fengshui-ฮวงจุ้ย-ดวงจีน

 

ชะตาดวงนี้ ไม่มี ฮวงจุ้ย !!

 

สำหรับผู้สนใจศึกษา วิชาดวงจีน หรือ ฮวงจุ้ย ผมย้ำมาเสมอว่า การเข้าใจแก่นของวิชา ดวงจีน ที่เรียกว่า โป๊ยหยี่สี่เถียวนั้น(八字四柱) มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นพื้นฐานแห่งสรรพวิชาโหราศาสตร์จีนทั้งปวง ไม่ว่าจะโหงวเฮ้ง(面相) จะฮวงจุ้ย(堪與风水) หรือ จะใช้วิชาโหราศาสตร์ดวงดาว เช่น จื่อเวยโต่วซู่(紫薇斗数) หรือ ชีเจิ้งซื่ออวี๋(七政四余) ก็ตาม รวมถึง ฉีเหมินตุ้นเจี่ย(奇门遁甲) ไท่อี่เสินซู่(太乙神数) เถี่ยป่านเสินซู่(铁板神数) อี้จิงผู่กว้า(易经卜卦) เหมยฮวาอี้ซู่(梅花易数) ลิ่วเหยา ฯ(六爻) โอ้ย เยอะครับ สาธยายกันไม่หมดหรอก ทั้งหมดที่ว่ามา เริ่มที่ก้าวแรก คือ โป๊ยหยี่สี่เถียว ถ้าคุณเรียนใดๆก็ตามในศาสตร์วิชาโหราศาสตร์จีนดังที่ผมได้กล่าวมาแล้ว เกิดความติดขัด เกิดความใช้ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง บางคนก็ว่าแม่น บางคนก็ว่าผิด บางคนก็ว่าทำนายถูก บางคนก็ว่าไม่ใช่ หรือยังมีข้อแคลงใจ หรือ หาผู้สอน อาจารย์ต่อยอดวิชาไม่ได้ ให้ลองหันกลับมามองตนเอง สองเรื่องครับ 

 

หนึ่ง ความเข้าใจในวิชา โป๊ยหยี่สี่เถียว คุณมีมากเพียงพอหรือยัง เพราะวิชานี้ อธิบายพื้นฐานของ ห้าธาตุ สิบธาตุยินหยาง กิ่งฟ้าทั้งสิบ ก้านดินทั้งสิบสอง ซึ่งมีความจำเป็น ถ้าคุณมองได้ทะลุเท่าใดก็ตาม ส่วนนี้จะช่วยขับดันให้ ทะลุทะลวงวิชาอื่นๆได้ง่าย เป็นการยอมเสียเวลากับพื้นฐานให้มาก เพื่อย่นเวลาในการเรียนรู้วิชาชั้นสูงต่อไปครับ สำนวนจีนว่า หลี่อีทงอี้ (理一通亿) หมายถึง ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้เสียสักหนึ่งอย่าง คุณจะเชี่ยวชาญในสรรพสิ่งได้ไม่ยาก แต่คำว่า สักวิชาหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงวิชาอะไรก็ได้ ในที่นี้ ท่านใช้คำว่า อี หรือคือ เลขหนึ่ง ซึ่งหมายถึง พื้นฐานของสาขาวิชานั้นๆนะครับ

 

สอง คุณภาพจิตของท่าน ได้รับการฝึกฝนบ้างหรือไม่ การที่ท่านจะเรียนวิชาทางสายนี้ ไม่ใช่วิชาทางโลกครับ ลำพังกำลังทางสมอง หรือที่เราเรียกว่า ความฉลาด ความจำ นั้น ไม่เพียงพอ ท่านจะต้องมี กำลังทางใจ หรือก็คือ มโนมยิทธิ หรือก็คือ ฌาน อย่างน้อยสมาธิขั้นต้นที่ทำให้จิตสงบได้ ท่านต้องฝึกฝน ทีนี้มีเงื่อนไขสำคัญที่จะฝึกฝนได้ก็คือ ศีลห้า ต้องครบครับ 

