ตกลงเรา ไหว้พระจันทร์ กันทำไม ไหว้ให้เห็นว่าชีวิตไม่จีรัง

ขอสวัสดีคนที่ชอบอ่านและติดตามบทความผม เพราะมันเป็นกำลังใจอย่างดีให้ผมได้มีแรงพลังใจในการเขียนเรื่องดีๆอย่างต่อ เนื่องออกมาอย่างเมามัน ซึ่งต้องบอกว่าทุกเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนเป็นเรื่องใหม่ อันเกิดจากความเป็นคนชอบสังเกตและสงสัยส่วนตัว ดังนั้น เนื่องในโอกาสแห่งเทศกาลแห่งความสุขที่จะมาถึง คือ วันไหว้พระจันทร์ ผมก็จะขอเขียนบทความให้เข้ากับเทศกาลนี้

ไหว้พระจันทร์
คุณๆคนไทยทั้งหลายเอ๋ย คุณเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ทำไมจะต้อง ไหว้พระจันทร์ แล้ว วันไหว้พระจันทร์ มีความเป็นมาอย่างไร ผมตอบตรงๆว่า เท่าที่ผมศึกษาค้นคว้ามาก็พบแต่ พงศาวดาร และตำนาน หรือพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือว่า ไม่เคยมีเรื่องเล่าใดที่ผู้เล่าเกิดทัน ณ ขณะห้วงเวลาที่เทศกาลนี้ถือกำเนิด เป็นเรื่องเล่าเชิงจินตนาการโดยส่วนใหญ่ แต่ว่าก็ว่า ไหว้พระจันทร์ นี้ มีตำนานเยอะมากและสนุกมากหลายเรื่อง ทั้งเรื่อง เทพธิดาฉางเอ๋อ สำนวนว่า ฉางเอ๋อเปินแยว่ คือเทพธิดาฉางเอ๋อเหาะเหินสู่จันทรา ยังมีเรื่อง กระต่ายหยก หรือกระต่ายจันทรา บนดวงจันทร์ ที่บ้างก็ว่าถึงเป็นตำนานเกี่ยวเนื่องกับเง็กเซียนฮ่องเต้ บ้างก็ว่าเป็นตำนานกระต่ายใจดีที่กระโดดเข้ากองไฟเป็นอาหารให้คนทุกข์ยาก ยังไม่หมดแค่นั้น ตำนานที่อ่านดูแล้วไม่ค่อยจะเข้ากันมากเท่าใดคือ ขนมไหว้พระจันทร์ แต่ผมเรียกมันว่า ขนมสายลับ หรือขนมเจมส์บอนด์007 เพราะมันเป็นขนมที่ตำนานกล่าวว่าเป็นตัวส่งจดหมายลับ ด้วยการเอาข้อความลับเขียนใส่กระดาษยัดใส้ในขนมไหว้พระจันทร์ นัดแนะแผนการณ์และวันเวลาที่จะปลดแอกจากเผ่ามองโกลของคนจีน ยิ่งเขียนยิ่งยาว ตำนานเยอะมาก และสนุกมีสีสันมากแล้ว เพราะมันเกิดความหักมุมเยอะ ไม่ใช่หักมุมแบบในหนังนะ แต่มันหักมุมที่ว่า เรื่องที่ไม่น่าจะเกี่ยวกันเลย เช่น ขนมหวาน กับการรบ มันก็เกี่ยวกันได้

