(เชิญสั่งซื้อ) ตำราโหราศาสตร์จีน เล่มแรกในชีวิตผม ชื่อ ชิ้นส่วนสำคัญใน ดวงจีน ที่ขาดหาย

10291325 961800047196057 7178943533025982499 n (เชิญสั่งซื้อ) ตำราโหราศาสตร์จีน เล่มแรกในชีวิตผม ชื่อ ชิ้นส่วนสำคัญใน ดวงจีน ที่ขาดหาย

หนังสือวิชาดวงจีน เล่มแรกในชีวิต ที่เขียนเอง (เขียนจริงๆ) 

ถ้าคิดว่า อ่านลายมือผมออก ค่อยซื้อไปอ่านนะ มีทั้งหมดราว สี่สิบหน้าเอสี่ เล่มละ แปดร้อยห้าสิบบาท 
แค่คำนวนดวงจีนเป็น รู้เรื่องห้าธาตุมานิดหน่อย อ่านเล่มนี้สี่สิบหน้าถ้าท่องจำได้ ก็ดูดวงจีนได้แม่นขึ้นเยอะ

สำหรับท่านที่ไม่มีความรู้เรื่องดวงจีนเลยแม้แต่น้อย อ่านหนังสือนี้ก็จะพอทำเนา รู้คร่าวๆว่า พวกหมอดูจีนเค้าคุยภาษาต่างดาวอะไรกัน พูดถึงอะไร เพราะผมเกริ่นหลักวิชาพื้นฐานที่ไม่มีที่ไหนสอนท่านง่ายๆ เอาไว้ตอนต้นของหนังสือ

ตำราโหราศาสตร์จีน “ชิ้นส่วนสำคัญใน ดวงจีน ที่สาบสูญ”
เป็นตำราทางวิชาการโหราศาสตร์จีนที่ซินแสหลัวเขียนขึ้น โดยรวบรวมจากความรู้ประสบการณ์ที่ได้ใช้วิชานี้ และสิ่งที่อาจารย์ได้ถ่ายทอดมาให้ ประกอบกับการค้นคว้าเรียบเรียงจากตำราโหราศาสตร์จีนต้นฉบับภาษาจีนอีกมากมาย

ลักษณะเด่นของเนื้อหาที่ไม่มีตำราใดในท้องตลาดหนังสือจีนเมืองไทยกล่าวถึง คือ
1. การตีความและแปลความหมายของ ห้าธาตุ อู่สิง ตามความหมายดั้งเดิม อ้างอิงตำราสำคัญ เช่น อี้จิง อี้จ้วน คังซีจื้อเตี่ยน สื่อจี้
2. การตีความความหมายแต่ละช่อง ทั้งหมดแปดช่อง และแต่ละแถว ทั้งหมดสี่แถวของดวงจีน ตามหลักการดั้งเดิม ผนวกกับ ความรู้ตามหลักการสำนัก หมางไพ่ ความหมายของ เกิน เหมียว ฮวา กั่ว
3. ผังแนะนำการอ่านดวงจีนแบบขั้นสูง ที่ไม่มีที่ใดเผยแพร่ จำนวนกว่า 10 ผัง
4. ความหมายสำคัญของ เต๋อลี่ เต๋อสือ เต๋อชี่
5. ความหมายของ ชี่ และ เรื่องของ ชี่ ในดวงจีนโป๊ยหยี่สี่เถียว อ้างอิงตำรา หวงตี้เน่ยจิง
6. ความหมายของยินหยาง และการเชื่อมโยงมายังห้าธาตุ พร้อมภาพประกอบจากตำราดั้งเดิม ผนวกกับอธิบายว่า ยินหยาง แตกมาเป็น ห้าธาตุ พร้อมๆกับ แตกมาเป็น ปากว้า ได้อย่างไร สัมพันธ์กับ ยอดคัมภีร์จีน เต้าเต๋อจิง อย่างไร
7.การไม่ใช้ จับซิ้ง และ สิ่งสัวะ ในการทำนายดวงจีน แต่ทำไมสามารถทำนายได้แม่นยำ
8. การปรับทัศนะในการศึกษา การจำ และการศึกษาดวงจีนเสียใหม่

ด้วยลักษณะเด่นทั้งแปดนี้ ตำราเล่มนี้จึงเหมาะกับ
1. ผู้ที่เรียนดวงจีนมานาน เรียนมาหลายสำนัก แต่ยังไม่สามารถอ่านดวงจีนได้ หรืออ่านได้ไม่คล่อง
2. ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานในดวงจีนเลย เพื่อเป็นความรู้พื้นฐาน ปรับทัศนะ และเตรียมตัวต่อยอดเรียนดวงจีนต่อไป
3. ผู้ที่ชำนาญการด้านดวงจีนแล้ว อยากเพิ่มพูนความรู้ ศึกษาวิชาเพิ่มเติม
4. ผู้ที่ไม่ได้สนใจดวงจีน แต่ชอบวิชาการทางจีน หรือ อภิปรัชญาจีน ในด้าน คน และ กาลเวลา

ตำรานี้เขียนเป็นภาษาไทยโดยส่วนมากเกือบทั้งเล่ม มีการกำกับภาษาจีนประกอบไม่กี่ที่ คนที่ไม่รู้หนังสือจีนก็สามารถอ่านได้

ไม่งั้นจะกล้าตั้งชื่อเหรอว่า ชิ้นส่วนสำคัญในดวงจีนที่สาบสูญ

ระดับซินแสหลัวเขียน รับรองเนื้อหาไม่มีในท้องตลาดแน่ ท้าให้เทียบกับหนังสือดวงจีนภาษาไทย ทุกเล่ม

อย่า ตัดสินใจซื้อ จนกว่าจะแน่ใจว่า จะอ่านลายมือผมออก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/chinesehoro
ภาพด้านล่างคือตัวอย่างเนื้อหาในเล่ม  หากต้องการสั่งซื้อยินดีจัดส่งให้ฟรีไม่คิดค่าส่ง ค่าหนังสือเล่มละ แปดร้อยบาท ส่งทางไปรษณีย์  เลขที่บัญชีโอนเงิน กรุณาสอบถามมาตามหมายเลขโทรศัพท์ 0916626246   หรือ  Line : @lok0426j

11224432 945297835512945 8033809804013701889 n (เชิญสั่งซื้อ) ตำราโหราศาสตร์จีน เล่มแรกในชีวิตผม ชื่อ ชิ้นส่วนสำคัญใน ดวงจีน ที่ขาดหาย

10996528 945297878846274 8655721752846166867 n (เชิญสั่งซื้อ) ตำราโหราศาสตร์จีน เล่มแรกในชีวิตผม ชื่อ ชิ้นส่วนสำคัญใน ดวงจีน ที่ขาดหาย

11216576 945297915512937 443370138047800305 n (เชิญสั่งซื้อ) ตำราโหราศาสตร์จีน เล่มแรกในชีวิตผม ชื่อ ชิ้นส่วนสำคัญใน ดวงจีน ที่ขาดหาย
11263104 945297852179610 349412065124028437 n (เชิญสั่งซื้อ) ตำราโหราศาสตร์จีน เล่มแรกในชีวิตผม ชื่อ ชิ้นส่วนสำคัญใน ดวงจีน ที่ขาดหาย

11330032 945297892179606 7978937115798729074 n (เชิญสั่งซื้อ) ตำราโหราศาสตร์จีน เล่มแรกในชีวิตผม ชื่อ ชิ้นส่วนสำคัญใน ดวงจีน ที่ขาดหาย

กองทุนโหราศาสตร์จีน

578099 529735290450518 34492698 n กองทุนโหราศาสตร์จีน
(อธิบายความ ทานแบ่งออกเป็น อามิสทาน = ให้สิ่งของ ให้ความรู้ หนังสือ สื่อปัญญานอกจากธรรมะ   อภัยทาน= ให้อภัย  และธรรมทาน=ให้ธรรมะเป็นทาน ไม่ว่าทางใด รวมทั้งการให้สื่อ-หนังสือธรรมะด้วยซึ่งเป็นทานอันสูงสุด   อย่าลืมว่า การรักษาศีล ก็ถือเป็นมหาทาน คือได้ทำทานหลายๆอย่างพร้อมๆกัน  ทั้งนี้ ถ้าอยากรู้เรื่องการทำทานที่ถูกต้อง ขอให้อ่านได้จาก หนังสือ วิธีสร้างบุญบารมีฉบับควรอ่าน ที่ทางกองทุนโหราศาสตร์จีนได้จัดพิมพ์เผยแพร่)


ความเป็นมากองทุนโหราศาสตร์จีน

ผมมีความเห็นว่าหลายต่อหลายครั้งที่ผมมีปัญหาหรือมีเรื่องราวอยากขอความช่วยเหลือหลายคนหลายท่านหยิบยื่นน้ำใจและความช่วยเหลือให้แบบที่เราไม่คาดไม่คิดฝัน และเป็นทั้งคนแปลกหน้าและคนไม่แปลกหน้า อาทิ  คนที่มาดูดวงกับผมหลายท่านทราบว่าผมป่วย นอกจากบางท่านจะช่วยแนะนำหมอที่ดีมาให้ พร้อมเบอร์โทรซึ่งหลายหมอเป็นหมอส่วนตัวไม่เปิดเผยชื่อ ท่านก็อนุญาติให้ผมเป็นกรณีพิเศษเนื่องจากคนที่แนะนำผมไปเขารับรองให้  บางท่านแนะนำให้เจอพระดีหมอดี ขนาดให้นอนพักที่บ้านพักส่วนตัว ขับรถพาไปหาพระอาจารย์ดีๆ หมอดีๆหลายครั้งหลายคราส่งยามาให้  บางครั้งรถผมเสียอยู่กลางทางป่าลึก จำได้ว่าครั้งนึงที่ ทางขึ้นเขาที่ จ. เพชรบุรี ทางมืดมาก เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนได้ ไม่เกิน 15 นาที ก็มีคนยอมจอดรถลงมาช่วย โชคดีกว่านั้นคือ เค้าเป็นนายช่างประจำอู่รถด้วย ช่วยซ่อม ช่วยเอายางล้อสำรองมาให้ฟรีๆ แล้วก็ช่วยขับรถนำทางพาไปส่งถึงในเมือง  หรือคราวเกิดอุบัติเหตุมอเตอรไซค์ล้มก็มีคนใจดีขับรถยนต์มาพาไปส่ง รพ เหตุปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผมคิดถึงคำพูดคนไทยที่ว่า อาจเพราะเคยร่วมบุญร่วมกุศลกันมา  เพราะฉะนั้น ณ เวลาในการเกิดเป็นมนุษย์ในชาตินี้ซึ่งผมยังไม่อาจจะแน่ใจได้ว่า ชาติหน้าจะปฏิบัติตัวได้หลุดพ้นไปเลย หรืออาจจะต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก การสั่งสมบารมีที่ทำร่วมกันเพื่อก่อเกิดกัลยาณมิตรหนุนเนื่องกันไปคงเป็นเรื่องดีไม่น้อย

อีกทั้งการทำบุญบางอย่างหากร่วมกันทำแล้วจะเผยแพร่ได้เร็วกว่า เช่น การสร้างหนังสือธรรมะหรือสวดมนต์ไปแจก  เราร่วมทำบุญด้วยกัน พอพิมพ์เสร็จแล้วเราก็เอามาช่วยกันแจก ได้ประสิทธิผลดีกว่าที่ทำเองแล้วต้องไปวุ่นวายหาคนมาช่วยแจก คนที่แจกไปหากไม่เคยร่วมทำกันมาก็อาจจะเห็นคุณค่าบ้างไม่เห็นคุณค่าบ้าง หลายครั้งที่ผมเห็นหนังสือดีๆ ถูกทิ้งไว้ที่ศาลาบ้าง ในโบสถ์บ้าง โดยไม่มีใครหยิบไปอ่านหรือทำอะไร ย่อมไม่เกิดประโยชน์ทั้งสิ้นครับ

นี่เลยเป็นคำตอบว่า ทั้งๆที่ผมก็มีเงินมีทองเพียงพอจะแจกจ่ายหนังสือ หรือสิ่งต่างๆให้แก่คนทั่วไป ทำไมผมจึง ตั้งเป็น กองทุนโหราศาสตร์จีน

 

542842 471870726188994 1820546136 n กองทุนโหราศาสตร์จีน

ชื่อนี้มีความหมาย

ผมตั้งชื่อว่า กองทุนโหราศาสตร์จีน เพื่อระลึกถึงว่า ผมมีวันนี้ มีกัลยาณมิตรดีๆร่วมทำกุศลเหล่านี้ได้ เพราะการเข้ามาศึกษาและใช้วิชาโหราศาสตร์จีนเป็นจุดเริ่มครับ ไม่ได้หมายความว่ากองทุนนี้จะทำเพื่อสนับสนุนด้านการเผยแพร่ความรู้เรื่องโหราศาสตร์จีนอย่างเดียว วัตถุประสงค์หลักที่ตั้งใจเอาไว้มีสามทางครับ
1. เผยแพร่โดย จัดหา จัดพิมพ์ และ แจกฟรี ซึ่งหนังสือ สื่ออื่นๆ เช่น ซีดี ฯลฯ เพื่อการเผยแพร่พระสัทธรรมของพระพุทธเจ้า จากหนังสือที่น่าอ่าน ครูบาอาจารย์ที่น่านับถือซึ่งตัวผมเองและหลายท่านเห็นในประโยชน์และคุณค่าจากการที่ได้อ่านได้ฟังมาแล้ว  ให้แก่คนทั่วไป เด็กและเยาวชน ตลอดจนพระภิกษุสงฆ์ ตามแต่ละประเภทและความเหมาะสม
2. เผยแพร่ความรู้ทาง โหราศาสตร์และวัฒนธรรมจีน แก่บุคคลที่สนใจ ผ่านสื่อต่างๆข้างต้น โดยการกุศลทั้งหมด
3. ช่วยเหลือผู้ป่วยเจ็บพิการ หรือเหตุภัยทางธรรมชาติต่างๆตามแต่จะเห็นควรและมีกำลังทุนทรัพย์เพียงพอ  ทั้งนี้ ในงานที่เกี่ยวกับพระศาสนาด้วย เช่น การถวายหนังสือให้ห้องสมุดวัด การบริจาคแก่ตึกสงฆ์อาพาธ ฯลฯ

ที่นี่เราเน้นสร้างทุนทางสติปัญญา ไม่สร้างทุนทางศรัทธาครับ เพราะคนมีสติปัญญาแล้วจะเกิดศรัทธาตามมาโดยง่าย และคนที่มีปัญญาย่อมสอนคนอื่น บอกต่อคนอื่น ชักชวนแนะนำคนอื่นต่อไป  ที่สำคัญคือทุนทางปัญญา ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ จึงติดตัวไปได้โดยไม่มีโจรภัยไม่เสื่อมสูญ  เราจึงเน้นที่การเผยแพร่ หนังสือ เสียง ผังภาพ และถาวรวัตถุช่วยคนเช่น อารามที่สอนธรรม โรงพยาบาล ไม่สร้างวัตถุที่พิสดารเลิศหรู

ทั้งนี้ จะจัดเป็นโครงการๆ ไป ท่านใดที่อยากจะร่วมเป็นกัลยาณมิตรด้วยกัน ร่วมทำกุศลร่วมกัน ด้านล่างนี้คือ ช่องทางในการร่วมมือกันครับ
ยอดบริจาคจะพยายามอัพเดทให้ทราบทุกเดือนครับ

248079 444379715652743 1859834378 n กองทุนโหราศาสตร์จีน

ยอดบริจาคล่าสุด… ยอดนี้รอเอาไปจ่ายค่าพิมพ์หนังสือ วิธีสร้างบุญบารมีฉบับควรอ่าน จำนวน 18,000 ครับ

