึ นี่นะเหรอไม่มีแฟน ไม่เลือกคว้าใครคนนึงมาเป็นตัวเป็นตนเสียมากกว่า” อันนี้สอนว่า เวลาอ่านตำรา อ่านให้ครบ ให้จบ อย่าไปอ่านเจาะอย่างเดียวครับ หมายถึง พอเราเห็นเค้าเขียนว่า ทองชอบกามารมณ์ อย่าเพิ่งไปตีว่า บ้ากามสุดละในธาตุทั้งปวง แต่ให้จัดไว้ในกลุ่มบ้ากาม อาจจะมี ธาตุที่กามมากกว่ามาก็ได้ ต้องหัดเป็นคนอ่านรอบคอบ
อังคารกับพฤหัสบดีเป็นมือ ท่านว่ามักง่าย ทำราชการเอาจริงแต่เบื้องต้นผลสุดท้าย มักล้มเหลว ดีที่รู้จักเลือกใช้คนเป็น ศุกร์กับอาทิตย์เป็นเท้า ท่านว่า เมื่อวัยเด็กมักเร่ร่อน ซัดเซพเนจร เกิดที่นี่ไปได้ดีมีอำนาจวาสนาที่อื่น ต่อเมื่อใหญ่วัยชรา
“จีนว่า ธาตุทอง คือ การต่างประเทศ อันนี้หากท่านทำความเข้าใจภาษาไทยสักหน่อย ท่านจะไปคิดว่า อ้อ ลาว พม่า หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ไทย ไม่จริงครับ คำว่า ต่างประเทศ หมายถึง ต่างถิ่นต่างแดน แค่กรุงเทพ กับ นครปฐม เท่านี้ก็เข้าความหมายคำว่า ต่างประเทศแล้ว เพียงแต่ว่า ยิ่งห่างไกล พลังความเป็นธาตุทองกลับยิ่งมาก คือ การต้องเจอการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ การปรับตัว เปลี่ยนชีวิต และการผจญภัยเดินทาง เดินทางเยอะ ก็เลยเป็นเจ้านวัตกรรม คือ เทคโนโลยีล้ำๆ ถูกแทนค่าด้วย ธาตุทอง ทั้งสิ้น” อ่านประวัติศาสตร์ครับ จะทราบเลยว่า ชนชาติใดเดินทางบ่อยสุดไกลสุด นวตกรรมชนชาตินั้นจะเจริญ พอๆกับที่ ชนฝรั่งมาเจอะชนจีน หรือเอเชีย แล้วเอานวัตกรรมไปต่อยอด เช่น จีนค้นพบดินปืนประเทศแรกบนโลก แต่ปืนกระบอกแรกๆ ฝรั่งเอามาขายให้จีนนะ ปาสคาลจีนก็มีหลักฐานว่าค้นพบก่อน หรือนวัตกรรมอีกมากมายลองหาหนังสือมาอ่าน ของ นีลแฮมๆ อะไรสักอย่างนี่หละ นวัตกรรม….. ปกสีแดงๆ
เอาละ พอหอมปากหอมคอ เล่าซะยาว เลยเถิดคำว่า ชง ออกทะเลไปไกล
ทบทวนอีกรอบ ชง คือ คำว่า สิง ที่แปลง่ายๆว่า ธาตุ ถูกแทรกกลางด้วยคำว่า จ้ง ซึ่งแปลว่า มีน้ำหนัก หรือมีมวล มีพลัง ถ้าไม่ปะทะ คงแทรกไม่ได้ เพราะฉะนั้น ชง เลยกินความหมายทั้ง การปะทะของพลังธาตุนักษัตร และการแทรกเข้าไปของพลังนั้น พอๆกับที่เราท้องเสีย เสร็จแล้วที่เราซวยๆกันนั้นเพราะ การถ่ายเท ออก การขับออก เหมือนที่เราไม่เคยบ่นว่า กินอาหารไม่สะอาดทรมาน เราไปบ่นทรมานเอาก็ต่อเมื่อ เราท้องร่วงกัน ก็แปลว่า