คนเราคบกันได้โดยธาตุ

คนเราคบกันได้โดยธาตุ

ตอบคำถามว่า จะคบค้าสมาคมกับคนจอมหยิ่ง ชอบความไฮโซหรูหรา บ้ากระแสนิยมได้อย่างไร ด้วยความเข้าใจในปรัชญาห้าธาตุของจีน

ททมาโน ปิโย โหติ
ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก
พื้นฐานว่า ทัศนคติในใจเรา นั้นหละทรงอานุภาพ แทนที่เราจะคิดอยากจะเอา เอาอะไร เอาความไว้วางใจจากเขา เอาความให้เกียรติในคำพุดเรา ในงาน ที่ต้องการจากเขาเพื่อให้งานลุล่วงไป… เปลี่ยนทัศนคติมาเป็น ให้ เสียก่อน การที่อยู่กับสังคมมีฐานะ คนเหล่านี้มักมองว่าใครก็ตามที่เข้ามาหาเขามักจะเอาประโยชน์จากเขาทั้งนั้น (เลยเข้าหรูๆ เพื่อ หนึ่ง ทำให้รู้สึกว่าตนสำคัญชาวบ้านต้องง้อ และสองเพื่อพิสูจน์ว่าทุ่มเทให้ฉันแค่ไหน ซึ่งจริงๆสิ่งที่โหยหาคือความจริงใจต่างหาก) … ถ้าทำอาหาร หรือเครื่องดื่มเป็น ทำเองกับมือครับละเอาไปให้ ถ้าเป็นผมๆจะลงทุนรอบเดียวเพื่อสร้างเครดิต คือ จัดงานแสดงดนตรี หรือคอนเสิรตซะกลางมหาลัยฯ (ไม่รู้ว่าฝรั่งเขาให้ทำไหม) ทองเยอะต้องระบายด้วยน้ำ ชนชั้นสูงไม่ว่าใครในประวัติศาสตร์จีน หลงใหลดนตรี ทั้งสิ้น แค่ต้องหาดนตรีที่เขาหลงให้เจอ คนเราเข้ากันยากเพราะภาษาสื่อสาร แต่ดนตรีคือภาษาสากลที่ไม่แยกชาติชน กำแพงนี้ถึงจะค่อยๆทลายลง

สุนทรียภาพแห่งศิลปะต่างหากที่ทำให้คนคบกันได้ ก็เหมือน ชา เราไม่ได้ดื่มด่ำแค่รสชาติ แต่มันคือสุนทรียะของจิตใจ …

พุทธเจ้าตรัสว่า คนเราคบสมาคมกันได้เพราะธาตุ เสมอกัน ศิลปะหรือดนตรีจะช่วยยกระดับใจเบื้องต้นของคนได้

ธาตุสูตร
จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมเทียบเคียงกัน เสมอกันกับสัตว์ทั้งหลายโดยธาตุแล คือ สัตว์ผู้มีอัธยาศัยเลว ย่อมเทียบเคียงกัน เสมอกันกับสัตว์ผู้มีอัธยาศัยเลว สัตว์ผู้มีอัธยาศัยดี ย่อมเทียบเคียงกันกับสัตว์ผู้มีอัธยาศัยดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ในอดีตกาล … แม้ในอนาคตกาล … แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลาย ย่อมเทียบเคียงกัน เสมอกันกับสัตว์ทั้งหลายโดยธาตุแล คือ สัตว์ผู้มีอัธยาศัยเลว ย่อมเทียบเคียงกัน เสมอกันกับสัตว์ผู้มีอัธยาศัยเลว สัตว์ผู้มีอัธยาศัยดี ย่อมเทียบเคียงกัน เสมอกันกับสัตว์ผู้มีอัธยาศัยดี ฯลฯ

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาค ตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า กิเลสเกิดเพราะความเกี่ยวข้อง บุคคลย่อมตัดเสียได้เพราะความไม่เกี่ยวข้อง แม้บุคคลผู้มีความเป็นอยู่ดี แต่อาศัยบุคคลผู้เกียจคร้านย่อมจมลงในสมุทร คือ สงสาร เปรียบเหมือนบุคคลขึ้นสู่แพไม้น้อยๆ พึงจมลงในมหรรณพ  ฉะนั้น เพราะเหตุนั้น บุคคลพึงเว้นบุคคลผู้เกียจคร้าน                           มีความเพียรอันเลวนั้นเสีย พึงอยู่ร่วมกับพระอริยเจ้าทั้งหลาย ผู้สงัดแล้วผู้มีใจเด็ดเดี่ยว ผู้มีปรกติเพ่ง ผู้ปรารภความเพียร                           เป็นนิตย์ ผู้เป็นบัณฑิต ฯเนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้ว ฉะนี้แล ฯ

ก็คือ ธาตุ อัธยาศัยเราไม่เสมอกัน
ซินแสหลัว

กรุณากดแชร์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทความ
error: ต้องการเนื้อหาบทความเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน โปรดติดต่อขออนุญาตซินแสหลัว 請先通告筆者!!