 

ข้อแรก เป็นตัวเรียนรู้ ข้อสอง เป็นตัวรู้ หรือตัวเข้าใจ เข้าถึงวิชา ทั้งนี้ สิ่งที่ควรศึกษาเพิ่มคือ ประวัติศาสตร์จีน ปรัชญาจีน ปรัชญาเต๋า เพื่อให้เข้าใจถึงรากเหง้าของวิชาที่บูรพาจารย์รังสรรค์มา ซึ่งการเข้าถึงหรือเข้าใจนี้ บางท่านเข้าถึงด้วยการรับรู้ทาง การอ่าน การฟัง การทำความเข้าใจ บางท่านเข้าถึงผ่านใจ หรือสมาธิ สิ่งที่ตรวจสอบได้ว่าท่านมาได้ถูกตรง คือไม่ว่าท่านจะเลือกช่องทางรับรู้ทางใดก็ตาม ทุกทางต้องสอดคล้องกัน และเข้าใจ ไม่ย้อนแย้งกันและกัน ที่สำคัญคือ เมื่อสอบถามผู้รู้ ต้องสามารถแยกแยะได้ว่า อันไหนใช่ อันไหนไม่ใช่ อันใดสอดคล้อง อันใดขัดแย้งซึ่งต้องไปหาคำตอบว่าควรเชื่อ และนำมาปรับวิชา หรือควรละทิ้งเพราะเราเข้าใจถูกต้องกว่า ซึ่งไม่มีตัวตัดสินชัดเจน ขึ้นอยู่กับสติปัญญา และปฏิภาณไหวพริบท่านเอง แต่อาจจะพอทราบได้คร่าวๆจากการลองใช้วิชา ทำนาย หรือ จัดวางฮวงจุ้ยดู ก็จะทราบ อันนี้ขอเตือนว่า อย่าก้าวกระโดดไปวางฮวงจุ้ยแบบไม่รู้ดวงชะตา เพราะหลายต่อหลายหนที่ผมเจอคือ ดวงชะตาเขาจะดีขึ้นอยู่แล้ว โดยไม่ต้องทำอะไร คุณแค่เอาไปคั่นกลางระหว่างนั้นด้วยการจัดฮวงจุ้ยแล้วกลายเป็น เออ ออ ว่า ที่เค้าขายดีมาก แรกๆอาจจะดูดี แต่นานเข้าถ้าท่านไปเจอดวงชะตาที่ทรุด ที่แย่ของจริง ท่านจะทำให้ชะตาเขาขึ้นไม่ได้ เพราะวิชาฮวงจุ้ยที่ท่านใช้ มันอาศัยเกาะใบเรือมาเรื่อยๆ ไม่ใช่ของที่ส่งผลจริงแต่ประการใด การดูดวงจีนให้คล่อง จึ่งเหมือนการวัดชีพจร ฮวงจุ้ยเป็นการจ่ายยาตามอาการ ซึ่งบางดวงชะตา ไม่จำเป็นต้องใช้ยา แต่ทุกดวงชะตา จำเป็นต้อง ตรวจดวง หากว่ามีปัญหามาหา เทียบง่ายๆกับการจับชีพจร หรือ การแมะ ถ้าท่านจะเป็นหมอ แต่แมะไม่เป็น ท่านจะจ่ายยาคนถูกได้เช่นไร คำตอบคือ ก็อาจถูกได้ หลายที่ก็ใช้แบบนี้ คือ ยาหม้อยาต้มแบบ รวมๆกันไป คนที่ไม่แย่มากก็อาจหาย แต่คนที่มีอาการแฝงภายใน โดนเข้าไปอาจทรุด หรือถึงตาย อันเป็นการก่อบาปกรรมด้วยการรู้เท่าไม่ถึงการ ซึ่งผมไม่อยากให้ไปโยนความผิดว่า ก็เราไม่รู้ เพราะผมจะถามท่านคืนว่า ไม่รู้ หรือความรู้ไม่พอ ด่วนรับเงิน หรือทำอาชีพนี้่ทำไมครับ ทำไมไม่ศึกษาให้ดีๆก่อน เข้าใจเสียก่อน แล้วค่อยทำ เงินทองเมื่อไหร่ก็หาได้ บาปบุญนี้ติดตัว ลบล้างกันไม่ได้ ขอให้พึงระวังไว้ ดั่งมีคำทำนายที่ส่งเป็นจดหมายลูกโซ่ต่อๆกันว่า อาชีพหมอดู เป็นอาชีพที่ ตกนรกง่าย ซึ่งผมเห็นด้วย เพราะหากทำผิดทาง หรือไม่ทำความเข้าใจให้ถูกต้อง ง่ายมากที่จะผิดศีลผิดธรรม อย่างต่ำๆคือ สนับสนุนอบายมุข เช่น ยุคนไปเล่นพนัน เข้าบ่อน จัดฮวงจุ้ยกาสิโน บอกเลขหวย บอกเลข บอกวันเสี่ยงโชค เหล่านี้เป็นการส่งเสริมให้คนมีศรัทธาแบบผิดๆและใช้ชีวิตแบบผิดๆ บาปกรรมจะตกแก่ตัวท่านเอง เลิกเสียเถิด ไม่คุ้มค่าหรอก ต่อให้แลกกับความมีชื่อเสียง หรือเงินทองที่ไหลเข้ามามาก ก็ไม่คุ้มค่าที่จะเอาบาปบุญไปแลกมา เรื่องนี้สำคัญและต้องพูดยาวมากเพราะอะไร เพราะผมเป็นห่วงครับ เป็นห่วงมากจนเขียนไว้ในหน้าแรกของตำราเล่มแรกที่เขียนกับมือว่า ถ้าคุณอยากเป็นหมอดูเก่ง คุณมีอาจารย์ดีๆ มีตำราดีๆ คุณมีประสบการณ์มากๆ คุณก็เก่งได้ ซึ่งอาจใช้เวลานับสิบ ยี่สิบปีขึ้น แต่ถ้าคุณเป็นหมอดูที่ดี คือยึดคุณธรรม เทพยดาฟ้าดิน ตลอดถึงครูบาอาจารย์ที่เหนือกว่าคำว่าเก่ง ท่านจะเมตตาสั่งสอนให้เอง และคุณจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดไม่ได้พูดเพื่อยกย่องตนเอง แต่พูดจากประสบการณ์ที่ได้พบได้เจอมามาก และอยากฝากเตือนเอาไว้ พอดีได้มีโอกาสดูดวง ดวงนี้ ตามที่เขียน จึ่งอยากนำเสนอไว้เป็นข้อเตือนใจว่า ดวงบางคน เค้าไม่มี ฮวงจุ้ย ครับ

