ชักดาบ (เขียนให้หมอดูอ่าน) ดาบกับฮวงจุ้ย (เขียนให้ทั่วไปอ่าน)

ชักดาบ (เขียนให้หมอดูอ่าน)

จำไว้เด้อ ดาบทุกเล่ม มีจิตวิญญาณตามหน้าที่ของดาบ คือ ปาด ฟัน แทง จ้วง ไม่ใช่ของที่ควรนำมาประดับตกแต่ง เพราะเป็นธาตุทองที่อมรัศมีของธาตุไฟเอาไว้ อีกนัยยะคือ ปืนก็ดี ดาบก็ดี เอามาตกแต่ง เกิดบันดาลโทสะขึ้นมา ระหว่างเอามือตบหน้ากัน กับคว้าดาบข้างเสาแล้วฟันสักแผล ผลมันต่างกันเยอะ เอาไว้หนะเอาไว้ได้ แต่ต้องเลือกที่ไว้ ที่คนชอบทำกันเยอะแล้วผิดแบบทหารโบราณเค้าไม่ทำกันหนะนะ คือ กอดดาบนอน ถ้าอยู่ในสมรภูมิกำลังกรำศึก ไม่เป็นไร แต่ปกติเอาไว้ใกล้ตัวเวลานอน เขาไม่ทำกัน เพราะคนเราตกใจง่าย คว้าเอาดาบหัวเตียงจะปาดเข้าก็ เออะ พูดไม่ออก

ทั้งหมดนี้ อันตรายสำหรับจอมยุทธ พวกปลายแถวอยากเอาไว้ไหนก็เอาไว้เหอะ ชักดาบยังออกจากฝักไม่สุดเลยบางคน ดึงฝักออกจากดาบ อย่าไปดึงดาบออกจากฝัก นอกจาก พระ ก็เห็นจะมีแต่ ตำรา กับ ดาบ นี่หละ ที่คนโบราณให้ความเคารพกราบไว้ หนึ่งตำราคือเห็นค่าของความรู้ และปัญญา ส่วนดาบนั้น ให้เห็นค่าของการปกป้องชีวิตคน ไม่คับขันจะเป็นตาย จอมยุทธจะไม่ชักออกฝัก ทั้งหมดเป็นคุณสมบัติของธาตุไฟเผาทอง คือ คมกริบ และวูบวาบ ผู้มีปัญญาในการทำมาค้าขายก็ดี ในการเป็นพนักงานลูกจ้างก็ดี อยากเป็นคนเหนือตน (คนเหนือ ตน ไม่ใช่ คนเหนือคน นะ คือไม่จำต้องเหนือกว่าใครในโลกหล้าดอก หากยังไม่เหนือจากมือและศอกตัวเองที่เอาออกไปทำกรรมดีกรรมชั่วหนะนะ) ให้เห็นสนามของความเสี่ยง เป็นขนมแสนหวาน ภูมิรู้เราต้องชัด ฝึกฝนต้องเชี่ยวชาญ ทำทีต้องบังเกิดผล ถอดฝักออกจากดาบ หัดลอกคราบทิ้งปลอกไว้เบื้องหลังบ่อยๆ ดูสิ ที่สวยที่สุดของดาบคือ ฝักดาบ ประดับประดากันยิ่งของขุนนาง เสร็จแล้วประโยชน์ของดาบจริงๆ กลับอยู่ที่ใบมีด ที่ห้ามประดับอะไรทั้งนั้น ต้องเรียบ ต้องกริ้บ ต้องแข็ง ต้องคม ถึงจะปาดเข้า ทีนี้ โลหะคมกริบแบบนี้ใช้อะไรปาด ใช้ไฟ คือ ใจ และ ปัญญา ในการปาด จริงๆ ห้าธาตุดวงจีน ไฟ หมายถึง ใจ เค้าถึงว่า ดาบสื่อใจๆ ไม่ใช่ ทำใจแข็งกร้าว แกร่งเหมือนโลหะ แต่ต้องทำใจให้ ว่างเปล่าแต่มีพลังแบบไฟ เอามือกวักไฟสิ กวักโดนที่ไหน จับก็ไม่ได้ แต่ร้อนได้ เผาได้ สิ่งจับต้องไม่ได้ มีพลังมากกว่า สิ่งจับต้องได้เสมอ เพราะความไร้ขอบเขตของพลังงานนั้น แขวนดาบเพื่อให้เห็นปัญญาในการจะหาทางช่วยเหลือ ปกป้อง คุ้มภัยให้คนที่เดือดร้อน วิชาก็ไม่ต่างจากดาบ ไม่ได้มีไว้ ข่มใคร กดขี่ใคร ควบคุมใคร บางคนมาขอผมว่า เปิดสอนดวงจีนๆ ผมอยากควบคุมชีวิตตนเองได้ ผมอยากควบคุมโอกาส ฟ้าฝนได้ ไม่จริง วิชาดวงจีน สร้างเพื่อให้หนีเป็น และฉวยโอกาสเป็น ภายใต้โอกาสที่เหมาะสม แต่ไม่ได้สอนให้ ควบคุมใคร หรือ สิ่งใด หรือ ควบคุมโอกาสใดไว้ในมือ ถ้าใจยังอยากคุมอะไรอยู่ ก็แปลว่า ยังยึดมั่นถือมั่น บีบคั้น เรียนดวงจีนไม่ถึงฝั่งฝันครับ เพราะเอามือกำปลอกดาบ กับ ดาบไว้แน่น ไม่ถอดออกสักที แล้วต้องทำไงกับ ใจ ต้องฝึกฝน คุ้มครอง รักษา

