จรรยาบรรณโหร-จรรยาบรรณหมอดู-หมอดูจีน

3+5 สิ่ง ห้ามทำนาย
จรรยาโหรฯจีน ฉบับซินแสหลัว

3 เรื่องห้ามทำนาย
ทายสามีภรรยาให้ราคี ทายชีวีตัดชรรษา
ทายชั่วดีทารกทาริกา ครูโหราท่านห้ามการทำนาย

1. ทำนายว่าเป็นหรือไม่เป็นเนื้อคู่กันหรือไม่ คบกันต่อไปจะรอดไม่รอด
2. ห้ามทำนายว่าชีวิตใครจะถึงฆาตเมื่อไหร่ หรือตายเมื่อไหร่นั่นเอง
3. ห้ามทำนายอนาคตเด็กน้อยว่า โตมาจะเป็นแบบไหน

5 เรื่องที่ไม่ควรทำนาย เพราะต่อให้ท่านทนงตนว่าเก่งแค่ไหน ก็ไม่อาจจะทำนายได้ถูกต้องแม่นยำหมดทุกเคสทุกคนได้

ชีวิตํ พฺยาธิ กาโล จ เทหนิกฺเขปนํ คติ
ปญฺเจเต ชีวโลกสฺมึ อนิมิตฺตา น นายเร.

แปลเป็นไทยถือใจความว่า
ชีวิต (ความเป็น) ๑.
พยาธิ (ความเจ็บป่วย) ๑.
กาละ (เวลาเจ็บหรือจาก) ๑.
เทหนิกเขปนะ (สถานที่ๆ จะทอดร่างลงไปตาย) ๑.
คติ (ที่หมายภายหลังสิ้นชีวิต) ๑.

ฐานะ ๕ อย่างนี้ไม่มีนิมิตเครื่องหมายบอกเหตุล่วงหน้า เป็นธรรมชาติที่บอกไม่ได้ทายไม่ถูก

จงจำคำ พระพุทธองค์ ทรงสอนไวั สิ่งที่เรา รู้ไม่ได้ ห้าสถาน
หนึ่งไม่รู้ อายุสั้น หรือยาวนาน
สองสถาน ไม่รู้ป่วย ด้วยโรคใด
สามไม่รู้ ว่าจะตาย ตอนไหนแน่
สี่ไม่รู้ ที่ทอดกาย ตายที่ไหน
ห้าไม่รู้แม้ ตายแล้วเกิด เป็นอะไร
พระสอนไว้ อย่าประมาท ชาตินี้เอย

แปลว่าไม่มีใครทำนายได้ถูกหมด ทุกรอบที่จะเกิด ถุกหมดที่จะเป็น

การใช้วิชาโหราศาสตร์ ควรใช้เพื่อศึกษานิสัยใจคอ หรือเรียนรู้ภูมิหลังของคนๆนั้นโดยคร่าวๆ (แทนที่เราต้องไปสืบประวัติมายาวเหยียด ใช้วิชานี้เป็นตัวบอกเรื่องราวผ่านมา) มุ่งเน้นที่การ เปลี่ยนพฤติกรรม ปรับแก้นิสัย มากกว่าที่จะทำนาย อนาคต แล้วบอกให้ รอวันนั้น รอวันนี้ ไหว้นั่น ไหว้นี่ สอนให้คนเน้นในการทำเหตุปัจจัยให้สมบูรณ์แล้วไม่ต้องไปคาดหวังผลว่าจะไ้ด้อย่างไร ให้สอนให้เชื่อว่า ทำดี ย่อมได้รับความดี แต่ช้าหรือเร็ว มากหรือน้อย “ตามเหตุปัจจัย” ไม่ใช่ได้รับ “ตามใจ” เพราะความตาย ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะมาวันไหน ถ้าคุณไปทำนายบอกเขาว่า อีกนานกว่าจะตาย แปลว่าไปส่งเสริมให้ชาวบ้านเขาประมาท ซึ่งขัดต่อหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

ในพระไตรปิฎกเล่าว่า คิดว่าจะตายวันพรุ่งก็ประมาท คิดว่าจะตายตอนเย็นก็ยังประมาท คิดว่าจะตายชั่วโมงถัดไปก็ประมาท นู่น ต้องคิดว่า ลมหายใจออก / เข้าถัดไปจะตาย หรือ เคี้ยวข้าว กลืนลงจักตาย อันนั้นถึงไม่ประมาท