ถ้าชงละไม่มีเหตุอะไรต่อจากนั้น เราก็ไม่รู้เดียงสากับความซวย ตราบเท่าที่มีเรื่องซวยเกิดขึ้น ซวยแล้วบอกว่า ชง ไม่ถูกต้อง ต้องบอกว่า ชง สักพักแล้วจะซวย การมองดวงจีน สมมติว่า เห็นเดือนนี้ กำลังชง กับ เดือนเกิดเรา ก็แปลว่า เราจะไม่ซวยหนักต้นเดือนหรอกครับ นู่นนนนนนนน ปลายเดือนเกือบจะพ้นช่วงที่เค้าว่า ซวยๆ ชงๆ นู้น ถามว่าเพราะอะไร เพราะรอให้เรา ประมาท ต้นๆปี หรือ ต้นๆเดือนชงนี่ เอาหละ แก้ชง ไหว้เจ้า สารพัด ระลึกมีสติทุกการกระทำ พอปลายๆเดือน ปลายๆปีมา ชะล่าใจ ผมเคยเขียนบทความยุคแรกๆชื่อ เข้าใจปีชง อย่า งง จนเลอะเลือน แชร์กันเยอะนะ ลองไปหาอ่าน เพราะฉะนั้น วันที่ควรไหว้แก้ชงสุดก็คือ วันก่อนเริ่มปี ระวังตัวก่อนตักอาหารบูดเข้าปากครับ นี่ปีเข้ามาละ ลงท้องละ จะมาทำเป็นกินยาแก้ท้องร่วงตอนนี้ ไม่ทันแล้ว กลับจะเป็นผลร้าย พิษไม่ถูกขับออก อันเนี้ยะ ข้อดีของ ชง คือ มันช่วยขัดเกลาสันดานคน เห็นทุกข์ ก็เห็นธรรม ผมไม่เคยสอนให้คน หลบ ชง และผมไม่เคยบอกว่า ตำราดวงจีนผมนะ กลัวชง ต้องแก้ ชง เพราะมันคือ สิ่งเดียวที่คนโดนละไม่ตาย คือ ไม่ค่อยเห็นคน ชง แล้วตายครับ มากสุดแค่ ปางตาย แต่พอได้สติคืนมา เปลี่ยนสันดาน เปลี่ยนนิสัย ทุกคนเลย ยอมชงบ้างก็ดีนะ มันเหมือนการยอมรับฟังความคิดเห็นของคู่ตรงข้าม หรือศึกษาศัตรูเรานั้นหละ ศึกษาด้วยความมีมิตรไมตรี ทำความเข้าใจ ชง แล้วอย่า งง จนเลอะเลือน
ทีนี้พอมาดูวัน วันที่ชงสุดๆ ไม่ใช่ ลี่ชุน หรือตรุษจีนครับ เพราะมันแค่เปิดประตูเข้ามาเจอะ ห้องใหม เจอะปีใหม่ เท่านั้น ถ้าจะเอากันให้เห็นว่า ชงจริงๆต้องแบบนี้
นายตึ๊กสะล๊อค (พยายามหาชื่อไม่มีใครซ้ำ เดียวหาว่าผมแช่ง เพราะนายเอ มีหลายคนชื่อนี้) เกิดปีขาล เดือนกุน วันมะเมีย ยามมะโรง เขาจะชงแรงมากๆ ต่อเมื่อ ปีนี้ ในเดือนมะเส็ง (พฤษภาคม) ณ วันที่เป็นวันชวด และเวลาประมาณ ทุ่มกว่าเป็นต้นไป เพราะฉะนั้น นับจากต้นปี ก็ยังพอมีเวลาอีกมากกว่าจะเจอ ชง แรงๆ ผมกำลังจะบอกว่า อย่าไปกลัวปีชง มันแค่ 25 เปอร์เซนต์โดยประมาณของดวงจีนซึ่งมีทั้งหมด สี่แถว ปี เดือน วัน เวลา และสำคัญไปกว่านั้น ถ้ากิ่งฟ้าของดวงจีนให้ผลดี จะกลายเป็นไม่ชงอีก เปอร์เซนต์มันก็ ลดลงไปอีก