 

ชายคนนี้เกิดปีจอ เดือนจอ วันมะเมีย ยามมะแม มิ่งกงเป็น น้ำหยาง ชวด (ผมได้เขียนเล่าไปในบทความครั้งก่อนแล้วว่า มิ่งกง มีความสำคัญมากอย่างไร)

 

 ดวงชะตาดวงนี้เป็นธาตุทองหยาง เกิดในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งในดวงนี้มีทองสองแห่ง ล้วนเป็นทองหยาง ลักษณะของความเป็นทองหยางคือความดื้อด้านมากกว่าทองหยิน ทองมีลักษณะจำง่ายๆคือมีพลังแห่งโซวเลี่ย (收列) หมายถึง การเก็บเกี่ยว แบบไม่เก็บกักตุน คือ ซึมซับไว้แต่ไม่ดูดซึม ไม่เหมือนดิน ดินนี้ดูดซึม น้ำเอย ขยะเอย ศพคนตายเอย เราฝัง เราเอาลงดินหมด เพราะดินมีสภาพในการดูดซึมและแปรสภาพวัตถุธาตุได้ แต่ทอง ไม่มี ทองมีแค่สภาพเก็บไว้แล้วคายออก เก็บไว้แล้วคายออก ซึ่งก็ไม่เหมือนพลังธาตุน้ำอีก เพราะธาตุน้ำมีพลังพื้นฐานคือ (收藏) หมายถึงเก็บมาแล้วมีการเพาะบ่ม เตรียมก่อเกิดธาตุไม้ต่อไป เหมือนกับกราฟที่ดิ่งลงแล้วกำลังดีดตัวขึ้น แต่ทองนี้เหมือนกราฟที่ขึ้นสูงแล้วกำลังดิ่งๆลง ลดความเร็วลง คนมีธาตุทองจึง อารมณ์แปรปรวนไวกว่าคนทั่วไปเขา จะดีใจ เสียใจ สุข ทุกข์ ยิ้ม ร้องไห้ ไวกว่าชาวบ้าน เพราะฉะนั้น คนธาตุนี้จะฝึกสมาธิได้ไวมากหากตั้งใจ หากเขาสามารถกำหนดรู้ทุก อารมณ์ที่มากระทบได้ ไม่ว่าจะเป็น รูปารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ มโนรมณ์ สัททารมณ์ และธัมมารมณ์ ฉะนี้แล้ว คนธาตุทองที่ประกอบด้วยธาตุน้ำ มักจะมีสัมผัสไว ไวกว่าสัมผัสทั้งห้า ที่เราเรียกว่า สัมผัสที่หก ข้อไม่ดีคือ สุขภาพอ่อนแอง่าย เพราะความไม่มั่นคงไม่นิ่งนอนแห่งอารมณ์ และพลังแห่งการเก็บเกี่ยว ทำให้ชอบศึกษาค้นคว้าเสียทุกเรื่อง โดยเฉพาะดวงนี้ ตำแหน่งการไขว่คว้า หรือช่องสามของเขา ซ้ำช่อง ซ้ำธาตุกับดิถี แปลว่า เขามองเรื่องการแสวงหาไขว่คว้าเป็นปกติ คือไม่ได้มองเป็นภาระหน้าที่หรือความลำบากอะไรแต่ทำไปโดยอัตโนมัติ ปล. แบบหยุดไม่ได้ด้วย ซึ่งนี่ต้องระวัง ทีนี้ถามว่า ธาตุอะไรหยุดธาตุทองได้ ไม่ใช่ไฟแน่นอนครับ เพราะทองหยางไม่เหมือนทองหยิน ทองหยาง ไม่กลัวไฟ พร้อมจะสู้รบปรบมือกับไฟเสียด้วยซ้ำ และตามดวงเขาถ้าผ่าดวงออกครึ่งนึงแบบแตงโม ธาตุไฟ โดนดินดึงพลังไปทั้งบน และล่าง เพราะฉะนั้น ไฟนี้แทบจะ ขู่ ทองหยาง ไม่ได้ด้วยซ้ำไป แปลว่า