จับภาพหน้าจอ 2559 04 26 เวลา 01.17.16 กองทุนโหราศาสตร์จีน

นี่คือ โครงการต่างๆที่พวกเรา (ผม + กัลยาณมิตรหลายท่านที่ไม่ประสงค์ออกนาม) ร่วมกันทำมาครับ  เราสามารถร่วมเป็นกัลยาณมิตรกันได้ด้วยการเป็นทั้งผู้ร่วมให้ คือ ร่วมบริจาคตามปัจจัยที่ท่านมี หรือเพียงร่วมอนุโมทนาในกุศลด้านล่างนี้  และเป็นผู้รับซึ่งวัตถุทานและธรรมทานด้านล่างนี้  เพราะการจะทำทานบารมีได้ ต้องประกอบด้วย ผู้ให้ และผู้รับครับ ผู้รับนั้น สำคัญมาก หากขาดผู้รับก็ย่อมไม่อาจทำทานบารมีได้เต็มที่ ผมเลยไม่อยากให้ท่านคิดว่า ท่านเป็นคนเข้ามาขอ แต่อยากให้มองว่า ท่านเป็นคนที่ให้เกียรติให้โอกาสกองทุนโหราศาสตร์จีนของเราได้ร่วมเป็นกัลยาณมิตร ก่อกุศลทานร่วมกันนะครับ  ไม่ว่าจะรับไปเป็นประโยชน์แก่ตนเองหรือร่วมเผยแพร่ก็ตามครับ  จึงขอกราบขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

**ผู้ใดต้องการทุนทรัพย์ หรือ ต้องการหนังสือ สื่อธรรมะ อื่นๆนอกจากที่ กองทุนฯ ได้นำเสนอแจกไป  เพื่อมอบแก่โรงเรียนของท่านเอง วัด-ศาสนสถานของท่านเอง สามารถติดต่อมาหาผมได้โดยตรง เพื่อพิจารณาทำเป็นโครงการช่วยเหลือท่านอีกแรงหนึ่งครับ

คำถามว่าทำไมต้องหาทุนพิมพ์เป็นหนังสือ ที่จริงก็แจกเป็นไฟล์ได้ ง่ายและสะดวกดี คำตอบคือ คนอีกครึ่งประเทศเราไม่ได้ใช้อินเตอร์เนตนะครับ

infographic0 กองทุนโหราศาสตร์จีน

สามารถติดตามการเผยแพร่สื่อต่างๆของกองทุนได้ที่
1.เวปไซต์ www.chinese-horo.com แห่งนี้

2. แฟนเพจ ช่วยไปกดไลค์ เพื่อเวลาแจ้งบอกข่าวจะได้เด้งขึ้นในหน้าอัพเดทของท่าน
images กองทุนโหราศาสตร์จีน

3.Group ใน facebook เพื่อเผยแพร่สื่อทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ ที่ท่านสามารถคลิกเข้าไปอ่านได้เลย
facebook กองทุนโหราศาสตร์จีน

ผลงานที่ผ่านมาของกองทุนโหราศาสตร์จีน
ถ้าอยากทราบ ลองหาอ่านได้ตามช่องทางด้านบนที่ระบุไว้ครับ หรือโทรมาสอบถามผมได้ที่หมายเลข    ผมจะเล่าให้ฟัง ไม่อยากจะเขียนลงในนี้เนื่องจากจะดูเหมือนอวดอ้างความดีที่ตนเองทำ 

เบญจธาตุ (ธาตุทั้งห้า) ตกลงว่า ก่อเกิด กำเนิด หรือ แค่หนุน

249px 五行生克图 เบญจธาตุ (ธาตุทั้งห้า) ตกลงว่า ก่อเกิด กำเนิด หรือ แค่หนุน

● 生
shēng ㄕㄥˉ

1. 一切可以发育的物体在一定条件下具有了最初的体积和重量,并能发展长大:诞~。滋~。~长。
2. 造出:~产。
3. 活的,有活力的:~存。~命。~物。~机。出~入死。舍~取义。
4. 有生命的东西的简称:众~。丧~。卫~。
5. 生活,维持生活的:~计。~意。
6. 整个生活阶段:一~。平~。今~。
7. 发出,起动:~病。~气。~效。~花之笔。谈笑风~。
8. 使燃料燃烧起来:~火。
9. 植物果实不成熟:~瓜。
10. 未经烧煮或未烧煮熟的:~饭。~水。
11. 不熟悉的,不常见的:~疏。~客。~字。陌~。
12. 不熟练的:~手。
13. 未经炼制的。~铁。
14. 硬:态度~硬。~吞活剥。
15. 甚,深:~怕。~疼。
16. 正在学习的人:学~。门~。
17. 有学问或有专业知识的人:儒~。医~。
18. 传统戏剧里扮演男子的角色:小~。老~。武~。
19. 词尾:好~休养。
20. 姓。

ความหมายของคำว่า เซิง ที่หลายท่านมักใช้ไปแปล เรื่อง ฮวงจุ้ย ก็ดี เรื่อง โหราศาสตร์จีน ก็ดี
ความจริงมีอยู่ทั้งหมด ยี่สิบ ความหมาย

一切可以发育的物体在一定条件下具有了最初的体积和重量,并能发展长大:
ความหมายที่หนึ่ง เป็นความหมายหลักของคำๆนี้ ซึ่งแปลเป็นไทยว่า จุด หรือ ปัจจัย หรือ ลักษณะของการที่ สิ่งซึ่งมีพื้นฐาน สามารถเติบโตได้ เจริญได้ มีพลังพื้นฐาน หรือแรงส่งพื้นฐาน หรือการก่อรูปร่างพื้นฐาน ที่สามารถพัฒนาได้ ที่สามารถเจริญได้ต่อไป ซึ่งหากจะแปลสั้นๆแปลว่า หนุนส่ง เช่น ธาตุไม้ ไม่ได้ คลอด หรือ ให้กำเนิด ไฟ ออกมา แต่ไม้เป็นปัจจัย ในการทำให้ ไฟลุกขึ้น เจริญขึ้น หรือเป็นเชื้อไฟ ทองก็ไม่ได้ก่อเกิด น้ำตามที่แปลกันเพี้ยนๆเป็นภาษาไทย แต่ว่า ทอง หนุน ไม้ ทั้งนี้ลองศึกษาจากบริบทตำราเก่าๆของจีน จะพบว่า ไม่ได้ใช้คำว่า เซิง ในความหมายว่า ก่อเกิด หรือทำให้เกิด แต่ใช้ในความหมายของ ความเป็น ปัจจัย ที่ไปกระตุ้น เพราะถ้าเราเรียนเรื่องความสัมพันธ์อวัยวะของจีน เราจะพบว่า ปอด ไม่ได้ สร้าง ไต ซึ่ง ปอดเป็นทอง ไตเป็นน้ำ ตามหลักปรัชญาจีน แต่การทำงานของปอด ส่งผลต่อไต ต่างหาก แบบนี้เป็นเบื้องต้นคร่าวๆ ผมเน้นย้ำเสมอถึงการที่ต้อง แปลภาษา ให้ถูกต้องตามหลักความหมาย ทั้งนี้ลำพังไม่ใช่แค่เปิด พจนานุกรมจีน ไทย แล้วจะแปลออกได้ คำบางคำในภาษาจีน มีความลึกซึ้งและกว้างขวางยิ่งนัก

造出:~产。
เป็นความหมายที่สอง ข้างต้น ที่แปลว่า กำเนิด เกิด สร้างออกมา ทำออกมา

เคย ดูดวง กับ ซินแสหลัว ปีที่แล้วค่ะ

13938031 1239414686101257 553246419642883212 o เคย ดูดวง กับ ซินแสหลัว ปีที่แล้วค่ะ