ปล. กรุณาอย่าเพ่งเล็งเอาว่าวิชาโหราศาสตร์เป็นเดรัจฉานวิชาฝ่ายเดียวเลยครับ เดรัจฉานวิชา คือ วิชาใดๆก็ตามที่ขวางทางไปนิพพาน สรุปว่ากันง่ายๆแบบนี้ ก็แปลว่า ไม่ว่าอาชีพใดๆ หรือศาสตร์วิชาใด ที่ไม่ได้เป็นวิชาการว่าด้วย ทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความดับทุกข์ วิธีดับทุกข์แบบสิ้นกาลนาน ก็เดรัจฉานวิชาทั้งหมด แต่ที่เขียนในพระสูตรพูดเรื่อง เดรัจฉานวิชา กล่าวว่าไม่ให้พระเลี้ยงชีพด้วยวิชาดังกล่าว ก็เพราะว่า วินัย ได้ห้ามพระ ค้าขาย หรือทำธุรกิจ ไปละครับ วินัย ได้ห้ามพระ ทำอาชีพแบบชาวบ้านไปละครับ ส่วนที่มาย้ำในเดรัจฉานเพราะ อาชีพเหล่านั้น เสมือนว่า ทำได้ เพราะเป็นเหมือนการให้ความรู้ ความช่วยเหลือ เช่น การเป็นหมอรักษาไข้ การปรุงยา การทำนาย การหมอดู การหมอผี ฯ คือมันอาจให้โดยไม่รับเงินตอบแทนก็ได้ แต่รับรองว่า ทำวิชาพวกนี้ ลาภ สักการะ หลั่งไหลมาไม่ขาดแน่ๆ ละ ลาภ สักการะนี้เอง ที่เป็นตัวบั่นทอนการปฏิบัติธรรมให้หลุดพ้น ถ้าท่านอยากเข้าใจอะไรมากกว่านี้ ทั้งเรื่อง จิตใจตนเอง ร่างกายตนเอง เรื่อง กรรม ขอเชิญชวน เรียนพระอภิธรรมครับ เพราะในเมื่อคุณต้องไปยุ่งกับชีวิต จิตใจ ความรู้สึก นึกคิด ความจำ ของคนอื่นเขา คือไปยุ่งกับขันธ์ห้าของคนอื่นหนะหละ หรือไม่ยุ่งเรื่อง กรรม ของเขา ควรศึกษาหาความรู้ทางปริยัติให้ยิ่งๆให้ไปด้วย คือ ทำอธิให้ยิ่ง 3 เรื่อง

อธิจิต หมอดูมีหน้าที่ปรับปรุงพัฒนาจิตใจตัวเองให้ดีขึ้น สูงขึ้น ขัดเกลาด้วย สติปัฏฐาน(พุทธเจ้าบอกว่าเป็นทางสายตรงไปนิพพาน) และสมาธิ
อธิศีล คือ รักษาศีลต้องให้ได้ดีขึ้นไปๆ
อธิปัญญา คือ เพิ่มพูนทั้งวิชาความรู้ และการมีปัญญารู้เห็นตามเป็นจริงด้วย ก็แปลโดยรวมๆว่า ริจะเป็นหมอดู ช่วยเรียนธรรมะหน่อยครับ พระไตรปิฎก เขียนมา แปลมา ท่านก็เอาไว้ให้อ่าน เคยหยิบมาอ่านบ้างไหม ลองพิจารณาครับ อย่าเอาความเห็นส่วนตัว หรือความรู้ที่ได้ยินได้ฟังมาแบบไม่มีที่มา เที่ยวไปสอนให้คนที่เขาไว้วางใจกระทั่งยอมเอาน้ำพักน้ำแรงเขา จ่าย ให้คุณเพื่อดูดวง หรือต่อให้อ้างว่า รับดูฟรี ก็ไม่ใช่ข้อที่จะเอามาปฏิเสธความรับผิดชอบของคำแนะนำที่มัน ฉาบฉวย ไม่ประกอบด้วยปัญญาได้นะครับ รับเงินค่าดู หรือไม่รับเงินค่าดู แน่นอน ทางกฎหมายอาจฟ้องร้องได้ต่างกัน แต่ว่าในทางธรรมแล้ว ถ้าทำนายมั่วซั่ว หรือพูดจาให้เขาต้องเดือดเนื้อร้อนใจ หลงใหลโมหะ โง่งมงาย นรกเท่ากันครับ จะมาบอกว่า ก็ไม่ได้เก็บเงิน ดูฟรี ก็หนีไม่พ้นอบายครับ

คำถามคือ ถ้าแบบนี้ อาชีพอะไรที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง

บวช อย่างเดียวครับ

ดังภาษิตที่พระมหากัสสปเถระ กล่าวกับพระอานนท์ ว่า

” ฆราวาสคับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี
บรรพชาเป็นโอกาสว่าง
ถ้ายังอยู่ครองเรือน จะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์โดยส่วนเดียว ดุจสังข์ที่เขาขัดดีแล้ว นี้ไม่ใช่ทำได้ง่าย อนาคาริกมุนี

ซินแสหลัว

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