ไปดูตำรา หรือ กระดาษใบดวงวิชาดวงจีน โป๊ยหยี่สี่เถียวโบราณครับ ไร้กรอบ เขียนแค่อักษรจีน แปดตัว แล้วไปหาอานุภาพของคำทำนายจาก แปดตัวนี้ที่กระทบ สัมพันธ์กันเอา ดูดวงก็ไม่ต่างจากการออกรบ ทุกคำที่พ่นออกจากปากหมอดู ต้องคมคาย ต้องใส่ใจในความถูกต้องตามหลักวิชา ผมไม่ได้บอกว่า ต้องให้แม่นในคำแรกนะ แต่เราต้องยืนพื้นวิชา ยืนกราน แน่นหนัก หลายครั้งมาก อย่างล่าสุด เศรษฐินีเจ้าของโรงงานผลิตรองเท้าส่งบริษัทชื่อดัง มาดูดวง ผมก็ถามไปว่า บ้านมีของขลังอะไรเข้ามาช่วงนี้ เขาก็บอก มีแต่พระ ผมบอก ไม่ใช่พระแน่ๆ เค้าก็ว่า มีเจ้าแม่กวนอิม กับกวนอู ผมก็ว่า สององค์นี้จัดในหมวดพระ ไม่นับ ต้องมีอีก ไล่ไปไล่มากันหลายนาที อ้ออ ลูกสาวไปเช่า กุมารทอง มา

นี่ถ้ายึดว่าจะเอาแม่นนี่ เราต้องไม่ซักไม่ถามต่อ เราต้องบอกว่า ชั้นแม่น เธอผิด นี่ต้องถามจนได้ความครับ และทุกครั้งที่ยืนพื้นตามหลักวิชา ผมยังไม่เคยเจอะว่า เพี้ยนจากที่หลักวิชาเขียนนะ อาจจะมีเติมแต่งบ้างเหมือนถนนโล่งๆ กับถนนที่มีการเขียนสัญลักษณ์ต่างๆลงบนพื้นถนน แต่มันคือ เส้นใหญ่เส้นเดียวกัน ถ้าเรามีหลัก ยืนกรานตามหลัก ถ้ามันเพี้ยน เราจะเห็นได้ทันที ถ้าต้องปรับ เราก็จะได้เจอที่ปรับ ข้อสำคัญคือ หาหลักจากไหนหละ หาเหมือนปอกกล้วย ค่อยๆลอกมันออก “ทีละด้าน” อย่างระมัดระวัง อย่าไปจับยัดใส่ปากแล้วดันเข้าไปเหมือนลิงที่กระหายวิชา ลอกไปหลายๆชั้น จนหาที่ลอกไม่ได้ ก็คืออาจจะเจอหลักแล้ว สำหรับวิชาดวงจีน วิธีการตรวจสอบว่าเราเจอหลักพื้นฐานหรือยัง ตรวจได้ด้วยสำนวนจีนโบราณอันเป็นที่นิยม