ไม่ว่าจะเป็น โหราศาสตร์จีน หรือ แพทย์แผนจีน ไม่ใช่ว่า ดูไปครั้งเดียว ทำตามคำแนะนำแล้วได้ผลตามนั้น มันจะดีตลอดไปชั่วชีวิตนะครับ เพราะชีวิตคนเราย่อมมีการเปลี่ยนแปลง การดูดวงจีนตำรานี้ก็เหมือนการจ่ายยา ถามว่า จ่ายอีกทีเมื่อไหร่ ก็เมื่อมีปัญหาครับ บริบทชีวิตเปลี่ยน ชะตาย่อมเปลี่ยน ปัญหาย่อมเปลี่ยนไป ทางแก้ก็ย่อมเปลี่ยนไป แต่โดยปกติ ผมจะไม่ค่อยทำนายอนาคตยาวไกลมากไปหลายปี เพราะจังหวะชีวิตคนเราระหว่างปี มีอะไรมาเปลี่ยนมาแปลงมากมายนัก

ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน
จะสุขจะทุกข์เศร้าหรือเบิกบาน อยู่ที่พร้อมทำงานให้สมค่าความเป็นคน คือยืดอกรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ดูดวงจีนเป็นการจัดการบริหารกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช่ว่า ดูแล้วทำตามจะดวงดีไม่มีตก ตก ครับ แต่กระเทือนมากหรือน้อย เบาหรือหนัก เตรียมรับมืออย่างไร ดีก็เหมือนกัน เพื่อให้ทราบว่า โชคดีมาตอนไหน โอกาสจะมาต้องรีบเตรียมอะไรรองรับ

คำถามที่ชอบถามกันมาบ่อยมากเมื่อ ดูดวง กับผมจบคือ อีกนานแค่ไหนถึงจะต้องดูอีก ต้องดูทุกปีไหม ชีวิตเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ ผมตอบไปว่า ดูเมื่อเปลี่ยนครับ ตัวเราเปลี่ยนใจเราเปลี่ยน หรือคนรอบข้างเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแล้วมันกระทบสำคัญ เราก็มาดู ถามว่ามันเปลี่ยนทีนึงใช้กินเวลานานแค่ไหน ผมตอบว่า ชั่วลมหายใจครับ จากมีชีวิตตอนหายใจเข้ารอบนี้ จะแน่ใจได้ไงว่าพอหายใจออกแล้วจะมีชีวิตได้หายใจเข้าอีกรอบ ดวงเปลี่ยนทุกชั่วลมหายใจ แต่เราเลือกเฉพาะ สำคัญๆ ที่กระทบกระเทือนเยอะๆ ไม่ใช่ดูจนเป็นอาจิณ อย่าเชื่อใจหมอดู จนลืม เชื่อใจตัวเอง

ซินแสหลัว

ตำรา ปากว้า มีหลายแบบ บทความก็มีเยอะ ควรศึกษาแยกแยะ

13775887 323585474642394 8672752070563470697 n ตำรา ปากว้า มีหลายแบบ บทความก็มีเยอะ ควรศึกษาแยกแยะ

หลายครั้งแนะนำให้อ่านตำราเก่า ตำราโบราณ ในการศึกษาวิชาดวงจีน ทั้งนี้เพื่อเป็นการปรับให้ความรู้พื้นฐานของตนที่มีแน่นเสียก่อน แล้วเวลาอ่านตำราใหม่ๆที่แต่งปัจจุบันสมัย จะได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมขึ้นมาได้ว่าพิจารณาแล้วมีความถูกต้องเหมาะสมมากน้อยเพียงไร พูดง่ายๆว่า ขอให้เรามีคลังความรู้ในตัวเองระดับนึงเสียก่อน จึงจะวิเคราะห์ได้ว่าข้อความหรือความรุ้ใหม่ๆที่ได้มานั้น น่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ซึ่งนี่เป็นคำถามสำคัญที่คนเรียน ดวงจีน หรือ ฮวงจุ้ย มักตั้งคำถามกันว่า ตำราที่มีในมือนั้น มีความน่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงไร

ยกตัวอย่างเช่นตำราข้างล่างนี้ กล่าวถึง ปากว้า 八卦 เทียบกับร่างกายคน ซึ่งมีคำกล่าวว่า เหรินเซิงเสี่ยวอวี่โจ้ว แปลว่า อันว่าร่างกายคนนั้นก็คือจักรวาลที่ย่อส่วนลงมา ปวงปรัชญาจีนเชื่อว่า ปากว้า หรือ โป๊ยข่วย เป็นสัญลักษณ์บอกและแสดงความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งในธรรมชาติผ่านเครื่องหมายที่มีสืบต่อมาแต่ครั้งบรรพกาลในสมัยที่คนเรายังเขียนตัวหนังสือไม่เป็นเสียด้วยซ้ำ แต่ที่ผมกล่าวว่านี่เป็นตำราแต่งใหม่ เนื่องจาก ธาตุของแต่ละกว้ามีกำกับเอาไว้ ทั้งนี้การอธิบายข้างล่างนี้เป็นการอธิบายในเชิงให้เห็นความสำคัญของหน้าที่การทำงานของแต่ละชิ้นส่วนอวัยวะร่างกายตามแต่ละ กว้า โดยยกเพียงความหมายโดยนัย ความหมายใด ความหมายหนึ่งออกมากล่าวเท่านั้น เช่น กว้าเฉียน หมายถึง หัว กระดูก ปอด (ที่หมายถึงกระดูก และปอด เพราะเป็นโครงร่างค้ำจุนร่างกายคน คือ โครงกระดูก และเป็นโครงร่างคุ้มครองกายคน คือ ปอด และชี่ ซึ่งทั้งสองเป็นความหมายของ ธาตุทอง โดยที่เฉียน ในความหมายโดยนัย ห้าธาตุ ก็คือ ธาตุทอง) จริงๆตำรา ตี้หลี่เปี้ยนเจิ้ง ได้อธิบายเรื่องโฮ่วเทียนปากว้าและลักษณะประจำธาตุของแต่ละกว้าว่า มาจากดวงดาวบนท้องฟ้าทั้งหมด ห้าดวง ได้ทั้งหมด ห้าธาตุ มาประกอบกันตามความหมายของ ปากว้า บนฟ้ามีห้าดวงดาว บนดินมีห้าขุนเขา ห้าแม่น้ำ สรรพสิ่งบนโลกประกอบมีปากว้า
ตุ้ย ปาก ลิ้น
หลี นัยตา หัวใจ ซ่างเจียว
เจิ้น เท้า ตับ ผม
ซวิ่น มือ ชี่
ขั่น หู เลือด ไต
เกิ้น จมูก นิ้วชี้ หลัง
คุน ท้อง พุง
ความหมายตามลำดับก็มีดังนี้ แต่หากอยากศึกษาเพิ่มเติม ผมได้แปลความหมายเป็นตารางเอาไว้ แยกต่างหาก ลองหาอ่านได้จากเวปไซต์ครับ
八卦

人的身体上也有八卦图

一、乾为首。以人体来说,乾卦代表头,因为乾为天、为上、为君,乾代表尊贵,代表首领。
ปากว้า ที่ หนึ่ง เฉียน คือหัว คือเริมต้น คือจุดเริ่ม คือข้างบน คือเจ้าแห่งกาย (ศูนย์สั่งการ)แต่ก็มีข้อคิดว่า จริงๆแล้ว พุทธ และ แพทย์แผนจีนเห็นตรงกัน ให้หัวใจเป็น จวิน หรือ เจ้าแห่งกายทั้งปวง เพราะเป็นตัวสูบฉีดเลือด และในพระอภิธรรมกล่าวว่า จิตใจ อยู่ที่ หทยวัตถุ มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ เป็นตัวควบคุมความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงก่อนส่งไปยังสมองอีกทีหนึ่ง พุทธศาสนาไม่ได้เชื่อว่าศูนย์กลางการควบคุมความคิดความรู้สึกของคนเราอยู่ที่หัว หากอยู่บริเวณใจ สมองเป็นแค่ที่ทำงานของจิตใจหรือตัวรับรู้เท่านั้น
人的头部位于最上方,头是人体最尊贵的部分,如首脑、首长、首领等词语都是受人体头部的启发而来的。所以乾卦代表人的头。
ส่วนหัวของคนถือเป็นส่วนบนสุดของร่างกาย หัวเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากของร่างกาย เพราะเป็นที่เก็บของสมอง ดังมีความหมายของคำว่า โส่ว มากมายที่สื่อถึงความหมายโดยนัยของสมอง หรือศูนย์การทำงานหลัก เช่น โสวหน่าว首脑、โสวจ่าง首长、โสวหลิ่ง首领  (แปลว่า หัวหน้า หรือผู้รับผิดชอบหลัก)