ไหว้พระจันทร์
แต่ สิ่งสำคัญที่ผมต้องการเขียนให้เป็นประโยชน์แก่คนอ่านนอกจากความบันเทิงคือ เทศกาล ไหว้พระจันทร์ นี้ มีชื่อเรียกเป็นภาษาจีนโดยทั่วไปว่า จงชิวเจี๋ย แปลว่า กลางฤดูใบไม้ร่วง อีกชื่อคือ ถวนหยวนเจี๋ย หรือเทศกาลพร้อมหน้าพร้อมตา หมายถึงว่า คนที่เรารักอยู่แวดล้อมตัวเรา อยู่พร้อมหน้าพร้อมตามีความสุขด้วยกันในการสังสรรค์ เฮฮา กินข้าวด้วยกัน ลองสังเกตดูนะว่าเมื่อใดมีพระจันทร์ เมื่อนั้น จะมีความเกี่ยวพันกับความรักใคร่ เกิดขึ้นทันที แต่เป็นความรักแบบ อบอุ่นหรือเหงาๆ เคล้ากันไป เพราะหากเทียบตามหลัก ดวงจีน โบราณแล้ว ไท่หยาง คือ หยางสุดโต่ง หมายถึงพระอาทิตย์ ส่วนไท่ยิน หรือหยินสุดโต่ง ก็คือพระจันทร์ อยู่คู่เคียงกันบนท้องฟ้า เป็น ซานกวาง ตามตำราคือ สามสิ่งซึ่งเปล่งแสงได้ อันได้แก่ ยื่อ ดวงอาทิตย์ แยว่ ดวงจันทร์ และซิง ดวงดาว แล้วเกี่ยวกับคนเราอย่างไร คุณลองดูนะ คนเราเป็นนักเปรียบเทียบที่เก่งที่สุดในจักรวาล คิดถึงดวงดาว นึกถึงความระยิบระยับ สวยงามแบบมหัศจรรย์ทางสายตา มีความเคลื่อนไหวเล็กๆอมยิ้มกริ่มใจได้ พอนึกถึงพระจันทร์ ต้องเป็นความสวยละมุนหวานละไม นึกถึงความหวลหอมและกลิ่นไอของความรักที่อบอุ่นลึกซึ้ง สุดท้ายใครซวยสุดงานนี้ ก็หนีไม่พ้นพระอาทิตย์ ร้อน แสบตา ให้แสงสว่างก็จริงแต่ร้อนฉิบหาย ทั้งหมดสื่อว่าอะไร สื่อบอกว่าชีวิตคนโบราณเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นย่อมออกไปทำงานแสวงหาความก้าว หน้า แน่นอนต้องเหนื่อย ต้องร้อนเร่าเร่งเร้าขยันขันแข็ง สุดท้ายมาเย็นอกเย็นใจยามได้กลับบ้านมาเจอคนรักเจอครอบครัว มันจึงไม่ต้องแปลกใจหรอกว่ามนุษย์ประเภทกลับตาลปัตรชาวบ้าน ทำงานกลางคืน กลางวันนอน ร่างกายย่อมทรุดโทรม จิตใจห่อเหี่ยว เพราะไม่มีโอกา่สได้มีชีวิตสัมผัสแสงสว่างที่แท้ มีแต่ได้แสงเงาจากดวงอาทิตย์ที่ส่งผ่านดวงจันทร์มา เกิดแต่กิเลสและฟุ้งซ่านคิดมากหมกมุ่นได้ง่าย ที่สำคัญคือ ครอบครัวและชีวิตรักของคนที่ทำงานกลางคืนเรียกได้ว่าเท่าที่ผมเจอผม พบเจอแต่ความไม่อบอุ่้นหรอก ต้องอยู่ห่างจากพ่อแม่คนรัก เป็นชีวิตแบบเหงาๆ ดังนั้น ถ้าท้องฟ้ายังมีกลางวันกลางคืน คนเรานอกจากการเร่งรีบกับหน้าที่การงานและหาเงินแล้ว สิ่งที่เทศกาลไหว้พระจันทร์กำลังเตือนคุณก็คือว่า อย่าลืม ดูแลคนในครอบครัว ด้วยการมอบความสุข อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเสียบ้าง ชีวิตจะได้มีคุณค่าและรู้สึกไม่เหงาอย่างโดดเดี่ยว พระจันทร์ในคืนวัน ไหว้พระจันทร์ยังเต็มดวงกลมอิ่ม ขนมไหว้พระจันทร์ก็ทำไว้เป็นทรงกลม บนคติของคำว่า ถวนหยวน เพราะ ถวน หมายถึง ถ้วน ถ้วนหน้า พร้อมหน้า หยวนคือคำว่า วง หรือกลม คำคำนี้จึงเป็นการย้ำเตือนว่า ขอให้มาพร้่อมหน้ากลับมากลมเกลียวรักใคร่กันเหมือนเดิม (เถิดนะคนไทย ฮ่าฮฺ่าฮ่า)

ไหว้พระจันทร์

พอพูดเรื่องการให้เวลาและการรักครอบครัว ก็ทำให้นึกถึงบทกวีที่มีชื่อเสียง เป็นเหมือนโลโก้ของเทศกาลนี้เลย คือกวีของท่าน ซูซื่อ 苏轼 แต่งไว้ในสมัยราชวงศ์ซ่ง หรือพอๆกับเปาบุ้นจิ้นนั้นหละ มีชื่อว่า สุ่ยเตี้ยวเกอโถว 水调歌头 และได้รับการยกให้เป็น 中秋詞 หรือบทกวีประจำเทศกาล ไหว้พระจันทร์ แต่งเพราะหวลคิดถึงคนในครอบครัวที่เคยอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับในเทศกาลนี้ แต่ในขณะที่แต่งกลับเหลือเพียงตัวเขา สุรา และพระจันทร์

ไหว้พระจันทร์
明月幾時有 把酒問青天
ดวงจันทราที่ใสนวลกระจ่างกลางท้องฟ้านี้ กำเนิดมีมาแต่เมื่อใดกันหนา
ข้าขอยกจอกสุรา เงยขึ้นถามท้องฟ้าท่านว่าอย่างไรกัน

不知天上宮闕 今夕是何年
มิรู้ว่าบนโถงพระราชวังฟ้าบนสวรรค์ กาลนี้นั้นเป็นวันคืนในปีไหน

我欲乘風歸去 又恐瓊樓玉宇 高處不勝寒
ข้าคิดฝากลมฟ้าอันอ่อนเบา ช่วยพัดพาเอาร่างข้าหวนคืนไป
เกรงเพียงวังวิมานหยกบนฟ้าจะสูงเกินใฝ่ และคงไกลแสนไกล เย็นหนาวเหน็บเหลืิอคณา