เอ๊ แปลกใจตัวเอง มา กทม ทีไร ทำไมขยันผิดปกติ พิมพ์บทความแต่ละอันยาวๆทั้งนั้น ไม่เกรงใจคนอ่าน คนมาดูดวงบ้าง ไหนๆก็พูด ที่มักจะเห็นผมเหมือนกับ ชอบโพสอะไรในเฟสในไลน์ แต่ทีดูดวงนี่ ต้องรอก่อน ก็เพราะ การทำแบบนี่คือได้พุดไดคุยกับมิตรสหายผมได้พักผ่อน และการที่ไปเจอความประทับใจเรื่องๆว่า ขอบคุณมากนะค่ะ ทีแรกกะจะดูดวงด้วย เลยมาอ่านในเวป อ่านแล้วไปเจอบทความนี้ๆๆๆ นั้นๆๆ ก็หายสงสัยหายทุกข์ละ ไม่ดูละค่ะ โหเราโคตรดีใจว่า เราไม่ต้องถอดปลอกดาบละ คือไม่ต้องเหนื่อยแรง แค่ทำปลอกดาบสวยๆ ให้คนได้ประโยชน์ เขาก็ได้ดีละ แต่อย่าไปเข้าใจผิดว่า ตัวดาบ คือดวงจีนนะ สถานการต้องใช้ดาบคือชีวิตที่มีปัญหาของท่าน ฝักคือ หลักวิชา การถอดปลอกคือ วาทศิลป์และปัญญาหมอดู ตัวดาบคือ วิชาธรรมะ เลยต้องค่อยๆแง้มดาบ คือค่อยๆล่อให้มาหาธรรมะ ทำทานน้า ถ้าไม่เคยเสียสละอะไร หัดเสียนะ มีมารยาทนะ พูดจาดีๆนะ ละค่อยไปถือศีลนะ กตัญญูนะ ภาวนานะ สตินะ มันเป็นขั้นๆไป แต่พวกจอมยุทธ ซึ่งตัวผมเองก็ยังทำไม่ได้แบบท่าน ท่านถอดปลอกเป็นว่าเล่น เป็นปกติ ไม่ต้องมาแง้มๆ อ้อมๆ และทิ้งปลอกดาบลงเลยครับ เพราะเห็นค่าของดาบมากกว่า ไม่งั้นพวกมารมันกลัวดาบครับ พอจั่วว่า วันนี้จะพูดธรรมะ มันจะหาเรื่องหนีละ ถามว่า ใครคือ มาร ก็ใครหละนั่งอ่านข้อความผม และถ้าคนพิมพ์ไม่มาร จะคุยกะมารรู้เรื่อง เรอะ จุดเด่นของคนที่เกิดมาใช้วิชาโหรนะ มีอยู่สองแบบ แบบแรกพวกทำนายเก่งมาก ทำนายอยู่บนหลักวิชา แต่คำทำนายหวือหวาเช่น คุณชอบกินก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก ไม่เอาลูกชิ้น ถามว่าทำไมผมทำนายได้แบบนั้น กรรมสัมพันธ์ให้ต้องมาแม่นใส่กันครับ ไม่ใช่ว่า ตัวเองเก่ง หรือแม่นมาก เพราะนั้นอย่าตกใจทำไมเพื่อนได้รับคำทำนายพิสดารมาก ส่วนตัวเองได้พื้นๆ ก็แล้วแต่กรรมสัมพันธ์กันมา ไม่ใช่ไม่มีคนที่ผมดูดวงให้ไม่ได้ ละจะมีอาชีพไหนใจดี คืนเงินให้ร้อยเปอร์เซนต์แบบหมอดูจีนคนนี้อีก ทั้งชีวิต คืนมาแล้วไม่เกิน ห้าคน ห้าหน ถ้าหลักวิชาบอกใช่ คนใกล้ชิดเขาว่า ก็ใช่ แต่ตัวเขาเถียงว่าไม่แม่นนะ เอามงคลชีวิตแบบสวดแปลให้เขาอ่าน และบอกว่า ดีนะ สามสิบแปดข้อนี้ ทำดีได้ตั้งแต่เป็นคนธรรมดาทำมาหากิน ค่อยๆเลื่อนชั้นจิตใจตามแต่ละข้อๆ ไปจนข้อสุดท้าย จิตไม่เศร้าโศก จิตไม่มีกิเลสธุลี จิตเกษมสุข แปลว่าไม่ต้องไปประกาศปาวๆ ชั้นจะโสดาบัน ชั้นจะนิพพาน พอเลย หยุดเลย เช็ดตัวเองทุกๆเช้า อย่างน้อยกรรมไม่สัมพันธ์ให้เราได้ใช้วิชาที่เรารักช่วยคน แต่เราก็มาสร้างกรรมดีใหม่ ด้วยการช่วยส่งเสริมคนให้ขึ้นบันได สายที่ไปถึงที่สุดแห่งความดับลงของทุกข์ได้ เพราะเป้าหมายที่คุณต้องท่องในใจเวลาดูดวงคือ เขาอยากพ้นจากเรื่องที่เขา ทุกข์ ไม่ได้อยากฟังคำแม่นๆไร้ค่า เช่น ทำนายสีเสื้อในกางเกงในที่ใส่ ชวยให้ใครชีวิตดีขึ้นเหรอ เคยเจอสมัยก่อนที่ยังดูดวงไม่เป็น ดูกันเป็นชั่วโมง แม่นๆๆๆๆๆๆ แต่ลุกออกจากเก้าอี้มาละเดินสักพัก ว่า เอ้ นอกจากทำนายแม่น ตูไม่ได้อะไรติดมือกลับบ้านเลย แนวทางสักนิดก็ไม่มี นอกจาก ปล่อยปลา กับ ตักบาตร เอะอะ โยนปัญหาให้แม่น้ำ กับ ท้องพระ สารภาพมานะ เธออ่านมาถึงตรงนี้ เธอเคยเชื่อคำใครละตักบาตรของแปลกๆบ้าง นี่ก็เพราะไม่มีหลัก มันเลยเป๋ ดูดู๊ดูกี่บรรทัดหนะ ว่าจะเอานิดๆ ลากยาวเลย ทุ่มเทพิมพ์นะ จะบอกให้ เพราะถือว่า ทำงานหนเดียว พิมพ์ดีๆหนเดียว คนได้ประโยชน์จากการอ่านเยอะ หนึ่งชั่วโมงช่วยคนได้มากกว่าการดูดวงคนทีละคน แต่ก็ต้องดูดวง ไม่งั้นใครจะมาช่วยท้องหมอดูให้อิ่ม มีที่ซุกหัวนอน ..“ศึกษาวิชาอย่างตั้งใจ ใส่ใจในบริการ ทำงานด้วยความงก” งกทั้งเงิน งกทั้งเวลา ก็มันของมีค่าหมด

อะ พอๆ จบจากการให้เสียงภาษาไทยโดนพันละมิตร (คือ วิชากับเงินพันบาท ทำให้เราได้มากลายเป็นมิตรกัน) มีเงินเรียกสหาย มีทองมากมายเรียกมิตร มีเพชรจะเรียกว่าเพื่อนสนิท แต่ถ้าไม่มีสักนิด เรียก …. เติมเอง

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ
error: ต้องการเนื้อหาบทความเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน โปรดติดต่อขออนุญาตซินแสหลัว 請先通告筆者!!