二、坤为腹。坤为肚子。肚子是装东西的。坤代表大地,它幅员辽阔,能够承载万物。
ปากว้า ที่ สอง คุน คุน หมายถึง พุง หรือ ท้อง ท้องเพื่อรองรับอาหารต่างๆที่เข้าสู่ร่างกาย ในที่นี้ ตามความหมายปากว้า คุน หมายถึง ผืนปฐพีอันกว้างใหญ่ เป็นตัวแทนความไพศาลอาณาเขตกว้างขวาง รองรับสรรพสิ่งไว้ 用人的腹来代表坤卦,是警示人们要有大地一样宽广的胸襟,要能够胸育万物,要能够容纳百川。 ท้องหรือพุงของคนเรา เลยเป็น กว้า คุน คือเปรียบเหมือนความไพศาลของปฐพี หรือธาตุดินที่คอยรองรับแปรสภาพส่ิงต่างๆ ให้ได้เจริญเติบโต และกักเก็บ เป็นพื้นเป็นฐานของสารอาหารต่างๆ เหมือนผืนดินที่รองรับสายน้ำ ทวีป แผ่นดินโลก

三、震为足。震为动,而足是走路的。阳爻主动,阴爻主静。震卦初爻为阳爻,二三爻为阴爻。
人们要用下边的脚走路走动。所以用脚来代表震卦的特性。
ปากว้า ที่ สาม เจิ้น หมายถึง เท้า เจิ้น คือการเคลื่อนไหว เท้าก็มีไว้เพื่อการเคลื่อนที่ของร่างกาย ในสัญลักษณ์ ปากว้า จะมีขีดที่แตกต่างกันเพื่อแทน ยินหยาง สองลักษณะ คือ ขีดเต็มแทนด้วยหยาง ขีดที่แหว่งตรงกลางแทนด้วยหยิน ในที่นี้ หยาง หมายถึงการเคลื่อนไหว หยิน หมายถึงการหยุดนิ่ง หนึ่ง กว้า เป็นสัญลักษณ์ที่ประกอบด้วย ขีดดังกล่าวที่ว่ามาต่างๆลักษณะกัน มีทั้งหมด 8 แบบ เรียก ปากว้า และแต่ละแบบมี สามเส้น(ยิน-หยาง ไม่เหมือนกัน) เรียกแต่ละเส้นว่า เหยา โดยที่ เหยาแรกของ กว้า เจิ้น เป็นเส้นเต็มไม่มีแหว่งกลาง หรือ เรียกว่า หยางเหยา เหยาที่สองและสาม เป็นหยิน คนเราต้องใช้เท้าในการเคลื่อนที่เดินเหิน เลยให้ กว้า เจิ้น เป็นตัวแทนของ ขา หรือ เท้า ดังจะเห็นได้ว่า เป็นการมุ่งเน้นเค้นเอาแต่ละคุณลักษณะที่จะเอามาประกอบเสริมเข้ากับคำอธิบายออกมา ให้เห็นภาพ เพราะตรงนี้จู่ๆก็กล่าวเรืองเหยา ขึ้นมา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้สองกว้าไม่ได้พูดถึงเหยาในกว้าแต่ประการใด

四、巽为股。股是大腿,自膝盖以上至大腿根部为“股”。大腿是人最有力的地方。巽为入,我们要进入一个高深的境界,进入某一个领域,就必须要投入大的精力,所以用股表示巽卦的德性。
ปากว้า  ที่ สี่ ซวิ่น ซวิ่นหมายถึง น่อง น่องและต้นขาเป็นจุดที่มีความแข็งแรงยืนหยัดจุดหนึ่งของร่างกายคนเรา ซวิ่น เป็นกว้ามีนัยหมายถึง การเข้าไป การเข้าสู่สังคมใหม่ๆ การยกระดับตนเอง การก้าวขึ้นไป ซึ่งเราต้องใช้ขาในการก้าว ก็เลยให้เป็นกว้า ซวิ่น

五、坎为耳。坎为水,水在人体内部代表肾脏,而肾脏开窍于耳,所以坎为耳。坎卦的中间一爻为阳爻,上下爻为阴爻,代表黑暗中的光亮,所以坎也代表聪明智慧之水。
我们常说“耳聪目明”一词,耳朵能听得清楚、听得明白,一个人肾水旺盛,就会耳聪目明。
ปากว้า ที่ ห้า ขั่น ขั่นหมายถึงสายน้ำ หรือ ธาตุน้ำ ธาตุน้ำในร่างกายคนเราหมายถึง ไต และ หู สองอวัยวะนี้มีความสัมพันธ์กัน จำกันง่ายๆว่า ลักษณะของ กว้า นี้ เหยา ตรงกลางเป็นหยาง ขนาบบนล่างเป็น หยิน เปรียบเหมือนแสงสว่างในที่มืด ดังนั้น กว้านี้จึงเปรียบได้กับ ความฉลาดของธาตุน้ำ

六、离为目离。代表太阳,能给世间带来一切光明,而人的眼睛能够洞察天地万物,所以用离卦代表人的眼睛
ปากว้า ที่ หก หลี หลี เป็นกว้าตัวแทนของ ดวงตา หรือ พระอาทิตย์ ที่ส่องแสงสว่างให้แก่โลก เปรียบดั่งตาคนที่คอยฉายภาพสอดส่องตรวจตราสรรพสิ่ง (แต่ส่องไม่เห็นดวงตาตัวเอง) ดังนั้น หลี กว้านี้ เลยแทนด้วย ดวงตา

七、艮为手。艮代表手。从卦象上说,上爻为阳爻,下两爻为阴爻,它的形状如同一个人在用两只手做俯卧撑,所以艮卦代表手。
ปากว้า ที่ เจ็ด เกิ้น เกิ้น เป็นตัวแทนของ มือ จำง่ายๆว่า กว้านี้คล้ายลักษณะคนกำลังใช้แขนสองข้าง ดันพื้น เพราะด้านบนสุดเป็นหยางเหยา สองเหยาล่าง เป็น ยินเหยา

八、兑为口-兑卦在自然界代表湖海,为平地上的缺口。人最大的缺口就是嘴。
兑卦的特性为喜悦,而人在高兴地时候往往会夸夸其谈。所以用口来代表兑卦的德性。
ปากว้า ที่ แปด ตุ้ย ตุ้ยหมายถึง ปาก เพราะตุ้ยในความหมายปากว้า แทนด้วย ทะเลสาบ ห้วยหนอง เป็นแอ่งที่ลุ่มของที่ราบพื้นโลก ร่างกายคนมีจุดที่เว้า ที่ลุ่มลงไปที่สุดก็คือ ปาก นัยยะของกว้านี้แทนด้วย ความสุขเปรมปรีดิ์ เหมือนปากคนที่จะพูดมากเวลามีความสุข …

จากที่อ่านแล้วสรุปได้ว่า บทความนี้เป็นการยกตัวอย่างขึ้นมาเปรียบเปรยให้จำแต่ละ กว้า ได้ และเข้าใจบทบาทอย่างคร่าวๆ ไม่ใช่มุ่งหมายอธิบายขยายความความหมายของ กว้า นี่คือจุดสำคัญที่อยากมุ่งเน้นว่า เวลา อ่านหรือศึกษาตำรา ต้องตีความให้ออกว่า ตำรานั้นๆ หรือบทความนั้นๆ ผู้เขียนต้องการเขียนเพื่ออะไร และเพื่อให้ใครอ่านจะได้ไม่ไขว้เขวว่า ตำรานึงว่าซ้าย ตำรานึงว่า ขวา จะเชื่อใครดี ตำราจีนพื้นฐานจริงๆล้วนมีพื้นฐานเดียว แต่ผ่านกาลเวลาและการแต่งเติมมา บางทีก็เลยเหมือนกับว่าแย้งเยื้องกันไป หากเข้าใจหลักการจะเข้าใจว่า เป็นอันเดียวกัน ดุจตาบอดคลำช้าง
ทั้งนี้ หากมีความรู้พื้นฐานเรื่อง ห้าธาตุ ก็สามารถนำ แต่ละกว้า ไปโยงกับความหมายแต่ละ ธาตุ ในห้าธาตุ แล้วโยงกับความหมายอวัยวะร่างกาย เส้นลมปราณ ตามแต่ละธาตุได้ต่อไป ทั้งนี้ นอกจากบทสรุปอวัยวะตามลักษณะความหมายของ กว้า แล้ว บางตำรายังมีแบ่ง กว้า เป็นแต่ละส่วนของร่างกาย ตามภาพที่ผมวาดเอาไว้

 

ซินแสหลัว

เทศกาลกินเจ ห้ามกินใบยาสูบ ??!!