ดวงนี้ ตัวหยุดไม่มี คนที่ทำให้เขากลัวได้ไม่มี สิ่งที่ทำให้เขากลัวได้ไม่มี สิ่งที่ทำให้ยำเกรงได้ไม่มี มีแค่ความเคารพและการกตัญญูตามหน้าที่เท่านั้น เพราะถ้าดวงชะตานี้ขาดสิ่งนี้ ผมจะบอกไปทันทีว่า ผมดูดวงคุณไม่ได้หรอกครับ ถามว่าทำไม คนไม่กตัญญูนะครับ ต่อให้เทวดาลงมาดูดวงเอง ก็ช่วยให้พัฒนาอะไรไปไม่ได้หรอก ขนาดบุญคุณคนยังไม่สำนึกชาตินี้จะเอาอะไรอีก ที่ยืนยันว่า ดวงนี้กตัญญูรู้คุณ เพราะ แม้นว่า ดิถีเขา จะไปว่างเปล่าที่จอ ซึ่งคือตำแหน่งบรรพชนและพ่อแม่ แต่เราอย่าไปทำนายว่า อ้อ แบบนี้มองไม่เห็นหัวพ่อแม่ เปล่าเลย มิ่งกงข้างๆฟ้องเด่นชัดว่า ชวด ซึ่งเป็นน้ำหยิน ฮะกับ ดินหยาง ของจอ ได้ทุกอัน และ น้ำหยาง ก็ซ้ำกับน้ำหยางแถวปีเกิดด้านบนซึ่งหมายถึง บรรพชนพ่อแม่ แปลว่า เขาเจริญรอยตามใครสักคนที่เป็นบรรพชนฝ่ายชาย หมายความว่า ถ้าเขาทำการค้า แปลว่า ใครสักคนไม่พ่อ ก็ปู่ หรือตา ทำการค้า ถ้าเขาทำราชการ แปลว่า ไม่พ่อ ก็ปู่ หรือตา ทำราชการ ทีนี้ความพิเศษคือ การ ฮะ หรือถ้าเรียกให้ถูกเรียก อ้ำฮะ หรือ อั้นเหอ (暗合) นี้ทำให้เกิดการ แปรธาตุใหม่ออกมา คือ ธาตุไฟ ไฟที่ได้มานี้ ไม่มีตำราใดกำหนดว่า ยิน หรือหยาง คงเป็นธาตุไฟที่คงรูปความบริสุทธิ์ และไฟบริสุทธิ์นี้เอง ที่ทำให้ทองหยาง กริ่มเกรงได้ ก็แปลว่า ในวัยเด็ก เพราะปีเกิดหมายถึงอายุก่อนสิบห้าปี เขามีความกริ่มเกรงคนในบ้าน พ่อและแม่ และโดยเฉพาะครู ทำไมผมทำนายว่า ครู เพราะว่า แถวเดือนเกิดไปว่างเปล่าแถวปีซึ่งเป็นพ่อแม่ ดังนั้นแปลว่า ครู จะไม่ค่อยโดนแรงว่างเปล่านี้ ทั้งๆที่ถือเป็นแถวเดียวกัน แต่ เราไม่ได้ไปนอนบ้านครู นะครับ ดังนั้น เขาเชื่อฟังครูอาจารย์ดี ต่อให้นึกเถียงในใจและกล้ายกมือเถียงก็เพื่อวิชาการเท่านั้น แต่ความเคารพยังมี และไม่ดูหมื่นว่าใครโง่ เขาจะไม่ด่า ทำอย่างมากคือ เงียบ และเดินหนี ไม่สนใจเสีย เพราะชีวิตเขาหากท่านมองแค่พื้นดวงจะมองไม่เห็นจุดนี้ แต่ถ้ามองถนนชีวิตจะเห็นว่า เดินธาตุน้ำ ปิ้ง สื่อ มู่ คงบ้วง และ สือเสิน ซางกวาน เพี้ยบ แปลว่าอะไร แปลว่า ชีวิตนี้ผ่านประสบการณ์มาเยอะ และเจอคนลองของมาก็เยอะ เจอคนโกงมาก็มาก แต่ที่สำคัญคือ เจอคนรวยๆมามาก มาก มาก มากครับ น่าเจ็บใจสุดคือ คนรวยเหล่านั้น ส่วนนึงเป็นคนที่เขา