โหงวเฮ้ง-เมี่ยนเซียง

วิชาที่เราเรียก โหงวเฮ้งๆ เรียกให้ถูกต้องเรียก เมี่ยนเซียง 面相 ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของ 相法 หมายถึงการพิจารณาลักษณะของคนเพื่อทราบอุปนิสัยใจคอที่เป็นตัวส่งผลต่อชะตาชีวิตดีร้ายของแต่ละคน ทั้งนี้เนื่องจาก ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ หน้าตาเป็นบริเวณที่สังเกตอารมณ์ความรู้สึกได้ไวที่สุด เด่นชัดสุด เลยมาเน้นหนักที่ 面相 หรือที่ใบหน้า แต่การพิจารณาแท้จริงต้องดูประกอบกันทั้งอากัปรกิริยาต่างๆ การยืน เดิน นั่ง นอน พูดจา ฟังเสียง ฯ ประกอบ

ทุกคนอาจเคยได้ยินเรื่องเล่าจีนจาก 《涅盘经》ว่า ลมพัดตุงไหว ตุงจริงๆ เพราะคำว่า 幡 ในเรื่องเล่านี้ แปลว่า ตุง ครับ ตุงแบบภาคเหนือบ้านเรานี่หละ พระรูปนึงบอกว่า ลม ที่เคลื่อนไหว พระอีกรูปบอกว่า ตุงที่เคลื่อนไหว ท่านเถระ 惠能 ฮุ่ยเหนิง กล่าวว่า ไม่ใช่ลมเคลื่อน ไม่ใช่ตุงไหว แต่ใจต่างหากที่มันเคลื่อนไหว เหตุเพราะการเข้าใจความหมายของวลีที่ว่า 相由心生 ถ้า 相(ลักษณะ)เคลื่อนไหว ก็แปลว่า ใจเรานี้หละ ได้เคลื่อนไหวละ เพราะใจนี้เองเป็นตัวรับรู้ และเป็นตัวกำหนดการแสดงออก ถ้าแปลสำนวนนี้แบบหมอดูจีนก็จะแปลว่า ใบหน้าที่ใช้ดูโหงวเฮ้งเป็นหน้าต่างของดวงชะตา มีที่มาจากจิตใจ แต่ถ้าแปลแบบธรรมะต้องแปลว่า กิริยา กาย วาจา ที่แสดงออกเกิดจากความรู้สึก นึก คิด จิตใจ ที่ออกมา

相由心生 วลีจีนกล่าวไว้ เซียงโหยวซินเซิง ลักษณะของคนเกิดจากจิตใจหนุนส่ง แสดงออกมา

七尺之躯不如七寸之面,
七寸之面不如三寸之鼻,
三寸之鼻不如一点之心

ก่อนอื่นต้องทราบหน่วยวัดของจีนก่อนว่า 寸 ก็คือ นิ้ว คำอธิบายในพจนานุกรมบอกว่า 寸 คือหนึ่งในสิบส่วนของ 尺 ทีนี้ประโยคนี้แปลว่าอะไรครับ ประโยคนี้แปลว่า

ร่างกายคน(ซึ่งสูงใหญ่ เจ็ดฟุต) ยังไม่เทียมเท่า หน้าคน(ซึ่งยาวเจ็ดนิ้ว)
หน้าคน(ซึ่งยาวเจ็ดนิ้ว) ยังไม่เทียมเท่า จมูก (ซึ่งยาวสามนิ้ว)
จมูก (ซึ่งยาวสามนิ้ว) ยังไม่เทียมเท่า ใจ เล็กๆ จุดนึง

หมายความว่า ในทางวิชาโหงวเฮ้ง บางที่แปลว่า นรลักษณ์ (ลักษณะของนร หรือลักษณะของคน) ให้ความสำคัญของจุดเล็กจุดน้อยอันเป็นจุดสังเกตสำคัญในตำแหน่งต่างๆของร่างกาย มีความหมายและฟังก์ชั่นต่างๆกันไป เขาเลยเปรียบเปรยว่า มองคนทั้งร่าง ยังไม่รู้จักเขาเท่ามองที่หน้า มองหน้าทั้งหน้ายังไม่สู้ดูที่จมูกเป็นสำคัญ มองที่จมูกก็ยังไม่เท่ารู้ถึงจิตใจเขา ซึ่งวลีนี้กำลังจะบอกว่า จุดเล็กๆน้อยๆนี่หละมีความสำคัญนักแล อาจทำให้เราทราบภาพรวมทั้งหมดได้ คล้ายๆกับจุดศูนย์กลาง ละทำไมมันต้องจมูก ก็ตาบอดไม่ตาย หูหนวกไม่ตาย ปากเป็นใบ้ก็ไม่ตาย แต่ถ้าจมูกบอด หายใจไม่ได้ ตายหละครับ เพราะฉะนั้น ลมหายใจ หรือลักษณะการหายใจมีผลต่อจิตใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ จิตใจก็มีผลต่อลมหายใจทางตรง บ่อยที่สุดที่เราจะสังเกตกันได้คือ ตอนเซ็ง เราจะถอนหายใจออกมา เห้ออออ ใหญ่ทันทีทันใด หรือตอนตื่นเต้นหรือต้องการกำลังใจว่า ต่อไปนี้ ฉันจะกล้า ฉันจะสะตรองเราก็จะสูดหายใจลึกๆ โดยอัตโนมัติ จุดๆนี้เองนึกถึงเรื่องตลกมากที่ผมเคยถูกชายชราผู้มีวิชาไทเก็กผลักให้ถอยได้หลายสิบเมตร เหตุเพราะเขาบอกว่ามีเทคนิคผสมกันหลายแบบแต่อันนึงที่ใช้คือ เธอหายใจเข้าฉันผ่อนแรง เธอหายใจออกฉันดันฉันผลัก เหตุนี้เธอเลยไม่อาจผลักฉันได้ โห เขาสังเกตกระทั่งเห็นได้ว่าตอนไหนเราหายใจเข้าหรือหายใจออกเชียว ความลึกล้ำของวิชาจีนอยู่ตรงนี้ บางทีเห็นนิ่งๆ แต่รู้ไส้รู้พุงหมดเสียละหละ แทบไม่ต้องปริปากพูดอะไรกัน จะไต่ถามก็เพื่ออยากทราบภูมิปัญญาเท่านั้น นิสัยใจคอพอทราบได้จากการดูโหงวเฮ้ง แต่ขงจื้อกล่าวว่า จะทราบภูมิปัญญาคนได้ก็ต่อเมื่อ สนทนา หรือฟังสิ่งที่เขาพูด

ทีนี้ทำไมต้องลงด้วย เจ็ด หรือ สาม เช่น เจ็ดฟุต เจ็ดนิ้ว สามนิ้ว
七寸 นอกจากแปลได้ว่า เจ็ดนิ้วแล้ว ยังมีความหมายแฝงเป็นศัพท์แสลงพื้นบ้านทั่วไป แปลว่า จุดบอด จุดอ่อน จุดตายดั่งสำนวนว่า 打蛇要打七寸 ตีงูต้องตีที่เจ็ดฟุต หมายถึงว่า ตีงูให้ตายต้องตีที่เจ็ดนิ้วนับจากหัว อ้าวแต่ก็มีงูบางตัวสั้นไม่ถึงเจ็ดนิ้วนี่ การตีความตามตัวอักษรนั้นจึ่งไม่รัดกุมนัก ที่ถูกของความมุ่งหมายนี้คือ ให้ตีที่ท้องหรือแถวๆอวัยวะเพศ อันนี้เรื่องจริงนะ เคยเรียนกับครูฝึกทหารถ้าจำไม่ผิดบอกว่า ถ้าโดนงูเหลือมรัดกลางป่า ให้คลำๆถึงกลางลำตัวค่อนมาทางหาง ก็จะเจอเดือย หรืออวัยวะเพศมัน ทำร้าย ณ จุดๆนั้นงูจะปล่อย ส่วนคำว่า 打蛇打三寸 ซึ่งเป็นอีกสำนวนบอกว่า ตีงูต้องตีที่สามนิ้ว หมายถึง ราวสามนิ้วนับจาก หัวงู จะเป็นตำแหน่งหัวใจงู และโครงสร้างกระดูกที่อ่อนกว่าที่อื่น อันนี้ตำราเขาแปลมาแบบนี่นะ แต่ถ้าให้ผมแปล ผมจะแปลว่า หนึ่งในเจ็ดส่วน กับ หนึ่งในสามส่วน คือใช้สายตากะเอา แบ่งเป็นส่วนๆช่องๆ ตามสรีระ ยาวหรือสั้นของงู ถ้าแบ่งตามนี้ เจ็ดก็คือนับจากหัวมาหาง สามก็คือนับจากหางไปหัว ก็จุดๆเดียวกันนั้นหละ ..อันนี้ความเห็นส่วนตัว