14276991901427699213l 2 เทศกาลกินเจ ห้ามกินใบยาสูบ ??!!

ช่วงที่คนไทยนับวันยิ่งฮิต กินเจ กันมากขึ้นๆหนะนะ ยิ่งปีนี้ นายกฯ ท่านออกข่าวว่า เชิญชวนให้กินกันด้วย หลายคนไม่เคยกินก็ต้องค้นหาข้อมูลว่า เขากินเจกันอย่างไร และเวปไซต์ต่างๆก็พยายามนำเสมอบทความเรื่องกินเจ ผมก็พอตามอ่านบ้าง เพราะชอบหาความรู้เผื่อเจอบทความใหม่ๆน่าสนใจ ทีนี้เราก็ไปอ่านสะดุดทุกที ตรงคำว่า ผักฉุนห้าอย่าง ที่คนกินเจห้ามทาน หนึ่งในนั้นคือ ยาสูบ ? ห๊ะ ยาสูบ กินเจ ห้าม ใบยาสูบ งั้นแปลว่า ปรกติ คนจีนเอา ยาสูบ มากินงั้นเหรอ โชคดีที่มีพี่ที่รู้จักท่านนึงเขียนบทความดีๆไว้ เฟสท่านชื่อ /amaresh.kalaputtra เรียบเรียงรวบรวมเอาไว้ดีมากๆ ว่า
ที่ท่านเคยได้ยินมาว่าผักต้องห้ามนั้นจะมีใบยาสูบ ด้วยนั้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะในภาษาจีนแต้จิ๋วจะเรียกต้นยาสูบว่า “ฮุงไฉ่ (煙菜)”
แต่มีพืชผักชนิดหนึ่งตามคัมภีร์ยื่อเงี่ยเก็ง ที่กล่าวไว้ว่าควรงดบริโภคในเทศกาลกินเจ คือ “ฮุ้งไฉ่ (蕓菜)” ที่หมายถึงต้นมัสตาร์ด
แล้วเมื่อคนไทยหรือคนจีนบางท่านที่เกิดในประเทศไทยเรารุ่นหลังได้ยินคำว่า “ฮุ้งไฉ่ (蕓菜)” ก็อาจจะฟังเพี้ยนไปว่าเป็น “ฮุงไฉ่ (煙菜)”
ก็เลยทำให้เกิดความเข้าใจผิด แล้วนำไปสื่อสารกันต่อว่าพืชผักต้องห้ามในการถือศีลกินเจนั้นมีต้นยาสูบด้วย ซึ่งความจริงแล้วต้นยาสูบนั้นเราก็ไม่ค่อยจะนำมารับประทานเป็นกับข้าวอยู่แล้ว แต่จะใช้ใบของมันมาทำยาสูบหรือบุหรี่เพียงอย่างเดียว
ดังนั้นจึงต้องเข้าใจกันใหม่ให้ถูกต้องว่าพืชผักที่ควรงดบริโภคในช่วงกินเจตามคัมภีร์ยื่อเงี่ยเก็ง คือ ต้นมัสตาร์ด และไม่ใช่ต้นยาสูบอย่างที่เข้าใจนะครับ
แต่อย่างไรก็ดี ใบยาสูบหรือบุหรี่ (煙) นั้นก็ถือว่าเป็นของต้องห้ามของการถือศีล 8 ในข้อที่ 5 ว่าด้วยการพึงงดเสพสุราเมรัยและสิ่งเสพติดมึนเมาอยู่แล้ว จึงไม่ต้องนำมากล่าวอีกว่าเป็นสิ่งที่ควรงดหรือไม่ในช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งในความรู้ที่ผมรู้มา แพ้แต่ ชา กาแฟ ที่ท่านกินจนติดจนขาดไม่ได้ เช้าไหนมาเข้าที่ทำงานต้องกิน ก็เข้าข่าย สิ่งเสพย์ติดแล้วเหมือนกันนะครับ ถ้าจะเอาศีล 5 แบบละเอียดๆจริงๆ
一餐吃齋 萬靈超生
เป็นคำที่คนไทยเรานิยมนำมาพูดในช่วงเทศกาลประเพณีกินเจว่า “หนึ่งมื้อกินเจ หมื่นชีวิตรอดตาย” ภาษาจีนแต้จิ๋ว อ่านว่า “อิกชังหงึกแจ บ่วงเล้งเถี่ยวแซ” ภาษาจีนกลาง อ่านว่า “อีชานชือไจ ว่านหลิงเชาเซวิง”
โดยถ้าแปลแยกคำเป็นภาษาไทยแล้ว แต่ละคำจะมีความหมายดังนี้ คือ :-
一 (yi1 ภาษาจีนกลาง : อี และ ภาษาจีนแต้จิ๋ว : เจ้กหรืออิก) หมายถึง หนึ่ง, ทั้งหมด, ทั้งปวง, ประเดี๋ยวเดียว, เมื่อ, ที่หนึ่ง, อย่างเดียว, เดียว
餐 (can1 ภาษาจีนกลาง : ชาน และ ภาษาจีนแต้จิ๋ว : ชัง) หมายถึง รับประทาน, กินอาหาร, มื้อ (อาหาร)
吃 (chi1 ภาษาจีนกลาง : ชือ และ ภาษาจีนแต้จิ๋ว : หงึก) หมายถึง กิน, รับประทานอาหาร, เสพ, สูบ, ดูด
齋 หรือ 斋 (zhai1 ภาษาจีนกลาง : ไจ และ ภาษาจีนแต้จิ๋ว : แจ) หมายถึง ตักบาตร, ให้ทาน, ถวายแด่พระ, กล่อมเกลาจิตใจ, อาหารเจ
萬 หรือ 万 (wan4 ภาษาจีนกลาง : อว้วนหรือว่าน และ ภาษาจีนแต้จิ๋ว : บ้วงหรือบ่วง) หมายถึง หนึ่งหมื่น, อย่างยิ่ง, เหลือเกิน, ทุกสิ่ง, ใช้บรรยายถึงความมากมาย
靈 หรือ 灵 (ling2 ภาษาจีนกลาง : หลิง และ ภาษาจีนแต้จิ๋ว : เล้ง) หมายถึง ประเสริฐเลิศล้ำ, เกิดผล, มีผล, มีประสิทธิผล, มีสรรพคุณ, ได้ผล, บุคคลที่ได้สิ้นชีวิตไปแล้ว, เฉียบไว, ว่องไว, ปราดเปรียว
超 (chao1 ภาษาจีนกลาง : เชา และ ภาษาจีนแต้จิ๋ว : เถี่ยว) หมายถึง กระโดด, ข้าม, เกิน, ยอดเยี่ยม, เลิศล้ำ, เหนือกว่า, พิเศษ
生 (sheng1 ภาษาจีนกลาง : เซวิงหรือเซิง และ ภาษาจีนแต้จิ๋ว : แซ) หมายถึง มีชีวิตอยู่, ดำรงชีวิตอยู่, สิ่งที่มีชีวิต, อาชีพ, การทำมาหากิน, วิถีชีวิต, เกิด, คลอด, เจริญเติบโต, งอกเงย, เพิ่มพูน
เทศกาลกินเจ หรือ เจี้ยะแจโจ้ยะ (食齋節) หรือ เจี้ยะแจโจ้ยะ (食菜節) คำๆ นี้มีความหมาย
คำว่า “เจี้ยะ (食)” จะหมายถึง การกิน, การรับประทานอาหาร, อาหารการกิน (โดยคนไทยมักนิยมออกเสียงว่า “เจี๊ยะ”)
คำว่า “แจ (齋)” จะหมายถึง การทำบุญตักบาตร, การถวายอาหารแด่พระหรือเทพเจ้า, การให้ทาน, การขัดเกลากายวาจาใจให้สะอาดบริสุทธิ์ (โดยคนไทยมักนิยมออกเสียงว่า “เจ”)
คำว่า “ไฉ่ (菜)” จะหมายถึง ผัก หรืออีกนัยหนึ่งจะหมายถึงอาหารที่เกิดจากต้นพืชด้วย (โดยคนไทยมักนิยมออกเสียงว่า “ฉ่าย”)
คำว่า “โจ้ยะ (節)” จะหมายถึง เทศกาล, ประเพณี, พิธีกรรมที่ถูกกำหนดไว้ในแต่ละฤดู (โดยคนไทยมักจะออกเสียงว่า “โจ่ย”)
อันเทศกาลกินเจนี้มีมาช้านานแล้วในประเทศจีน เป็นประเพณีเก่าแก่ของทางลัทธิเต๋า (ออกเสียงว่า “เต้า” ในภาษาจีนกลาง) ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “ประเพณีกินผัก หรือ เจี้ยะไฉโจ้ยะ (食菜節)”
โดยจะเริ่มเทศกาลประเพณีกินเจหรือเริ่มการถือศีลกินผักกันอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 เดือน 9 (九月初二日) ถึงวันที่ 9 เดือน 9 (九月初九日) รวม 9 วัน 9 คืนของทุกปีทางจันทรคติจีน
อันคำว่า “แจ (齋)” นั้นยังมีความหมายลึกซึ้งกว่าที่กล่าวมาข้างต้น โดยยังจะกินความลงไปถึง การให้ทานแก่ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก, การบริจาคช่วยเหลือผู้ที่สมควรให้ความช่วยเหลือ, การกล่อมเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง, การกระทำด้วยสัมมาทิฏฐิเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาหรือถวายแด่เทพเจ้า และยังหมายถึงการบริโภคแต่อาหารเจหรืออาหารที่ไม่มีเนื้อหรือสิ่งอันเกิดจากสัตว์เจือปนในอาหารนั้น
ซึ่งจะพบคำว่า “แจ (齋)” ในหลักฐานเอกสารทางประวัติศาสตร์เก่าแก่ของทางลัทธิเต๋า หรือ เต๋าก่า (道教) และลัทธิหยู หรือ ยู่ก่า (儒教) อยู่มากมากหลายฉบับ อาทิเช่น
- หนังสือบันทึกพิธีการและขนบธรรมเนียมประเพณี หรือ ลี่กี่ (禮記)
- หนังสือบันทึกการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงในราชวงศ์จิว หรือ จิวอี๋ (賙易)