起舞弄清影 何似在人間
จึ่งร่ำสุราเริงร่ายอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ ที่ใดเอยจะสุขสันต์เท่าเมืองมนุษย์แล้วนั้นไม่มี

轉朱閣 低綺戶 照無眠
แสง จันทร์สาดส่องไปยังหอวิมานสีแดงชาด ผ่านลอดหน้าต่างไปยังคนที่ยังไม่หลับในตอนนี้ (วรรคนี้มีการสันนิษฐานความหมายเอาไว้หลายอย่าง บางท่านก็ว่าไม่ใช่วิมานสีแดง แต่เป็นหอวิมานที่ชื่อว่า จู นำหน้า ฯ)

ไหว้พระจันทร์

不應有恨 何事長向別時圓
จริงๆก็ไม่อยากจะโทษพระจันทร์บนฟ้าดอก แต่ทำไมถึงได้เต็มดวงในทุกครั้งที่ต้องพลัดพรากจากคนที่ปรารถนาและมาอยู่เพียงลำพัง

人有悲歡離合 月有陰晴圓缺 此事古難全
แน่นอนว่าคนเรามีทั้ง โศกเศร้า สุขสันต์ ชิดใกล้ แยกร้างห่างไหลกัน
พระจันทร์ก็เฉกเช่นกัน มีทั้งเดือนแรม เดือนแจ้ง เต็มดวง และแหว่งเว้า
ทั้งหลายเป็นธรรมชาติอยู่แต่เดิมมา ไม่มีอะไรเลยที่ จีรัง และสมบูรณ์พร้อมหรอก

但願人長久 千里共嬋娟
หวังลึกๆเพียงให้คนที่คิดถึงอยู่ไกลได้มีรับความสุขเกษมใจในชีวิต
ช่างมันเถิด แม้นกายอยู่ห่างไกลกันนับพันลี้ แต่ก็ยังสุขสมภายใต้ร่มแสงจันทร์ที่ได้ชมดวงเดียวกัน

 

ขอให้มีความสุขและพร้อมหน้าพร้อมตากันใน เทศกาลไหว้พระจันทร์
จริงอยู่ผมเป็น ซินแส แต่เท่าที่คุณอ่านบทความจะพบกว่าน้อยนักที่ผมจะทำเหมือนคนอื่นๆที่ชอบแนะนำ พิธีรีตรองต่างๆในการไหว้เจ้า การทำพิธี การหาวันหาเวลาต่างๆ เพราะส่วนใหญ่เป็นธรรมเนียมที่ครอบครัวท่านทำมา การที่ผมไปเขียน หากคล้อยตามที่ตระกูลท่านยึดถือก็สบายใจไป แต่หากไม่ตรงหรือมีจุดที่แตกต่างไปมาก ก็รังแต่จะเป็นความกังวลใจและคิดมากเสียเปล่า พิธีใดๆก็ตามหากทำด้วยใจสื่อใจ ด้วยความเคารพหวังดีศรัทธา ก็ย่้อมประสบผลดังหวังท่านได้ เอาไว้ว่างๆอาจจะมาพูดเรื่องฤกษ์งามยามดีบ้าง แต่เรื่องพิธีรีตรองขอละไว้ให้เป็นหน้าที่ของพ่อ แม่ อากง อาม่า ที่ท่านเคารพและควรกตัญญูเป็นคนสั่งสอนแนะนำท่านเถิด นอกจากจะเป็นการให้เกียรติแล้วยังส่งเสริมความสัมพันธฺ์อันดีในครอบครัว ซึ่งเป็นหัวใจที่ซ่อนแฝงไว้ในเทศกาลนี้ แต่จงอย่าลืมคติว่า
人有悲歡離合 月有陰晴圓缺 此事古難全
แน่นอนว่าคนเรามีทั้ง โศกเศร้า สุขสันต์ ชิดใกล้ แยกร้างห่างไหลกัน
พระจันทร์ก็เฉกเช่นกัน มีทั้งเดือนแรม เดือนแจ้ง เต็มดวง และแหว่งเว้า
ทั้งหลายเป็นธรรมชาติอยู่แต่เดิมมา ไม่มีอะไรเลยที่ จีรัง และสมบูรณ์พร้อมหรอก

但願人長久 千里共嬋娟
หวังลึกๆเพียงให้คนที่คิดถึงอยู่ไกลได้มีรับความสุขเกษมใจในชีวิต
ช่างมันเถิด แม้นกายอยู่ห่างไกลกันนับพันลี้ แต่ก็ยังสุขสมภายใต้ร่มแสงจันทร์ที่ได้ชมดวงเดียวกัน

 

สุดท้ายหากไม่ได้ชิดใกล้ เป็นเนื้อคู่ หรือเป็นญาติมิตรเพือ่นพ้องอยู่ด้วยกัน ก็ขอให้หวังเพียงเขาได้เจอแต่สิ่งดีๆต่อไป ธรรมชาติใดๆล้วนไม่จีรัง พระจันทร์ในคืนวัน ไหว้พระจันทร์ หากท่านไหว้ ท่านมอง ขอให้ท่านได้ระลึกและเตือนตนไว้เสมอ

 

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