ทีนี้ประเด็นที่สำคัญมากที่อยากจะพูดคือ การดูสัดส่วน แน่นอนว่าตำราบอกไว้ว่า ตำแหน่งไหนจะอยู่ที่ไหน ในการหาแต่ละจุด แต่ละตำแหน่งของวิชาโหงวเฮ้ง แต่ตำราไม่ได้สอนมาตรวัดว่า วัดอย่างไร กี่นิ้ว กี่เซนติเมตรกันแน่ แบบเป๊ะๆ เรื่องนี้ต้องอาศัย คำสอนของครู และประสบการณ์ในการค้นหา เหมือนที่ตำราจับชีพจรจีนบอกว่า การจับชีพจร ชุ่น กวน ฉื่อ ให้ใช้สามนิ้ว ชี้ กลาง นาง โดยวางนิ้วชี้ที่บริเวณกระดูกข้อมืออันแรก ครั้นพอเราไปคุยกับหมอจีนที่มีความชำนาญเขากลับบอกว่า ก็วางตรงไหนก็วาง เลื่อนๆจับๆให้เข้าที่ อันไหนจับละชัดก็อันนั้นหละไม่เห็นต้องไปเป๊ะตามหนังสือ อันเนี้ยะหละคือ copy right ประสบการณ์นี้หละคือ ลิขสิทธิ์ คือ ทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่สามารถก้อปปี้กันได้ ตราบใดที่ยังสร้างหุ่นยนต์ให้มีหัวใจไม่ได้ ก็จะไม่มีโปรแกรมให้หุ่นยนต์ใดดูดวงได้แม่นกว่าคน เสน่ห์ของความเป็นคนอยู่ที่ความไม่เป๊ะนี่หละ

ทีนี้อะไรไม่เป๊ะอีก ก็คือ หน่วยวัดจีนไม่เป๊ะ ตอนต้นบอกไปว่า ชุ่น 寸 คือหนึ่งนิ้ว 尺 คือหนึ่งฟุต คนโบราณโดยเฉพาะอาวุธก็ดี หรือร่างกายคนก็ดี สมัยสามก๊กจากตำรานั้นมักบรรยายว่า หลายคนสูง เจ็ดฟุต หลายคนสูงถึงเก้าฟุต ดูใหญ่โตมโหฬารเกินชาวเอเชียมากๆ เลยทำให้คิดว่า หน่วยวัดโบราณเป็นอย่างไรกันแน่ จากข้อมูลที่พอหาได้ ในแต่ละยุคสมัยของจีนนั้น หน่วยวัด 尺 หรือฟุต มีความแตกต่างคลาดเคลื่อนกัน ฟุตอาจสั้นที่สุดถึง ราวสิบเจ็ดเซน (ครึ่งหนึ่งของฟุตปัจจุบัน) หรือยาวถึง สามสิบเอ็ดเซนกว่า ในบางยุค ดั่งนี