ตอบคำถามยอดฮิตเพราะพิมพ์ยาวมาก และง่วงมากแล้ว เย็นนี้มีคนส่งมาถามเยอะว่า มีซินแสจากประเทศหนึ่งบอกว่าปีนี้จะไม่ไหว้เทพโชคลาภตามวันเวลาตรุษจีน แต่ต้องไปไหว้เอานู้น หาเวลาดีๆ ยามดีๆไหว้
ตอบด้วยธรรมะเบสิคไม่กี่ข้อครับ
หนึ่ง เวลาคนเราทำดี ก็คือ ฤกษ์ที่ดี ย่อมให้ผลดี แค่จะมาก จะน้อย เช่น ตากผ้าตอนฝนตกอาจจะไม่แห้ง แต่ก็ยังได้ซักนะ ไม่มีใครเห็นฝนตกแล้วปล่อยผ้าตากฝนมั้ง และการทีเราได้ตาก แปลว่าเราได้ซักละ ดีกว่าไม่ได้ซักอะไรเลย แล้วแดดจ้าแค่ไหนก็ ตากทำไมหละ มันไม่ได้ซัก ทำดี ก็ได้ดีแน่ครับ
สอง การกราบไหว้บูชาคุณเทวดา เป็นบุญกิริยาวัตถุ คำว่า คุณเทวดาไม่ได้หมายความว่า บุญคุณที่เขาให้โชคเรา ให้เรารวย หรืออวยพรเรา คุณของเทวดาคือ คุณธรรมของเทวดา เทวดาองค์ไหนที่หาคุณธรรมแทบไม่ได้ ไหว้ไหม ก็ไหว้ครับ ไหว้ในฐานะที่เขามีคุณธรรมของเทวดา คือ หิริ และโอตัปปะ มากกว่าเรา ไม่งั้น เขาคงไม่ได้เป็นเทวดา แต่ถ้าศึกษาตามตำนานจีน เทวดาหลายองค์ก็ไม่ค่อยมี หิริโอตัปปะเท่าไร แต่จะมีคุณเรื่องการช่วยเหลือคนมากกว่า คือ มีเมตตา นี่เราก็ไหว้สรรเสริญได้
สามผมพูดบ่อยมากว่า อภิวาทนสีลิสฺส นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ.
แปลว่า ธรรม ๔ ประการ คือ มีอายุยืน ๑ มีผิวพรรณผ่องใส ๑ มีความสุขกายสุขใจ ๑ มีกำลังกายกำลังใจ ๑ ย่อมเจริญแก่บุคคลผู้มีปกติกราบไหว้อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่เป็นนิจ
ไหว้คุณเทวดาได้กุศล ท่านจะรอวันพรุ่งเพื่อทำกุศลก็แล้วแต่ครับ ซินแสหลัว ไม่รอ เพราะไม่รู้ว่า หายใจเข้าแล้วจะหายใจไม่ออก คือ ตาย ณ วินาทีไหน ถ้าจะรอทำความดี ก็คือวันนี้ไม่ได้ทำ ก็คือประมาทนั้นหละ การมาเชื่อข้อความลอยๆเรื่องเปลี่ยนวันไหว้ สะท้อนความเห็นแก่ตัว และความรู้ธรรมะพื้นๆน้อยมากของคนไทย สะท้อนความไม่เชื่อพุทธเจ้ามากพอ คือ อ้อ ถ้าวันไม่ดี เค้าว่าไม่ให้ไหว้ท่าน ลูกช้างก็ขอไม่ไหว้นะ เดียวท่านจะให้โทษแก่ลูกช้าง นู่นนน ขอไปรอไหว้เอาวันที่จะได้ดีมีโชคแก่ลูกช้างละกันนะ มันพอๆกับบอกว่า แม่ๆ เดียวรอห้าวันก่อนจะล้างจานให้ วันนั้นจะมีคนเอาพิซซ่ามาให้ วันนี้ ยังก่อนนะแม่ ล้างไปก็ไม่มีใครเอาพิซซ่ามาส่ง ต้องรอวันนั้นอยู่ดี แบบนี้หนะเหรอ ที่แม่จะรัก แม่จะชื่นชม แม่จะเมตตา มันซวยตั้งแต่คิดแบบนี้นั้นหละ ขอบอก ถ้าเป็นลูกเป็นหลาน จะเอาไม้ฟาดให้ว่า อ้อออ นี่ไหว้กันงกๆนี่ เพราะหวังจะเอาดีเข้าตัว ถ้ามันจะชั่ว จะขอรอก่อนว่างั้น หมอดูก็แค่คนครับ ถ้าเก่งมากๆ ทำไมไม่เหาะขึ้นไปเป็นเทวดา ขนาดมีอำนาจสั่งคนให้ไหว้ หรือเลื่อนไหว้ได้ด้วยนะ ถ้าท่านศรัทธาคำสอนพระพุทธเจ้าสักนิด หาความรู้หน่อย ท่านจะเชื่อในอานิสงค์ของความเป็นผู้มีปกติไหว้กราบ บทนี้เขียนไว้ในชาดก เรื่อง อายุวัฒนกุมาร ผมเคยแชร์ไว้ด้วย เล่าสั้นๆว่า เหตุที่ทำให้เด็กคนนึง พ้นภัย และอายุยืนหนะหละ น่าสนใจมั้ย ถ้าสนใจ ไปหาอ่านเอา คืนนี้ ขอบคุณ ท้องเสียที่มา ชง เราเลย ชง กันหนัก ได้ความรู้กันแก้วใหญ่ ขอความไม่ชง จงบังเกิดมีแก่ท่านผู้อ่าน ปล. ขอขอบคุณท่านที่ช่วยซื้อหนังสือ ซื้อตำรา ซื้อของดีๆที่ผมจำหน่าย รายได้อันไหนบอกทำบุญก็บุญครับ อันไหนบอก ลงท้องลงปาก ก็ตามนั้น คนเรามันต้องกินต้องใช้ (ไม่อิ่มแบบเทวดา) ถ้าผมไม่มีกินขึ้นมา ผมก็เลิกเขียน แค่นั้น
นักปราชญ์ศิลปิน ไส้แห้งกันเยอะ ตายไวกันเยอะ เพราะอดอยาก เนื่องจากคนชอบ สูบ แต่ไม่ชอบให้ นี่หละครับ ดูสิ ขนาดจะไหว้เทวดา ยังจะมาขอเลื่อน เพราะกลัวจะเกิดเรื่องซวยแก่ตัว ผมเห็นแต่คนไหว้ คนอ่อนน้อมแล้วได้ดี ไม่เคยเห็นใครอ่อนน้อมแล้วอดตายนะ ดูแบบคุณขอทานครับ ท่านอ่อนน้อม นั่งต่ำกว่าเรา ยกมือไหว้เรา ท่านยังมีกิน มีใช้ บางทีนะ เอาวิชาขอทานวนิพกมาใช้บ้าง ชีวิตอาจมีความสุขขึ้นก้ได้ ลองสิ นี้คือวิธี แก้ชง ตามแบบฉบับ ซินแสหลัว ปีวอกนี้ แก้ชงด้วยการ เอาขอทานเป็นแบบอย่างในการ อ่อนน้อม ทำตัวติดดิน ได้แล้วเก็บ ไม่ใช่ได้แล้วจ่าย เคยเห็นขอทานไหนที่ทุกครั้งที่มีคนหยอดเงินใส่กระป๋องแล้วรีบลุกพรวดพราด เอาเงินไปจับจ่ายไหม เปล่าเลย ผมเห็นแต่ แหม ทำเป็นกระป๋องว่างๆ เหมือนไม่มีคนใส่้ แท้ที่จริง เทใส่กระเป๋า ใส่ถุงกางเกง เทเอา เทเอา คือ ได้ละเก็บ ได้ละเก็บ เวลาจะใช้ทีก็ แอบๆ ค่อยๆใช้ ขอทานจ่ายแบ้งพันชาวบ้านได้มองกันตาถลน ถูกไหม เหมือนกัน หารูปขอทานมาติดบ้านครับ เขียนใต้ภาพว่า ซินแสหลัว วนิพกพเนจร บอก วิธีแก้ชงปีวอก ว่าให้ทำตัว แบบขอทาน เพื่อชีวิตนี้จะได้ไม่ต้อง ชง จนกลายเป็น ขอทาน
กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ
error: ต้องการเนื้อหาบทความเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน โปรดติดต่อขออนุญาตซินแสหลัว 請先通告筆者!!