- หนังสือจดหมายเหตุราชวงศ์จิว หรือ อิ้กจิวจือ (逸賙書)
- หนังสือศาสตร์แห่งวิทยาการการเปลี่ยนแปลง หรือ อี๋เก็ง (易經)
- หนังสือรวบรวมแนวปรัชญาคำสอนของเม่งจื้อ หรือ เหมงจื้อกี่ (孟子記)
นอกจากนี้แล้วยังมีเอกสารและตำนานที่เกี่ยวข้องกับการกินเจปรากฏอยู่อีกมากมายหลายเรื่องหลายตำนาน ทั้งของทางลัทธิเต๋าและของทางพระพุทธศาสนานิกายมหายานของจีน
ที่มาของตัวอักษรคำว่า “แจ (齋)”
นั้นพัฒนามาจากตัวอักษร “ชี้ (齊)” ที่แปลว่า ครบถ้วนบริบูรณ์, พร้อมสรรพ, สม่ำเสมอ, เรียบร้อย
แล้วเพิ่มคำว่า “เซี่ยว (小)” ที่แปลว่า เล็กหรือน้อย ลงข้างล่าง
จนเกิดเป็นคำว่า “สี่ (示)” ที่แปลว่า การแสดงออก, แสดงให้ปรากฏเห็นแก่สายตาคน ขึ้นมาอีกคำอยู่ภายใต้อักษร “齊”
จึงตีความหมายได้เป็น 2 นัยยะว่า หมายถึง การประกอบกรรมดีให้ครบถ้วนบริบูรณ์ในช่วงระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่ง (齊 + 小) กับการประกอบกรรมดีให้เห็นประจักษ์เป็นรูปประธรรม (齊 + 示) นั่นเอง
ดังนั้นคำว่า “แจ (齋)” จึงมีความหมายโดยรวมว่า การประกอบกรรมดีให้ถึงพร้อมทั้งกาย วาจาและใจ
อีกทั้งยังสอดคล้องกับคำว่า “แจเจี่ยว (齋醮)” ซึ่งย่อมาจากคำว่า “ก้งแจเจี่ยวซิ้ง (供齋醮神)” ที่หมายถึง “การประกอบพิธีกรรมสักการะบูชาถวายแด่เทพเจ้า ด้วยกาย วาจาและใจให้เป็นที่ประจักษ์แจ้ง”
แล้วต่อมาก็พัฒนาเป็นคำว่า “แจไก่ (齋戒)” อันหมายถึง “การทำความดีถวายเป็นพุทธบูชาหรือแด่เทพเจ้าด้วยการอดกลั้นระงับไม่ทำในสิ่งที่ผิดหลักคำสอนในศาสนาและการงดละเลิกสิ่งเสพติดทั้งมวล” นั่นเอง
คำว่า “แจ (齋)” ในกับความหมายทางพระพุทธศาสนานิกายมหายาน
เมื่อพระพุทธศาสนานิกายมหายานได้เผยแผ่มาสู่ประเทศจีน ซึ่งเดิมนับถือลัทธิเต๋า (เหล่าจื้อ) และลัทธิยู่ (ขงจื้อ) อยู่ แต่ในหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาหรือพระไตรปิฎกที่เข้าสู่จีนนั้นก็มีเรื่องเกี่ยวกับศีลเข้ามาด้วย โดยเฉพาะ “ศีลแปด หรือ อุโบสถศีล” อันเป็นศีลที่ควรประพฤติปฏิบัติของอุบาสกอุบาสิกา ผู้ยังบริโภคกามอยู่ทั่วไปนั่นเอง
ครั้นเมื่อพระไตรปิฎกในภาษาสันสกฤต (แตกต่างกับของทางเถรวาทที่ยึดพระไตรปิฎกภาษาบาลี) ได้เข้าสู่ประเทศจีนแล้ว ชาวจีนก็ได้แปลพระไตรปิฎกนั้นออกมาเป็นภาษาจีนเพื่อง่ายแก่การสอนและการจดจำ
แล้วศีลแปดหรือศีลอุโบสถก็ถูกแปลหรือถอดความออกมาเป็นคำว่า “โป่ยกวงแจไก่ (八關齋戒)” ซึ่งแปลว่า “ศีลเบื้องต้นที่เป็นดั่งการปิดประตูป้องกันกิเลส แล้วจะนำเราไปสู่การขัดเกลาจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์” หรือแปลง่ายๆ สั้นๆ ว่า “ศีลบริสุทธิ์แปดประการ” นั่นเอง ซึ่งก็คือ
1. การพึงละเว้นจากการเบียดเบียนสัตว์และฆ่าสัตว์ (不殺生) ฉะนั้นการนำประวัติเรื่องเจ้าแม่กวนอิมเคยเสวยหอยนางลมมาอ้าง แล้วกินหอยนางรมในช่วงที่กินเจได้จึงฟังไม่ขึ้น
2. การพึงละเว้นจากการลักทรัพย์ของผู้อื่นหรือเอาของผู้อื่นไปโดยที่เขายังมิได้อนุญาต (不偷盜)
3. การพึงละเว้นจากการประพฤติผิดในพรหมจรรย์ (不淫)
4. การพึงละเว้นจากการพูดปด พูดส่อเสียด พูดคำหยาบคายและพูดเพ้อเจ้อ (不妄語)
5. การพึงละเว้นจากการดื่มสุราเมรัยหรือสิ่งเสพติด อันเป็นที่ตั้งหรือเป็นเหตุแห่งความประมาท (不飲酒)
6. พึงละเว้นจากการบริโภคอาหารหลังยามวิกาล (不非時食 <持齋>)
7. พึงเว้นจากการขับร้องฟ้อนรำประโคมดนตรี เครื่องหอมเครื่องทา และเครื่องประดับร่างกายด้วยของสวยงามทุกชนิด (不著香華鬘、不香油塗身、不觀聽歌舞)
8. พึงเว้นจากการนั่งนอนเหนือเตียงตั่งที่มีเท้าสูงเกินไป และที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ภายในใส่นุ่นหรือสำลี อีกทั้งอาสนะอันวิจิตรงดงามประดับด้วยเงินหรือทอง (不眠坐華麗之床)
****หมายเหตุ*** เกี่ยวกับศีลข้อ 3, ศีลข้อ 6 และศีลข้อ 8 ในเทศกาลกินเจ
- ศีลข้อ 3 ในกรณีเทศกาลกินเจ ถ้าเป็นผู้ที่ถือศีลอย่างเคร่งครัดหรือตัดสินใจจะถือศีลข้อนี้อย่างต่อเนื่องยาวนาน ก็จะงดการประกอบกิจทางกามรมณ์ทั้งมวล อีกทั้งผู้ชายกับผู้หญิงจะไม่อยู่ใกล้ชิดกันจนเกินควรไม่ว่าจะเป็นสามีภรรยากันก็ตาม
ส่วนสำหรับชาวบ้านธรรมดาที่ถือศีลกินเจเพียงชั่วขณะระยะเวลาหนึ่งหรือตั้งใจที่จะบริโภคอาหารเจในบางโอกาส ก็อนุโลมหรือสามารถใกล้ชิดกันได้แต่จะงดเรื่องการมีเพศสัมพันธ์และการผิดลูกผิดเมียเขาเหมือนๆ กัน (ซึ่งแตกต่างจากศีลห้า ที่สามีและภรรยายังสามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้)
- ศีลข้อ 6 ในกรณีเทศกาลกินเจ ถ้าเป็นผู้ที่ถือศีลอย่างเคร่งครัดหรือตัดสินใจถือศีลข้อนี้อย่างต่อเนื่องยาวนานก็จะงดการบริโภคหลังยามวิกาล ซึ่งจะเรียกว่า “ที้แจ (持齋)
ไม่ใช่เพราะฉันรู้มาก เก่งมาก ดีมาก มาแต่เกิด ดอกหนา
ดังนั้น
ฉันไม่รู้ว่าฉันเก่งไหม แต่ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ฉันเจอคนเก่งๆ
ฉันไม่แน่ใจว่าฉันดีแค่ไหน แต่ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ฉันเกิดมาเจอคนดีๆ
ฉันไม่รู้ว่า สวรรค์ที่ฉันขอบคุณมีจริงไหม แต่ฉันขอบคุณพ่อแม่ที่ทำให้ฉันได้เกิดมาบนโลกใบนี้ และได้รับความสุขีจากสวรรค์
ฉันก็ขอใช้ทุกคืนวันที่เกิดมานี้ ทำตัวให้เก่งขึ้น ดีขึ้น กว่าเก่าที่เคยเป็น ไม่ใช่เพื่อว่าฉันจะได้เด่นกว่าใคร แต่เพื่อสักวันถ้าฉันไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว อย่างน้อยๆ จะได้มีคนขอบคุณ สวรรค์ มากขึ้น เขาไม่รู้หรอกว่า สวรรค์ที่เขาขอบคุณ แท้จริงก็คือ สวรรค์ที่เขาสร้าง เขาไม่มีทางรู้ได้เลย จนกว่าเขาจะรู้จักคำว่า บุญคุณของธรรมชาติ และบุญคุณของพ่อแม่ น่าเสียดาย คนสมัยนี้จำกันแบบไม่ค่อยถูกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จริงๆแล้ว อัตตาหิ อัตโนนาโถ แปลว่า อัตตา เป็นที่พึ่งของอัตตา อัตตาใดๆนั้น ชาวมคธเขาแปลว่า สัตว์ก็ได้ คนก็ได้ ต้นไม้ใบหญ้า อะไรก็ได้ ที่เราได้พึ่งพาอาศัย ถ้าคิดได้แบบนี้แล้วเราจะรู้ทันทีว่า ตอนที่เราแบเบาะ เท้าเท่าฝาหอย เราไม่ได้พึ่งตนเอง คำถามสั้นๆ เราพึ่งใคร และเมื่อเราได้พึ่ง เราควรตอบแทนอย่างไร
ซินแสหลัว
ขอขอบคุณ ภาพจาก เวป มติชน เรื่องราวจาก พี่อ๊อด

(กิจกรรมเพื่อสังคม) ออกหน่วย ฝังเข็ม การกุศล ร่วมกับ สโมสรโรตารีสิงห์บุรี วีรชน

12747995 10209403245704863 5764108756326397552 o 2 (กิจกรรมเพื่อสังคม) ออกหน่วย ฝังเข็ม การกุศล ร่วมกับ สโมสรโรตารีสิงห์บุรี วีรชน

ฝังเข็ม สิงห์บุรี

10469546 10209399181643264 3211355854139096768 o (กิจกรรมเพื่อสังคม) ออกหน่วย ฝังเข็ม การกุศล ร่วมกับ สโมสรโรตารีสิงห์บุรี วีรชน

ฝังเข็ม สิงห์บุรี

12322784 10209399178483185 3917327603653121790 o (กิจกรรมเพื่อสังคม) ออกหน่วย ฝังเข็ม การกุศล ร่วมกับ สโมสรโรตารีสิงห์บุรี วีรชน

ฝังเข็ม สิงห์บุรี

12593797 10209399177443159 2666794637407394633 o (กิจกรรมเพื่อสังคม) ออกหน่วย ฝังเข็ม การกุศล ร่วมกับ สโมสรโรตารีสิงห์บุรี วีรชน

ฝังเข็ม สิงห์บุรี

12322890 10209399175883120 5234587496173517289 o (กิจกรรมเพื่อสังคม) ออกหน่วย ฝังเข็ม การกุศล ร่วมกับ สโมสรโรตารีสิงห์บุรี วีรชน

ฝังเข็ม สิงห์บุรี

11063672 10209399175803118 6828028082307166843 o (กิจกรรมเพื่อสังคม) ออกหน่วย ฝังเข็ม การกุศล ร่วมกับ สโมสรโรตารีสิงห์บุรี วีรชน

ฝังเข็ม สิงห์บุรี

12891744 10209399174603088 4309002125075788932 o (กิจกรรมเพื่อสังคม) ออกหน่วย ฝังเข็ม การกุศล ร่วมกับ สโมสรโรตารีสิงห์บุรี วีรชน

ฝังเข็ม สิงห์บุรี

21489 10209399174523086 3564288276241894157 n (กิจกรรมเพื่อสังคม) ออกหน่วย ฝังเข็ม การกุศล ร่วมกับ สโมสรโรตารีสิงห์บุรี วีรชน

ฝังเข็ม สิงห์บุรี

(กิจกรรมเพื่อสังคม) ออกหน่วย ฝังเข็ม การกุศล ร่วมกับ สโมสรโรตารีสิงห์บุรี วีรชน