商代,一尺合今16.95cm,按这一尺度,人高约一丈左右,故有“丈夫”之称;
周代,一尺合今23.1cm ;
秦时,一尺约23.1cm ;
汉时,一尺大约21.35——23.75cm ;
战国楚 一尺大约22.7cm
三国,一尺合今24.2cm ;
南朝,一尺约25.8cm ;
北魏,一尺合今30.9cm ;
隋代,一尺合今29.6cm ;
唐代,一尺合今30.7cm ;
宋元时,一尺合今31.68cm ;
明清时,木工一尺合今31.1cm。

บางตำรากล่าวว่า ฟุต ในสมัยก่อน คงสั้นกว่าเมื่อเทียบกับ ฟุตปัจจุบัน โดยสมัยแรกเริ่ม ฟุต ถือเอาความยาวระหว่างนิ้วโป้งถึงนิ้วกลาง ที่บ้านเราเรียกว่า คืบ นั้นเป็นเกณฑ์ตั้งต้น ก็ราวๆ 20 เซนติเมตรได้

นอกจากหน่วยวัดที่แปลว่า ฟุต อย่าง ฉื่อ 尺แล้ว ยังมีหน่วยวัดที่ใกล้กับ 尺 เรียกว่า จื่อ咫 โดยวัดแบบที่วัดคืบของชาย แต่เนื่องจากเป็นมือหญิงก็เลยสั้นกว่า อ้อ ทำให้นึกขึ้นได้ว่าบทความเรื่องอายุจรบนในหน้าโหงวเฮ้งที่เขียนเมื่อวาน บางตำราจะบอกว่า ชาย หญิงต้องสลับกัน ชายเริ่มที่หูซ้ายนับหนึ่งขวบ แต่หญิงเริ่มที่หูขวา โดยหน่วยวัดนี้บอกว่า สมัยราชวงศ์โจวกล่าวว่ามีความยาว แปดนิ้ว แต่ถ้าเทียบตามปัจจุบันจะยาวแค่ 六寸二分二厘 เท่านั้น ภายหลังได้กลายเป็นสำนวนหมายความว่า สั้น ระยะสั้นๆ ดั่งคำว่า
近在咫尺

ตำรา《四库全书》จักรพรรดิคังซีมีเขียนเล่าไว้
未相人之相,
先听人之声,
未听人之声,
先察人之行,
未察人之行先观人之心

ก่อนที่จะพิจารณานรลักษณ์คน ให้ฟังน้ำเสียงก่อน ก่อนที่จะฟังน้ำเสียง ให้มองการเคลื่อนไหวก่อน ก่อนที่จะมองการเคลื่อนไหว ให้ใส่ใจสังเกตจิตใจ

อันนี้กำลังเตือนว่าอะไร ผมกำลังเตือนว่า คนสมัยนี้พอพูดถึงโหงวเฮ้ง ก็ชอบเอารูปหน้าตัวเองมาถาม แท้จริงวิชาโหงวเฮ้งใช้ประสาทสัมผัสทุกประสาทในการรับสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น การมอง ด้วยตา การฟังเสียง การสัมผัส การได้กลิ่น คือมองให้ครบอายตนะภายนอกทั้งสิ้นทั้งปวง

สมัยราชวงศ์ซ่งตอนต้น 陈希夷 กล่าวว่า 心者貌之根,审心而善恶自见;行者心之发,观行而祸福可知。
กิริยา (มันไม่ใช่แค่อากัปรกิริยา แต่หมายถึง อุปนิสัยใจคอรวมไว้ด้วย) มีจิตมีใจเป็นราก เบื้องลึกของจิตใจว่าดีว่าเลว ก็จะแสดงออกมาได้ การแสดงออก การเคลื่อนไหวต่างๆมีใจเป็นที่กำหนดออกมา ดูสิ่งที่เคลื่อนไหว เคลื่อนคล้อย แปรไปเหล่านี้ทำให้ทราบดีร้ายโชควาสนาได้

ตำราพุทธฝ่ายจีนมีวลีกล่าวว่า 有物则有体,有体则有形,有形则有相 มีวัตถุแปลว่าต้องมีสภาวะ มีสภาวะแปลว่าต้องมีปกติ มีปกติแปลว่าต้องมีลักษณะ

体 สภาวะ
น. สภาพ ; ปรกติวิสัย .
n. state ; condition.

形 ปกติ
น.มาจากบาลี ปกติ, สันสกฤต ปรกฺฤติ สภาพธรรมดา ; ความคงที่
n. original or natural state ; common.

เช่นว่า เรามีสภาพความเป็นคน คนมีปกติเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหว ยืนเดินนั่งนอนมีลักษณะ เช่นบางคนนอนหงาย นอนตะแคง เดินไว เดินช้า และแปลในทางกลับกัน ว่า สิ่งที่มีลักษณะเลื้อยไปกับดิน มีเกล็ด มีปกติอาศัยอยู่ในป่า หากินอย่างสัตว์ป่า มีสภาพของความเป็นสัตว์

ไฟมีเปลวเป็นสภาวะ มีปกติธรรมดาให้ความร้อนได้ ให้แสงได้ และมีลักษณะร้อน ลักษณะสว่าง

相 ถ้าจะแปลกันจริงๆให้เข้ากับความเป็นพุทธ ก็แปลว่า ลักขณะ หรือ ลักษณะ เป็นคู่กับคำว่า 性

相 คือสิ่งที่แสดงออกมา แต่ 性 คือสิ่งที่อยู่ภายใน สองสิ่งนี้มีผลต่อกัน กล่าวคือ 是相積習成性,譬如人瞋,日習不已,則成惡性」。ลักษณะการคิด การกระทำ การมองโลกของเรา ที่แสดงออกมาก็ตาม อันนี้ก็เรียกว่า 相 สันดานภายในคือ 性 ซึ่งการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสันดานตัวนี้ ทำได้ด้วยการปรับปรุงการแสดงออก ทำการแสดงออกอะไรบ่อยๆเข้าย่อมกลายเป็นสันดาน ความเคยชิน หากว่าไม่สำรวจพิจารณาเตือนตนบ่อยๆ ช้านานไปก็จะกลายเป็นสันดานห่วยๆ การฝึกฝนคือการขึ้นที่สูง การฝืนใจตน เพราะใจคนมีปกติรักสบาย ใฝ่ต่ำเสมอ แต่ว่าสันดานเปลี่ยนยากมาก ดังคำว่า 江山易改,稟性難移 ย้ายแม่น้ำ ขุดรื้อภูเขา ยังง่ายเสียกว่า รื้อรากถอนโคนสันดานคน

จะสังเกตว่าไปวัดปฏิบัติธรรมหลายวัดจะควบคุมแม้กระทั่ง การกินอาหาร การเข้าห้องน้ำ เช่น ห้ามยืนดื่มน้ำ ห้ามเดินถือของกิน ต้องปรณนิบัตินอบน้อมครูอาจารย์ ต้องมีปรกติไหว้กราบ นอบน้อม เพื่อฝึกฝนปรับปรุงนิสัยให้เกิดความเคยชิน ล้างสันดานแห่งความถือตัวถือตนทิ้ง และนี้เป็นวัตรของพระที่ต้องทำด้วย

ตำรา《中論‧觀四諦品》กล่าวว่า「雖復勤精進,修行菩提道,若先非佛性,不應得成佛」แม้มีความวิริยะอุตสาหะใฝ่ก้าวหน้า เพื่อเป้าหมายทางพุทธธรรม แต่หากไม่ดำเนินปฏิปทาแบบพระแล้ว ก็ไม่มีวันถึงที่หมายแห่งการบรรลุธรรมได้