ปั้นมากับมือ คือ สอนวิชาการลงทุนให้ ภายหลังรวย ได้ดี แต่ไม่ได้กลับมาเหลียวแลคนสอนสักเท่าไหร่ เพราะเราสอนวิชากันแบบคนสมัยใหม่ ไม่ได้ให้ความเคารพครูบาอาจารย์ หรือครูบาอาจารย์หลายท่าน ณ วันนี้ก็ทำตัวไม่น่าเคารพ บางท่านมีสาบาน สาปแช่ง ห้ามเปิดเผยวิชา ผมถามเถอะ อาจารย์ที่ไม่ทันสอน ก็ให้ศิษย์สาบานแช่งตัวศิษย์เองไว้ก่อนแล้วนี่ เขารักคุณ หรือ เขารักตัวเขาเองครับ คิดสั้นๆแค่นี้ ก็เข้าใจได้ และต่อให้เก่งแค่ไหน ผมก็ไม่ขอเรียนด้วย บอกตรงๆ ผมกลัวครับ ขืนหลุดปากสอนใครสักนิดละผมถึงขั้นชีวิตซวยอัปปางตกนรกหมกไหม้นี่ ผมขอเรียนวิชากับคนฉลาดพอประมาณที่มีน้ำใจงาม ห่วงใยลูกศิษย์ดีกว่า ซึ่งดวงนี่ ขอยืนยันว่า มีความกรุณา คุณอาจจะงงว่า ฉันท่องมาตลอดว่า ธาตุไม้ คือ เหริ่น (仁) คือความ เกื้อการุณ แต่นี่ธาตุทอง มันต้องเด็ดขาด ยุติธรรม อันนี่ว่างๆลองเก็บเงินละเสียตังค์ซื้อหนังสือที่ผมเขียนมาอ่านสักหน่อยละจะเข้าใจว่า ธาตุ มันเคลื่อนกันได้ มันแปรสภาพกันได้ ถ้ามีปัจจัยมากระตุ้น ทีนี้ถามว่า ปัจจัยอะไร กระตุ้นทองให้เลิกเรียกร้องความยุติธรรมและหันกลับมามีกรุณาจิต คำตอบคือ ตัวเขา คงบ้วง ความสุขตัวเอง การงานตัวเอง ตำแหน่งตัวเอง แปลว่า เขามองเรื่องทางนามธรรม และเรื่องการพัฒนาตนเองเป็นเรื่องหลัก ตำแหน่ง ความสุขแบบโลกๆ เป็นเรื่องรอง ซึ่งตลกมากที่ มิ่งกง เขาฟ้องว่า ลากทุกสิ่งที่เขาไม่แยแส หรือมองเป็นเรื่องรองๆนี้ ให้มาง้อเขาตลอดเวลา อันที่สองคือ คู่ครองเขา หรือความรักของเขา จะไม่อาจสมหวังได้ ณ ท่ามกลางความสำเร็จอันมโหฬาร และดูท่าว่าคนนี้เขาจะเลือกตัดขาดจากเรื่องรักๆ ใคร่ๆไม่ได้ด้วย เพราะ ชวด มัด มะแม ไว้ เอ้าละมัดแบบไหน ไม่ได้ฮะกันซะหน่อย มัดแบบ ไฮ่ ครับ ซึ่งอย่าไปแปลกันผิดๆว่า เจอไฮ่ หมายถึงเจอให้ร้าย โดนคดีความ ถูกนินทา ใส่ร้าย อันนี้ถ้าภาษากฎหมายเขาเรียก แปลตามตัวอักษร โดยไม่พิจารณาบริบทข้างเคียง ผมถามคุณสั้นๆ ถ้าคุณแม่นในพื้นฐานห้าธาตุ น้ำ จากชวด ชวดเป็นน้ำ น้ำที่ไหนมันจะกล้าให้ร้ายดินซึ่งเป็นธาตุข่มของตัวเอง ละดินมะแมไม่ใช่ดินธรรมดา เป็นดินร้อนพิเศษ ซึ่งมีทั้งน้ำและไฟและพอดีดวงเขามีมะเมียด้วย ในลักฮะ บอกว่า มะเมีย ฮะ มะแม ได้ ธาตุไท่ยินไท่หยางครับ ซึ่งบางตำราบอกว่า ออกพลังมาทาง ดิน บางตำราบอกว่า ออกพลังมาทางไฟ และสำนัก อาจารย์นริศ หมากรุกจีน ก็ตั้งฉายาให้สิ่งนี้ว่า จักรวาลเปิด เพื่อให้จำความหมายคร่าวๆได้ว่า เมื่อมะเมีย เจอ มะแม เมื่อไหร่ พลังงานที่ได้ จะคล้ายแสงสว่าง หรือไฟฟ้า คือ ให้ความร้อนได้เหมือนเปลวไฟ และมีมวลพลังหนาแน่นกว่าดุจธาตุดิน แต่มีการแผ่พลังที่ไพศาลกว่านั้นมาก เป็นคู่ฮะ พิเศษ ซึ่งตามดวงนี้ ชวด มัด มะแม ด้วย ถ่อฮวยครับ หรือ ดอกท้อ ซึ่งใครเจอะอันนี้ก็แปลได้ทันทีว่า หนีเรื่องทาง กามารมณ์หรือรักๆใคร่ๆ พ้นได้ยากมาก และพอเรามามองดวงเขา ดินทั้งหมดย่อมวิ่งเข้าหาทอง ฟ้องว่า คนทั้งชายหญิงสตรีมากมายพุ่งหาเขา และดินก็พุ่งหาไฟ เอ่าที่จริงไฟต้องเคลื่อนหาดิน แล้วทำไมดวงนี้ ดินเคลื่อนหาไฟ เพราะว่า ปั่วฮะ หรือ ปั้นเหอ ระหว่าง จอ และ มะเมีย ทำให้ไฟนี้มีอำนาจบัญชาทองในจอได้ ดวงๆนี้มีสองอุณหภูมิเด่นชัด เป็นยิ่งกว่าดวงพิเศษของพิเศษ ถามว่าทำไม เพราะต่อให้ท่านท่องแกะเก็กให้ตาย ท่านก็จะไม่พบว่า มีเกะเก็กไหนพรรณาดวงแบบนี้เอาไว้ กล่าวคือ ข้างหน้ากิ่งฟ้า ออกไปทางเย็นทางหนาวทางเปียก ธาตุใน ก้านดิน ออกมาทางอุ่น ทางร้อน ถามว่าอันนี้ดีอย่างไร ดีมากๆ เพราะต่อให้เขาจะไม่มี ไช้ หรือ ธาตุไม้ หรือ ธาตุที่ไปแปลกันแบบบ้านๆว่า เงินทองบ้าง เงินตราบ้าง ซึ่งผมขอบอกว่า ไม่ได้แปลผิดครับ แต่นั้นแค่ความหมายเสี้ยวเดียวเท่านั้นเอง ดวงนี้เขามี ไช้แบบพิเศษขึ้นมาจากความที่ อุณหภูมิในดวงมันต่างกันแยกกันชัดเจนระหว่างกิ่งฟ้าก้านดิน และแถวเวลาเกิด เป็นแถวที่โดดเด่นขึ้นมาแถวเดียว เพราะเป็นพลังทางหยิน นอกนั้นอีกสามแถวเป็นพลังทางหยางหมด ข้อดีของพลังหยินที่ไม่ค่อยมีใครเน้นกันก็คือ หยินมีพลังงานในการดึงดูดสูง สูงกว่าหยาง หยางมีพลังผลัก แต่หยินมีพลังดึง เพราะงั้น ธาตุเขาทางกิ่งฟ้า ทำหน้าที่ ดึงเอาความโชคดี ทรัพย์สินเงินตรา มาเก็บไว้ในคลังได้หมด แต่ขอโทษ ดวงนี้ ไม่มี ฮวงจุ้ย โชคดีที่เขาเกิดสมัยเราๆท่านๆนะครับ ถ้าเกิดเมืองจีนโบราณ ขอบอกว่า สิ้นเนื้อประดาตัว เพราะว่า หาทรัพย์มาได้ แต่รักษาไม่ได้ แปลว่าอาจจะโดย โจรภัย อัคคีภัย ฯ ต่างๆมาทำให้หายไปเสื่อมไป เสียไป โดนปล้นไป แต่นี่ ยุคนี้ เรามีธนาคารออนไลน์ เรามีการทำธุรกิจ ธุรกรรมออนไลน์ที่ไม่ต้องมีอาคารใดๆตั้งบนดิน เพราะงั้น ดวงนี้ รุ่ง เพราะธาตุดินเขามากขนาดนี้แล้ว ขืนมีดินเยอะกว่านี้อีก จะส่งแรงเฉื่อยทำให้การเติบโตช้า แต่การทำออนไลน์ เป็นการแก่ไข ทำให้ยกตัวลอยขึ้นจากพื้น พ้นแรงดึงดูดของดิน ก็จึงทรงตัวทรงอาชีพอยู่ได้ แต่ที่พักอาศัยไม่แน่นอน ไม่เป็นหลักแหล่ง อยู่ไม่ได้ซื้อ ซื้อไม่ได้อยู่ ดูประกอบกับถนนชีวิตไปอีกยาวก็เป็นเช่นนี้ ผมจึ่งพูดว่า ดวงคุณนะครับ มันไม่มีฮวงจุ้ย ละคุณจะมาถามฮวงจุ้ยอะไรจากผมหรือ เอ้าหรือไม่จริง ตลอดชีวิตคุณเคยแน่ที่มีเงินซื้อบ้านซื้อคอนโดได้ แต่ลองซื้อสิ ณ โมงยามนั้น ไม่ล่วงเดือนนึง คุณได้ย้าย ใช่ไหม ไม่แม่นเถียงมา …. และหลังจากนั้นเรื่อยๆก็เป็นแบบนี้มาเรือย สิ่งที่น่าดีใจคือ เขาไม่ได้ทุกข์ร้อนกับการไม่มีบ้าน ในทางกลับกันซะอีก หากมีบ้านเป็นหลักแหล่งนั้นหละจะนำมาซึ่งความทุกช์ร้อนวุ่นวาย เพราะคุณไปกระตุ้นพลังมะเมียเข้า มะเมียซึ่งภายในเป็นไฟหยิน แต่ถ้านับตามกิ่งฟ้า เป็นหยาง นะขอรับ ก็แปลว่า จะดูฮวงจุ้ยไปทำไมเหรอ ในเมื่อ มันไม่ใช่บ้านคุณหนะที่คุณนอนทุกวันๆนี้หนะ ละก็อยู่ไม่นานด้วย แปปๆก็ย้าย ถ้าผมรับดู ผมก็ไม่ต่างจากโจรครับ คือไม่เกินปีสองปี ผมได้หลอกปล้นเงินคุณครั้งนึง หนละ หมื่น สองหมื่น ว่ากันไป เพราะย้ายใหม่ ก็เชิญไปวางฮวงจุ้ยใหม่ เอ่าก็ทำไปเรื่อยๆ และที่สำคัญ งานที่เหมาะกับเขาคือ งานที่ไม่มีอาคารไม่มีสำนักงานในการทำ ฉะนั้น ฮวงจุ้ยที่ทำงาน ก็ไม่ต้องอีก ดวงแบบนี้จึ่งน่าจะใช้วิชา ฉีเหมินตุ้นเจี่ย ที่สุด เพราะอะไร เพราะวิชานี้เหมือนการรบกองโจร ตั้งกระโจม วางทิศ จัดเวลา เป็นเรื่องๆไป จบคือจบ จบคือย้าย แบบกระโจมมองโกล ไม่อาจมีบ้านเป็นหลังๆแบบชาวฮั่นได้ เอาหละนะ วันนี่ เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของล้นเกล้ารัชกาลที่สี่ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐต่อปวงชนชาวไทยในด้านการศึกษาโดยเฉพาะพระพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์ บุญกุศลใดๆอันเกิดจากการมอบวิทยาทานของวันนี้ ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระองค์ท่าน เทอญ 

 

ซินแสหลัว

01/10/2017

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