แม้ว่าในคัมภีร์พุทธฝ่ายจีน 《无常经》กล่าวว่า “世事无相,相由心生,可见之物,实为非物,可感之事,实为非事。” โลก(ไม่ใช่แค่โลกของคนเรา แต่หมายถึง โลกียที่เราเวียนว่าย)นั้นเดิมแท้ไม่มีลักษณะ สรรพสิ่งในโลกหล้า อันว่าลักษณะนั้นย่อมได้แรงหนุนเสริมมาจากจิต วัตถุสิ่งของที่สัมผัสได้นั้น แท้จริงแล้วก็ไม่ได้เป็นวัตถุรูปร่าง อารมณ์ที่สัมผัสรู้สึกได้ แท้จริงก็ไม่ใช่อารมณ์ พวกนี้ก็ล้วนแล้วแต่เกิดจาก เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ทั้งสิ้น คือ ความรู้สึก นึก(จำได้หมายรู้) คิด จิตใจ และรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เหล่านี้ก็เกิดแล้วดับหายหมด จึงกล่าวว่าไม่ได้มีตัวมีตน ไม่ได้เป็นอัตตา ก็ตามแต่แบบแผนประเพณีหรือกรอบการปฏิบัติของพระย่อมมีอยู่ คนเราก็เช่นกัน อยากเป็นนักกีฬาก็ต้องทำตัวแบบนักกีฬา อยากเป็นนักปราชญ์ก็ต้องทำตัวแบบนักปราชญ์ อยากเป็นคนรวยก็ต้องทำตัวแบบคนรวย ทุกอาชีพ ทุกหน้าที่ มีกรอบกติกาให้เราต้องฝึกฝนตนเองเสมอ ถ้าไม่เดินให้ตรงทางก็ย่อมไปไม่ถึงที่หมาย สิ่งใดก็ตามเป็นความผิด ความชั่ว ย่อมไม่อาจถือเอาว่า เป็นคนนี่ ก็ทำชั่วบ้างดีบ้างก็ได้ ถ้าถือเอาแบบนี้ ก็ได้สูงสุดแค่กลับมาเกิดเป็นคนเหมือนเดิม บรรลุธรรมกว่านี้ไม่ได้ อยากเป็นคนประสบความสำเร็จในชีวิต ก็ต้องเปลี่ยนแปลง 相 ไม่ได้หมายถึงให้ไปโมหน้าใหม่ ทำศัลยกรรมเสริมนั้นนี่ แต่ให้เปลี่ยน กิริยา วาจา ในการแสดงออก เพื่อขัดเกลาจิตใจอบรมบ่มนิสัย เคยปากหมาก็พูดดีๆหน่อย พูดช้าลงหน่อย คิดคำพูดนานๆหน่อย เคราะห์กรรมสันดานติดตัวมามันไม่หายเปลี่ยนไปเป็นคนละคนหรอก แต่มันก็ช่วยให้เบาบางลง คนเราไปคิดตื้นๆว่า อ้อ โหงวเฮ้งเขาดูที่หน้า งั้นทำศัลยกรรมหน้า ก็ดวงดีได้ ผมอยากจะบอกว่า การพิจารณา 相 ไม่ได้ดูแต่ที่ใบหน้าครับ ต่อให้ไปทำศัลยกรรมก็ไม่ได้ช่วยให้ชะตาชีวิตเปลี่ยน

บางตำราทางพุทธจีนก็ใช้ร่วมกัน 性相 ดั่งมีหกคำสำคัญของพุทธจีนที่ต้องทราบคือ 性相 因果 理事 การกระทำการแสดงออก กรรม และความคิดความอ่าน จิตใจ

นิทานโบราณจีนชื่อ 裴度还带 เล่าว่า ชายหนุ่ม裴度 สมัยหนุ่มๆ หมอดูเคยทำนายว่าจะมีเคราะห์ต้องติดคุกติดตาราง ผ่านไปหลายเพลานานปีดีดัก หมอดูคนเดิมก็มาพบ 裴度 ทีนี้บอกว่า เคราะห์ที่จะต้องติดคุกติดตารางนั้นได้มลายหายไปละอย่างน่าประหลาดใจ ถามชายคนนั้นว่าไปทำอะไรมา เขาตอบว่าก็ไม่มีอะไรมากแค่เอาเข็มขัดหยกของเจ้านายที่ตัวเองเก็บได้ไปคืนแค่นั้น ซินแสหมอดูก็บอกว่า อานิสงค์นี้หละที่ช่วยให้ 裴度 พ้นจากเคราะห์ที่จะต้องติดคุก ยืนยันว่าชะตาชีวิตคนเราแปรเปลี่ยนได้

ตำรา《智論》กล่าวว่า 相不定,從身出,性則言其實。
ลักษณะภายนอกมันบ่แน่นักดอก มันปลอมมันแปลงกันได้ สันดานภายในต่างหากที่เป็นของจริง ฟังได้จากการพูดการจาเป็นหลักด้วย 如見黃色是金相,而內是銅……。เหมือนสีทองอร่ามเป็นลักษณะของทอง คือเป็น 相 ของทอง แต่ข้างในจริงๆอาจเป็นทองแดง คนเราก็เหมือนกัน วันนี้อาจดี พรุ่งนี้อาจร้าย เมื่อวานอาจชั่ว มาวันนี้อาจจะดีก็ได้ การเข้าใจความหมายของคำว่า 相 เป็นอนัตตาไม่มีตัวตน ไมไ่ด้แปลว่าเราจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจชอบ แต่แปลว่า เมื่อมันไม่มีตัวตนเหตุเพราะมันเปลี่ยนแปลงได้ การให้อภัย และให้โอกาส คือเมตตาพื้นฐานที่จะค้ำจุนสังคม

คัมภีร์《黄帝内经》กล่าว:“心者,君主之官也,神明出焉。อันว่าจิตใจนั้นเป็นประธานใหญ่สุด เป็นช่องทางแสดงออกศักยภาพทางความคิดและความมีชีวิตของคนเรา

อยากเป็นหมอดูที่แม่น อยากรู้วิชาดวงจีน ฮวงจุ้ย โหงวเฮ้ง สิ่งแรกที่ต้องฝึกปรือ คือ 性相 แบบหมอดู อยากปราดเปรื่องในวิชาดวงจีน แม้นไมไ่ด้เกิดมาเพื่อเป็นหมอดูจีน แต่ต้องกินอยู่ใช้ชีวิตอย่างหมอดูจีน แต่ถ้าอยากรวย ก็ให้อยู่อย่างคนจน เพราะอยู่อย่างคนจนไม่มีวันจน

สรุปวันนี้อยากจะบอกว่า การเรียนรู้อะไรก็ตามมันมีขั้นมีตอนมีลำดับของมัน การวิเคราะห์โหงวเฮ้งก็มีขั้นมีตอน การดูดวงก็มีขั้นมีตอน ทำตามขั้นตอนอย่างรอบคอบจะประสบผลดี วิชานี้เป็นวิชาเข้าใจธรรมชาติ เข้าใจว่าอะไร เข้าใจว่า มันไม่มีอะไร เป๊ะ ชั่งตวงวัดได้เป๊ะๆ ไม่มี เพราะฉะนั้นอย่ามาหวังว่า ดูดวงแล้วคำทำนายมันจะต้องเป๊ะ สันดานเปลี่ยน ดวงก็เปลี่ยนตาม

ตัวอักษรจีน เขียนจากบนลงล่างก็จริง แต่ให้ความสำคัญจากล่างขึ้นบน เช่นคำว่า 想 ที่แปลว่า ความคิด เป็นตัวชีช้ดสำนวนว่า 相由心生 คือ ความคิดที่แสดงออกมาเป็นผลมาจากจิตใจ เอาคำว่า 相 วางบนคำว่า 心 …วางใจ

ซินแสหลัว
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านหมอดูบ้าๆ พร่ำเพ้อตำรา
ทั้งหมดทั้งปวงนี่ผมอยากบอกไรรู้ปะ ผมอยากบอกว่า โหงวเฮ้ง ไม่ได้สำคัญที่รู้ วาสนา จน รวย ได้งาน ตกงาน มีแฟน โสด หย่าร้าง อันนี้เอาวางไว้ก่อน สิ่งที่สำคัญมากๆที่ต้องศึกษาอันดับหนึ่งคือ สันดานคนๆนี้เป็นคนเช่นไร เพราะนี่คือตัวพลิกเกมชีวิต พลิกจนกลับรวย พลิกสวยกลับร้าย

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